พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖
ยมก ภาคที่ ๒
2,170 หน้า · ครอบคลุมเล่มจริง: 83, 84
เล่มจริงที่ 83 (1,035 หน้า · 0001 – 1035)
กระโดดไปหน้า (1,035 หน้า)
1 11 21 31 41 51 61 71 81 91 101 111 121 131 141 151 161 171 181 191 201 211 221 231 241 251 261 271 281 291 301 311 321 331 341 351 361 371 381 391 401 411 421 431 441 451 461 471 481 491 501 511 521 531 541 551 561 571 581 591 601 611 621 631 641 651 661 671 681 691 701 711 721 731 741 751 761 771 781 791 801 811 821 831 841 851 861 871 881 891 901 911 921 931 941 951 961 971 981 991 1001 1011 1021 1031
หน้า 1
ข้อ 1220
พระอภิธรรมปิฎก
เล่มที่ ๕
ภาคที่ ๑ ตอนที่ ๒
ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น
อนุสยยมกที่ ๗
ปริจเฉทวาระ
อนุสัย ๗ คือ :-
๑. กามราคานุสัย ๕. วิจิกิจฉานุสัย
๒. ปฏิฆานุสัย ๖. ภวราคานุสัย
๓. มานานุสัย ๗. อวิชชานุสัย
๔. ทิฏฐานุสัย
หน้า 2
ข้อ 1221
ปริจฉินนุทเทสวาระ
[๑๒๒๑] กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ไหน ?
กามราคานุสัย นอนเนื่อง อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ.
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ไหน ?
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา.
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ไหน ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ไหน ?
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ธรรมอันนับเนื่องด้วย
สักกายทิฏฐิทั้งหมด.
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ไหน ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ธรรมอันนับเนื่อง
ด้วยสักกายทิฏฐิทั้งหมด.
ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ไหน ?
ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ไหน ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ธรรมอันนับเนื่อง
ด้วยสักกายทิฏฐิทั้งหมด.
๑. บาลีเล่มที่ ๓๘ หน้า
หน้า 3
ข้อ 1222
อนุสยวาระ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ อนุโลม
กามรานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๒๒] กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด มานานุสัย ก็นอน
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 4
ข้อ 1222
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ และ
กามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก.
จบกามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล ทิฏฐานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย ก็นอน
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น, กามราคานุสัย นอน
เนื่องอยู่ และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
ก็หรือว่า ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่อง อยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
หน้า 5
ข้อ 1222
กามราคานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, วิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น, กามราคานุสัยก็นอนเนื่อง และ
วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ก็
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 6
ข้อ 1222
ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น ภวราคานุสัย นอนเนื่อง
และกามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, อวิชชานุสัย ก็
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่และ
กามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
หน้า 7
ข้อ 1223
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๒๓] ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, มานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ และ
ปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น, ปฏิฆานุสัย นอนเนื่อง
อยู่ และวิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
หน้า 8
ข้อ 1223
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่ปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่
และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 9
ข้อ 1224
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๒๔] มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น, มานานุสัย นอนเนื่อง
อยู่ และวิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, มานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, มานานุสัย
หน้า 10
ข้อ 1225
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๒๕] ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, วิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 11
ข้อ 1226
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น, อวิชชานุสัย นอนเนื่อง
อยู่ และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
จบ ทิฏฐานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๒๖] วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคา-
นุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, วิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย
หน้า 12
ข้อ 1227
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น. อวิชชานุสัย นอน
เนื่องอยู่ และวิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๒๗] ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 13
ข้อ 1228
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๒๘] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลใด, มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, มานานุสัย
นอนเนื่องอยู่ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคล ๓ จำพวก.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด
ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒
จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก
หน้า 14
ข้อ 1228
เหล่านั้น กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ และวิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่อง อยู่แก่ปุถุชน.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด,
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภว-
ราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, อวิชชานุสัย
นอนเนื่องอยู่ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
๓ จำพวก.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 15
ข้อ 1229
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๒๒๙] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคล ๒ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒
จำพวกเหล่านั้น กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 16
ข้อ 1230
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี
แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี
นั้น อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๓๐] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 17
ข้อ 1230
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ใช่ไหม ?
ใช่
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฎฐานุสยมูละ ภว-
ราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ก็นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
พระอนาคามีนั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
หน้า 18
ข้อ 1231
มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น อวิชชานุสัย กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล-
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๓๑] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่
หน้า 19
ข้อ 1232
นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น.
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่แก่ปุถุชน.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูละ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
-วิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๓๒] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 20
ข้อ 1232
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น. อวิชชานุสัย กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก
แต่ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก
เหล่านั้น. อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่ปุถุชน.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภรวาราสุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 21
ข้อ 1233
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม.
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๓๓] กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 22
ข้อ 1233
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, มานานุสัย นอนเนื่อง
และกามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคาสุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 23
ข้อ 1233
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอน-
เนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
หน้า 24
ข้อ 1234
อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
และกามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๓๔] ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจ-
ฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 25
ข้อ 1234
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ที่นั้น, วิจิกิจ-
ฉานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยาทิมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอน-
เนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 26
ข้อ 1235
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๓๕] มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 27
ข้อ 1235
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
มานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตู อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น. มานานุสัย และ
ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 28
ข้อ 1236
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
มานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น. อวิชชานุสัย และมานานุสัย
ก็นอนเนื่อง อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๓๖] ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด วิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 29
ข้อ 1236
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ เวทนา ๓ ในกามธาตุ
แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ทิฏฐานุสัย และภว-
ราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ทิฏฐานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 30
ข้อ 1237
ทิฏฐานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ทิฏฐานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๓๗] วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
หน้า 31
ข้อ 1237
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด วิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอน-
เนื่องอยู่ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 32
ข้อ 1238
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๓๘] ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
และภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 33
ข้อ 1239
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๓๙] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่ใด, มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, มานานุสัย
และกามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐา-
นุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 34
ข้อ 1239
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
เเละปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, วิจิ-
กิจฉานุสัย และกามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย
และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่กาม-
ราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภว-
ราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 35
ข้อ 1239
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด,
อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, อวิชชา-
นุชัย และกามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น. อวิชชานุสัย
และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่กาม-
ราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ วิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยะ ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 36
ข้อ 1240
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๒๔๐] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอน-
เนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่รูปธาตุ ที่รูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 37
ข้อ 1240
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่อง
อยู่ ที่นั้น, กามราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้
ืคือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
ทุกขเวทนา แต่ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 38
ข้อ 1241
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่
ที่นั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่
ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๔๑] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏ-
ฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 39
ข้อ 1241
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคา-
นุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ ภวราคา-
นุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอน-
เนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 40
ข้อ 1241
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่
นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่
ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย แต่ทิฏฐา-
นุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่ภวราคานุสัย กาม-
ราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย ทิฏฐานุสยมูละ
ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ อวิชชา-
นุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอน-
เนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 41
ข้อ 1241
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้
คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น. อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคา-
นุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสัย จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 42
ข้อ 1242
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๔๒] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นั้น, ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอน-
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒
กามธาตุ แต่ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
หน้า 43
ข้อ 1242
ที่ทุกขเวทนา แต่ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐินุสย - วิจิกิจฉานุ-
สยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิ-
กิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอน-
เนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
หน้า 44
ข้อ 1243
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่
ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
จักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
- วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๔๓] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 45
ข้อ 1243
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย เเละภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-
ราคานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย และภวราคา-
นุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น. อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 46
ข้อ 1244
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระอนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๔๔] กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, กาม-
ราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด. กาม-
ราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 47
ข้อ 1244
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ผู้เป็น
พระอนาคามี ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคา-
นุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, มานานุสัย นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูป-
ธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น,
มานานุสัย และกามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น
คือบุคคล ๒ จำพวกนั้นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๒ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น กามราคานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลผู้เป็นปุถุชน
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ,
หน้า 48
ข้อ 1244
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
ผู้เป็นปุถุชน ที่ทุกขเวทนา รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลผู้เป็นปุถุชนนั้นแหละ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบกามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 49
ข้อ 1244
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ผู้เป็น
พระอนาคามี ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคา-
นุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่า
นั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
เหล่านั้น ณ ที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวกนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
หน้า 50
ข้อ 1245
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๔๕] ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ปฏิ-
ฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคล ๒ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่ทุกขเวทนา.
หน้า 51
ข้อ 1245
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยนุสัย ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด
ปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 52
ข้อ 1245
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่
พระอนาคามี ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก เหล่านั้นนั่นแหละ
ที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 53
ข้อ 1246
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๔๖] มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น มานา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แล่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่ปุถุชน ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่เวทนา ๒.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน
ที่ทุกขเวทนา แต่มานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 54
ข้อ 1246
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
๔ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, มานานุสัย และภวราคานุสัย นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 55
ข้อ 1247
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคล ๔ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่มานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๔๗] ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 56
ข้อ 1248
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๔๘] วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน
ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น ภวราคานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 57
ข้อ 1249
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคล ๓ จำพวก ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่
ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น อวิชชานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแต่ปุถุชน ที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๔๙] ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 58
ข้อ 1250
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคล ๔ จำพวก ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และภวราคานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๕๐] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลใด ณ ที่ใด, มานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 59
ข้อ 1250
ก็หรือว่า มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
พระอนาคามี ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
มานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือบุคคล ๓
จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น มานานุสัย และกามราคานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
เหล่านั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมุลี
กามราคานุสย - ปฎิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ
ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 60
ข้อ 1250
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น. วิจิกิจฉานุสัย เเละกามราคานุสัย นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้นคือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด
ที่ใด ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 61
ข้อ 1250
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ
ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระ-
อนาคามี ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่อง
หน้า 62
ข้อ 1251
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
เหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา
แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสัย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๒๕๑] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 63
ข้อ 1251
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ
ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 64
ข้อ 1251
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระ-
อนาคามี ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และมานานุสัย
หน้า 65
ข้อ 1251
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือบุคคล ๓
จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย
และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 66
ข้อ 1252
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานาสุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๕๒] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏ-
ฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย ก็นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น วิจิกิจฉานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ
หน้า 67
ข้อ 1252
แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ ภว-
ราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น
ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น
ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
หน้า 68
ข้อ 1252
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ก็กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ อวิชชา-
นุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น, ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระ-
อนาคามี ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้น
หน้า 69
ข้อ 1252
นั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น
ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๒ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น
ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแถ่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกข-
เวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่ใช่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่น
แหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา
หน้า 70
ข้อ 1253
แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ
ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๕๓] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 71
ข้อ 1253
ภวราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น
ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
เหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฎฐานุสัย และวิจิกิจ-
ฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 72
ข้อ 1253
อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระ-
อนาคามี ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
อวิชชานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และมานานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๒ จำพวก ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชา-
นุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น
ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา
แต่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่
หน้า 73
ข้อ 1254
ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่
กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิกฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชา-
นุสยมูลี :-
[๑๒๕๔] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
หน้า 74
ข้อ 1254
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
อวิชชานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย ก็นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และมานานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ ก็บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ
ที่นั้น, อวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
นั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
หน้า 75
ข้อ 1254
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๒ จำพวก ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น อวิชชานุสัย กามราคา-
นุสัย และมานานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา
แก่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคา-
นุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ใช่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
หน้า 76
ข้อ 1254
และวิจิกิจฉานุสัย นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
นั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และ
ภวราคานุสัย ไม่ใช่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 77
ข้อ 1255
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ - ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๕๕] กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิ-
ฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, มานานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่มานานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่อง
หน้า 78
ข้อ 1255
และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กาม-
ราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก กามราคา-
นุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น, วิจิกิจฉานุสัย ไม่
นอนเนื่อง และกามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 79
ข้อ 1256
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่อวิชชานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, กามราคานุสัย และอวิชชา-
นุสัยก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กาม-
ราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๕๖] ปฏิฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, มานา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่มานานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
หน้า 80
ข้อ 1256
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิฆานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิฆา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก แต่ปฏิฆา-
นุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น, วิจิกิจฉานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 81
ข้อ 1257
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่อวิชชานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, ปฏิฆานุสัย และอวิชชานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ปฏิฆา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๕๗] มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐา-
นุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, มานา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก แต่มานา-
นุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น, วิจิกิจฉานุสัย และ
มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 82
ข้อ 1258
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, มานา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๕๘] ทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, วิจิกิจ-
ฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 83
ข้อ 1259
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๕๙] วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ภว-
ราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๓ จำพวก แต่อวิชชา-
นุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น, วิจิกิจฉานุสัย และ
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, วิจิกิจฉา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 84
ข้อ 1260, 1261
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๖๐] ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, อวิช-
ชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวรา-
คานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๖๑] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลใด, มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 85
ข้อ 1261
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี
แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด,
ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก แต่กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น,
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคล ๒ จำพวก.
จบ กามราคานุสย ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 86
ข้อ 1262
กามราคานุสย ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด,
ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี
แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระ-
อรหันต์.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๒๖๒] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่
หน้า 87
ข้อ 1262
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลทั้ง ๒ แต่กามราคา-
นุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น,
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
พระอนาคามี แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น,
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่พระอรหันต์.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ - ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 88
ข้อ 1263
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๖๓] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฆนุสัย ก็ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 89
ข้อ 1264
วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒
จำพวก แต่กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามี แต่มานานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอนาคามีนั้น, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์
ฯ ล ฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิกฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๖๔] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, ภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 90
ข้อ 1265
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย -ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๖๕] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, อวิชชา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 91
ข้อ 1265
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 92
ข้อ 1266
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฎิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๖๖] กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ไม่นอน-
เนื่อง และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ปฏิฆานุสัย
ไม่นอนเนื่อง และกามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
หน้า 93
ข้อ 1266
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูป-
ธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น กามราคานุสัย
ไม่นอนเนื่อง และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
ทุกขเวทนา อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
กามราคานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
อปริยาปันนธรรม.
หน้า 94
ข้อ 1266
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย และ
ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น. ภวราคา-
นุสัย และกามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา
อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 95
ข้อ 1267
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
กามราคานุสัย และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม.
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๖๗] ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ
หน้า 96
ข้อ 1267
ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น มานานุสัย และปฏิฆานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานสุยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิ-
กิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 97
ข้อ 1267
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และ
ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 98
ข้อ 1268
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
ปฏิฆานุสัย และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ปฏิฆานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆาสุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๖๘] มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, มานานุสัย และวิจิกิจ-
ฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
หน้า 99
ข้อ 1268
ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย
และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา อปริยา-
ปันนธรรม.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูล อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 100
ข้อ 1269
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น มานานุสัย และอวิชชา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๖๙] ทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 101
ข้อ 1270
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๗๐] วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 102
ข้อ 1271, 1272
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๗๑] ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ภวราคานุสัย
และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๗๒] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
ณ ที่ใด, มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 103
ข้อ 1272
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น.
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้
คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย และกามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, มานานุสัย
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นี้ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
หน้า 104
ข้อ 1272
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด,
ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นี้ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ภว-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ภว-
หน้า 105
ข้อ 1272
ราคานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้
คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด,
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้
คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 106
ข้อ 1273
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๒๗๓] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอน-
เนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 107
ข้อ 1273
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่
ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 108
ข้อ 1274
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๗๔] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 109
ข้อ 1275
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๗๕] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็ไม่นอน
เนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่อง
อยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ภวราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอน
เนื่องอยู่ ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
หน้า 110
ข้อ 1275
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นี้ คือ ที่
อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัยก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่
นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 111
ข้อ 1276
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๗๖] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย เเละภวราคา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่ ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 112
ข้อ 1277
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๗๗] กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ และ
ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ อปริยาปันนธรรม กามราคา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒
จำพวก ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่
บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
หน้า 113
ข้อ 1277
และกามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ อปริยาปันนธรรม ปฏิฆานุสัย
และกามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูล ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, มานานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่อง
และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม กามราคา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอน-
เนื่องอยู่ ก็บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่อง และ
มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, คือแก่บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม กามราคานุสัย
และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องแก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
หน้า 114
ข้อ 1277
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ทิฏฐา-
นุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ
ปุถุชน ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
อปริยาปันนธรรม กามราคานุสัย แต่วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่อง-
อยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก ที่ทั้งปวง.
หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด
กามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๒ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่
หน้า 115
ข้อ 1277
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และกามราคา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวก
ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย และภวราคา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม กามราคานุสัย ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, กาม-
ราคานุสัย และภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยา-
หน้า 116
ข้อ 1277
ปันนธรรม กามราคานุสัย และภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย และกาม-
ราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคล
นั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม ภวราคานุสัย และ
กามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูล ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่ บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย และ
อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคล
หน้า 117
ข้อ 1278
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม กามราคา-
นุสัย และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๗๘] ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
หน้า 118
ข้อ 1278
แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ปฏิ-
ฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น
คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม ปฏิฆานุสัย
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา
ที่อปริยาปันนธรรม, ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, มานานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่น
แหละ ที่อปริยาปันนธรรม มานานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 119
ข้อ 1278
ปฏิฆานุสยมูล ทิฎฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่
ปุถุชน ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ
ที่อปริยาปันนธรรม ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคล ๒ จำพวก ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๒ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่อง และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคล ๒ จำพวก ณ ที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 120
ข้อ 1278
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่น
แหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม ปฏิฆานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่ ก็บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้นคือ แก่พระอนาคามี ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่ปริยาปันน-
ธรรม ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์
ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอน-
หน้า 121
ข้อ 1278
เนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม ภวราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่
บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ปฏิฆา-
นุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม ปฏิฆานุสัย ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม
ปฏิฆานุสัย และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ที่
ทั้งปวง.
หน้า 122
ข้อ 1279
หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั่น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ - อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๗๙] มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่ปุถุชน
ที่ทุกขเวทนา แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น, มานานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น, คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม มานานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 123
ข้อ 1279
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉา-
นุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม วิจิ-
กิจฉานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่
ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๔ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย และมานานุสัย
หน้า 124
ข้อ 1279
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ
ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม ภวราคานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๔ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, มานานุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่อปริยาปันนธรรม มานานุสัย และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 125
ข้อ 1280, 1281
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๘๐] ทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี -
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๘๑] วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ณ ที่ใด,
ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่
หน้า 126
ข้อ 1281
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และภวราคา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่น
แหละ ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่ปุถุชน ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
อปริยาปันนธรรม ภราคานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
หน้า 127
ข้อ 1282
อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉา-
นุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคลเหล่านั้นนั้นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม วิจิกิจฉานุสัย และ
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๘๒] ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคล ๔ จำพวก ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น ภวราคานุสัย และอวิช-
ชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
นั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม ภวราคานุสัย และอวิชชานุสัย ก็
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
หน้า 128
ข้อ 1283
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูลี
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๘๓] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, มานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ
ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่า
นั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี
หน้า 129
ข้อ 1283
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้น
นั้นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า มานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
มานานุสัย และกามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่า
นั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น มานานุสัย กามรา-
คานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม มานานุสัย กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่
ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ
ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 130
ข้อ 1283
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
นั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ แก่บุคคล ๒ จำพวก ณ ที่
ทั้งปวง.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
วิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น
ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๒ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ
แก่บุคคล ๒ จำพวก ณ ที่ทั้งปวง
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 131
ข้อ 1283
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ
ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่า
นั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ภวราคา-
นุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น
ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่
พระอนาคามี ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ภวราคานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ แก่พระอรหันต์ ณ
ที่ทั้งปวง
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่
นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
เหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย
หน้า 132
ข้อ 1283
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือ
แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ แก่พระอรหันต์
ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด
ณ ที่ใด อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่า
นั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชา-
นุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี
ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่
หน้า 133
ข้อ 1284
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล
นั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๒๘๔] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 134
ข้อ 1284
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๒ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่
ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉา
นุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ที่นั้น,
คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคา-
นุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น,
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
เหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิ-
กิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริ-
ยาปันนธรรม วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่
หน้า 135
ข้อ 1284
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกข-
เวทนา ที่อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวก ที่ทุกขเวทนา
แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภว-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เวทนา ๒ ในกามธาตุ แก่กามราคา-
นุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น,
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่อง
หน้า 136
ข้อ 1284
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริ-
ยาปันนธรรม ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น.
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
ปันนธรรม, ฯ ล ฯ แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ
ที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี ที่ทุกขเวทนา แต่อวิชชานุสัย
ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม, ฯลฯ แก่พระอรหันต์
ณ ที่ทั้งปวง.
หน้า 137
ข้อ 1285
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๘๕] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ก็ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 138
ข้อ 1285
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฎฐานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคล ๒ จำพวก ที่
ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ
ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แก่กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอน-
เนื่อง กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่อปริยา-
ปันนธรรม วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย
ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่
แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย เละทิฏฐานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
เหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
ปันนธรรม วิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
หน้า 139
ข้อ 1286
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๒๘๖] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด, ภวราคานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 140
ข้อ 1286
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่ปุถุชน ที่ทุกขเวทนา แต่ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ
ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ไม่ใช่ไม่นอน-
เนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่อง กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ก็ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่อปริ-
ยาปันนธรรม ภวราคานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคล ๒ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่อง
อยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น, ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น คือแก่
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย
และมานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ ที่นั้น ภว-
ราคานุสัย ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น ณ
ที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ, ที่อปริยาปันนธรรม ภวราคา-
หน้า 141
ข้อ 1287
นุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่
นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระอนาคามี ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่มานานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น,
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น
คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม ฯ ล ฯ
แก่พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชา-
นุสยมูลี :-
[๑๒๘๗] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
อวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 142
ข้อ 1287
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น คือแก่พระ-
อนาคามี ที่ทุกขเวทนา แต่อวิชชานุสัย ไม่ใช่ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
บุคคลนั้น ณ ที่นั้น กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย และอวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล
นั้น ณ ที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่อปริยาปันนธรรม กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย ไม่นอนเนื่อง และอวิชชานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่
พระอรหันต์ ณ ที่ทั้งปวง ฯ ล ฯ
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลใด ณ ที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย ก็ไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคลนั้น ณ ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานุสย- ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย-
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อัปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 143
ข้อ 1288
สานุสยวาระ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๘๘] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย,-
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 144
ข้อ 1288
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย แต่ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย, บุคคล ๓ จำพวก ผู้มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย, บุคคลนั้นก็มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย แต่
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยกามราคานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 145
ข้อ 1289
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย, บุคคลนั้นก็มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวก มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๒๘๙] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 146
ข้อ 1289
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย แต่ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคล ๓ จำพวก ผู้มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้นก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย แต่ไม่
ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยปฏิฆานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 147
ข้อ 1290
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคล ๓ จำพวก มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลิ
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๙๐] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 148
ข้อ 1290
บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย แต่ไม่
ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยมานานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุคคลนั้นก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 149
ข้อ 1291, 1292
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๙๑] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๙๒] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย,
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย
ใช่ไหม ?
หน้า 150
ข้อ 1293
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย แต่ไม่
ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๒๙๓] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูล อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 151
ข้อ 1294
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล มานานุสยมูลี :-
[๑๒๙๔] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย แต่ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคล ๓ จำพวก
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย,
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
หน้า 152
ข้อ 1294
บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, ปุถุชนมี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย,
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคล ๓ จำพวก
หน้า 153
ข้อ 1295
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๒๙๕] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย และมานานุสัย, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย และมานานุสัย แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย,
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย.
หน้า 154
ข้อ 1295
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามรานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมานา-
นุสัย แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มีความนอน-
หน้า 155
ข้อ 1296
เนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ - ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๒๙๖] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 156
ข้อ 1297
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๒๙๗] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้นก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมานา-
นุสัย แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่ไม่ใช่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฎฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, ปุถุชนมีความ
หน้า 157
ข้อ 1298
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานสุยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสย-
มูลี :-
[๑๒๙๘] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
หน้า 158
ข้อ 1298
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย
และภวราคานุสัย แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคล ๒ จำพวก มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และภวราคานุสัย แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มีความ
เนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิ-
กิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระอนุโลม จบ
หน้า 159
ข้อ 1299
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๒๙๙] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จาก
ที่ใด ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, ก็มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หมายเหตุ คำว่า จากที่ใด หมายความว่า เกิดจากที่ใด จากที่นั้น หมายความว่า
เกิดจากที่นั้น.
หน้า 160
ข้อ 1299
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัยจากที่ใด, ก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น. บุคคลมิความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
หน้า 161
ข้อ 1299
และมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด ก็มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, ก็มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 162
ข้อ 1300
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย
และมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๐๐] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 163
ข้อ 1300
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฎฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉา-
นุสัย และมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือทุกข์
เวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 164
ข้อ 1300
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฎิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็มีความ
นอนเนื่อง อยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย และมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 165
ข้อ 1301
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๐๑] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด, ก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 166
ข้อ 1301
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และมีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด, ก็มีความ
นอนเนื่อง อยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม,
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัยจากที่นั้น, บุคคล
หน้า 167
ข้อ 1302
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
มานานุสัย ณ ที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฎฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๐๒] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 168
ข้อ 1303, 1304
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๐๓] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่
ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๐๔] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่
ใด, ก็ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 169
ข้อ 1305
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๐๕] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 170
ข้อ 1305
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และกาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 171
ข้อ 1305
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่
ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือทุกขเวทนา
แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 172
ข้อ 1305
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือรูป-
ธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และ
กามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 173
ข้อ 1306
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๐๖] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย
ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
หน้า 174
ข้อ 1306
คือทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย.๑
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า " บุคคลมีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากนั้นก็หาไม่.
หน้า 175
ข้อ 1306
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 176
ข้อ 1307
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๐๗] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
หน้า 177
ข้อ 1307
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ ภวราคา-
นุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลผู้มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย.๑
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ อวิชชา-
นุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า " บุคคลมีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
หน้า 178
ข้อ 1307
นุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 179
ข้อ 1308
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๐๘] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความ๑นอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ ว่า " บุคคลมีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น.
หน้า 180
ข้อ 1308
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลมีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสยมูล อวิชชานุสยมูลี
หน้า 181
ข้อ 1309
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๐๙] บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด, ก็
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่
นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานา-
หน้า 182
ข้อ 1309
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย-
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 183
ข้อ 1310
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูล - ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๑๐] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด ?
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 184
ข้อ 1310
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่อง
อยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้น
หน้า 185
ข้อ 1310
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และมีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชน
นั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
แหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่
หน้า 186
ข้อ 1310
ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอน-
หน้า 187
ข้อ 1311
เนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๑๑] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 188
ข้อ 1311
บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคล
เหล่านั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, ปุถุชนมี
ความนอนเนื่องอยู่ในทุกขเวทนาปุถุชนนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
แต่ปุถุชนนั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้น
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 189
ข้อ 1311
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่
ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น แก่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง
หน้า 190
ข้อ 1312
อยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอน-
เนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูลี จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๑๒] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น, ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และ
ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
หน้า 191
ข้อ 1312
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นมีความนอน
เนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แก่ปุถุชนนั้นไม่ใช่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอน-
เนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นมีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานา-
นุสัย จากที่นั้น.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่
นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง อยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ
หน้า 192
ข้อ 1312
อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และก็
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคล
๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
หน้า 193
ข้อ 1313
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
[๑๓๑๓] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น,
ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 194
ข้อ 1314
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๑๔] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น,
ใช่ไหม ?
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้น
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แก่ปุถุชนนั้น ไม่ใช่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ
มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่
ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น, แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น, ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มี
หน้า 195
ข้อ 1314
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่เวทนา ๓
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย และก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 196
ข้อ 1315
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๑๕] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ
หน้า 197
ข้อ 1316
อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และก็
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๑๖] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น, ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
หน้า 198
ข้อ 1316
จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่อง
อยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่น
แหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น คือ
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลเหล่านั้น ก็ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 199
ข้อ 1316
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น แก่บุคคลนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้น มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้น ก็ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่
ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, ใช่ไหม ?
หน้า 200
ข้อ 1316
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอนาคามี มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น แก่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๓ จำพวก มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล จำพวกเหล่านั้น มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น, ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
หน้า 201
ข้อ 1317
เหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และกามราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา
บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ก็ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๑๗] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องด้วย
ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 202
ข้อ 1317
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่
ปุถุชนนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่
ทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลนั้น ก็ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภว-
ราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
หน้า 203
ข้อ 1317
และมานานุสัย จากที่นั้น, ใช่ไหม ?
บุคคล๑นั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอนาคามีมีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้น
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น
๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า " บุคคล ๔ จำพวก มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยภวราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
หน้า 204
ข้อ 1317
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นไม่ใช่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๓
จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวก
เหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่
นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่อง
อยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลนั้น
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 205
ข้อ 1318
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย -ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๑๘] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ปถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จาก
ที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉา-
นุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคล
นั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้นก็มีความนอน-
หน้า 206
ข้อ 1319
เนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น ฯ ล ฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏาฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๑๙] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิภิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 207
ข้อ 1319
บุคคล ๓ จำพวกมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และมานา-
นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น ก็ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
หน้า 208
ข้อ 1319
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอนาคามีมีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้น
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏ-
ฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๒ จำพวก มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
เหล่านั้น ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
แก่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอน-
เนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนาบุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความ
หน้า 209
ข้อ 1319
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น, แก่ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่อง
อยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคล
นั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, แต่บุคคลนั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 210
ข้อ 1320
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๒๐] บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ก็มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
พระอนาคามีมีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้น
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
หน้า 211
ข้อ 1320
นั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
นั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ มี
ความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
นั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องอยู่
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่อง
อยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอน-
เนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
หน้า 212
ข้อ 1320
และภวราคานุสัย จากที่นั้น, ปุถุชนมีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น, แต่ปุถุชนนั้น
ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลนั้นไม่ใช่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้นมีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น แก่บุคคลนั้น ก็ไม่ใช่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยส - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐาน ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 213
ข้อ 1321
อุปปัตติฏฐานะปุคคลวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๒๑] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย,
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย บุคคล
นั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย, บุคคลนั้น
ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย แต่๑
๑. บาลีพึงเป็น โน จ โส ฯ ปุคคโลกาสวาระ ซึ่งจะกล่าวข้างหน้า ก็เป็นตัวอย่าง
ในข้อนี้ เพราะว่า ในพระบาลีนั้น ท่านกล่าวไว้ว่า โน จ โส ตโต ดังนี้ เป็น
อาทิแม้ในคำว่า โน จ เต นี้ ก็นัยนี้เหมือนกัน.
หน้า 214
ข้อ 1321
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, พระอรหันต์ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานา-
นุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุคคล
นั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย, บุคคลนั้น
ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย, บุคคล ๒ จำพวก ไม่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 215
ข้อ 1322
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย, บุคคลนั้นก็
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย แต่
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย พระอรหันต์ ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๒๒] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุค-
คลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 216
ข้อ 1322
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, พระอรหันต์ ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุคคล
นั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคล ๒ จำพวก ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 217
ข้อ 1323
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, พระอรหันต์ไม่มีความนอน
เนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย,
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๒๓] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุค-
คลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 218
ข้อ 1323
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย พระอรหันต์ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานา-
นุสัย.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย,
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 219
ข้อ 1324, 1325
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๒๔] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย, บุค-
คลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๒๕] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย
ใช่ไหม ?
หน้า 220
ข้อ 1326
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, พระอรหันต์ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๒๖] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย
หน้า 221
ข้อ 1327
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๒๗] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ใช่
ไหม ?
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, พระอรหันต์
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, บุคคล
หน้า 222
ข้อ 1327
นั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆนุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคล
๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 223
ข้อ 1327
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัยและปฏิฆา-
นุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชา-
นุสัย ใช่ไหม ?
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, พระ-
อรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 224
ข้อ 1328
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๒๘] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย, พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานา-
นุสัย, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 225
ข้อ 1329
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ
อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย, บุคคล
นั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๒๙] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่อง
หน้า 226
ข้อ 1329
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย และมานานุสัย, พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉา-
นุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่ไม่ใช่ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ๑
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
๑. ควรจะวาง ฯ ล ฯ ไว้เหมือน ติกมูลกะ แต่พระบาลีท่านวางไว้อย่างนี้ ผู้แปลยัง
ไม่เข้าใจลึกซึ้ง จึงวางไว้อย่างพระบาลีตามเดิม.
หน้า 227
ข้อ 1330
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๓๐] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้นก็ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย,
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 228
ข้อ 1331
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
-วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมุละ อวิชชานุสย -
มูลี :-
[๑๓๓๑] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย บุคคล
นั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฐาน ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 229
ข้อ 1332
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๓๒] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
หน้า 230
ข้อ 1332
กามราคานุสยมูล มานานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, ก็
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จาก
ที่นั้น. บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, ก็
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 231
ข้อ 1332
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่
อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, ก็
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่
อปริยาปันนธรรม.
หน้า 232
ข้อ 1332
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด, ก็
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยา-
ปันนธรรม.
หน้า 233
ข้อ 1333
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๓๓] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 234
ข้อ 1333
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอน
เนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
หน้า 235
ข้อ 1333
ที่ใด ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
หน้า 236
ข้อ 1333
อยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มี นอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 237
ข้อ 1334
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๓๔] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่
นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ที่ใด, ก็ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 238
ข้อ 1334
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
หน้า 239
ข้อ 1335
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมุลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๓๕] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 240
ข้อ 1336
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๓๖] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ก็
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 241
ข้อ 1337
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๓๗] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
หน้า 242
ข้อ 1338
ที่ใด ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๓๘] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่
นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด,
หน้า 243
ข้อ 1338
ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และกามราคานุสัย
จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือที่อปริยาปันนธรรม.
หน้า 244
ข้อ 1338
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย แต่ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 245
ข้อ 1338
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลที่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานสุยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
หน้า 246
ข้อ 1339
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๓๙] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
มานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐา-
นุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
หน้า 247
ข้อ 1339
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมุลี :-
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
หน้า 248
ข้อ 1339
อยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่
อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ฝึกความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 249
ข้อ 1340
กามราคานุสย - ปฏิฆนุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๔๐] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย และปิฏฐานุสัย จากที่ใด ก็ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด. ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 250
ข้อ 1341
กามราคานุสย - ปฏิฆนุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๔๑] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ก็ไม่
มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่
นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกาม-
ราคานุสัย มานานุสัย ทิฎฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
หน้า 251
ข้อ 1342
บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจ-
ฉานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฎฐานุสย
-วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสย -
มูลี :-
[๑๓๔๒] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 252
ข้อ 1342
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อัปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 253
ข้อ 1343
อุปปัตติฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๔๓] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา บุคคล ๓
จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่อปริยา-
ปันนธรรม ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 254
ข้อ 1343
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอปริ-
ยาปันนธรรม ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
หน้า 255
ข้อ 1343
ปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, พระอนาคามีไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ พระ-
อนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่
พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานา-
นุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย, จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯ ล ฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 256
ข้อ 1343
ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา รูปธาตุ อรูปธาตุ
ปุถุชนนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่
ปุถุชนนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคล
นั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ใน
ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจ-
ฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ อปริยาปันนธรรม บุคคล
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มี
หน้า 257
ข้อ 1343
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น,
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย ภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกข-
เวทนา อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น,
พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามี
นั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้น
นั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
หน้า 258
ข้อ 1343
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่
เวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 259
ข้อ 1343
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
กามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
หน้า 260
ข้อ 1344
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๔๔] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น,
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฎิฆานุสัย
จากที่นั้น แก่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฎิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มี
หน้า 261
ข้อ 1344
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคล
๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
แก่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยปฎิฆานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ใน
ที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 262
ข้อ 1344
ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ ปุถุชนนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่ปุถุชนนั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคล
นั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคล
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
เหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจ-
ฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 263
ข้อ 1344
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น. บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกข-
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่พระอนาคามึนั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย, วราคา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
หน้า 264
ข้อ 1344
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคล
๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัยจากที่นั้น,
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภว-
ราคานุสัย ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, พระ-
อรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนืองอยู่ด้วยปฏิ-
หน้า 265
ข้อ 1344
ฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, พระ-
อนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชา
นุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆนุสยมูละ อวิชชนุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 266
ข้อ 1345
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๔๕] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
มานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่ใด บุคคลนั้นก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
หน้า 267
ข้อ 1345
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วย
มานานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจ-
ฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา
หน้า 268
ข้อ 1345
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคา-
นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่
ด้วยมานานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคล
นั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่ทุกขเวทนา บุคคล
๔ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่
นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหล่ะไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ณ
ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
หน้า 269
ข้อ 1346
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมุละ วิจิกิจฉานุสยมมูลี :-
[๑๓๔๖] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่ใด บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 270
ข้อ 1347
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๔๗] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น. พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น ไม่ใช่
หน้า 271
ข้อ 1347
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยภวาราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ไม่มีความนอน-
เนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องอยู่ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
อยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย ณ ที่ทั้งปวง.
หน้า 272
ข้อ 1348
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๔๘] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยภวราคานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ก็ไม่มีความนอนเนื่องอยู่ด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่
นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันน-
ธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มี
หน้า 273
ข้อ 1349
ความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่
ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูละกะ - กามราคานุสย - ปฎิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๔๙] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น, ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
หน้า 274
ข้อ 1349
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน-
เนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกาม-
ราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น. พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกาม-
ราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัยจากที่นั้น แก่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่
มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล
๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และด้วยกาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
หน้า 275
ข้อ 1349
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่
นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มีความ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วย
ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย
ฯลฯ ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่ปุถุชนนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคล
นั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หน้า 276
ข้อ 1349
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา บุคคล
๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน-
เนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วย
วิจิกิจฉานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่น
แหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒
จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฎิฆานุสัยในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 277
ข้อ 1349
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฎิ-
ฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้น. พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และด้วยปฏิฆานุสัย แต่พระอนาคามีไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภว-
ราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอน
เนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หน้า 278
ข้อ 1349
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วย
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา บุคคล
๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และด้วย
กามราคานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน-
เนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องที่อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอน
เนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-
นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมุละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 279
ข้อ 1349
กามราคานุสย - ปฎิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิ-
ฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน-
เนื่องด้วยอปริยาปันนธรรมบุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกาม-
ราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น, พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคา-
นุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่อง ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัยและด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หน้า 280
ข้อ 1350
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่
ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆา
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๕๐] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 281
ข้อ 1350
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา บุคคล ๒
จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน-
เนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็
หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น, พระอนาคามี ไม่มีความนอน
เนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แก่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น. บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
หน้า 282
ข้อ 1350
จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่
ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
มานานุสัย จากที่นั้นใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล
๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคา-
นุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอน
หน้า 283
ข้อ 1350
เนื่องด้วยภวราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่า
นั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัยและ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
พระอนาคามีนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน-
เนื่องที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชา-
หน้า 284
ข้อ 1350
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องทุกขเวทนา พระอนาคามี
นั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น, พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย และมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ใน
ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่
ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 285
ข้อ 1351
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๕๑] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๒
จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย และทิฎฐานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
เหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยมานา-
หน้า 286
ข้อ 1351
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา-
นุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น, พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น
แต่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันน-
ธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น, พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่
มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย ในที่ทั้งปวง ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 287
ข้อ 1352
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๕๒] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น
ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกาม-
ราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่อปริยาปันธรรม บุคคล
หน้า 288
ข้อ 1352
นั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา บุคคล
๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคา-
นุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
เหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่อปริยาปันนธรรม บุคคล
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
แต่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันน-
ธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
หน้า 289
ข้อ 1352
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมุละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา -
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา พระอนาคามี
นั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แก่พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น แล่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชานุสัย จากที่นั้น,
พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
หน้า 290
ข้อ 1353
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูลจบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๕๓] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 291
ข้อ 1353
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องที่ทุกขเวทนา พระอนาคามี
นั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามี
นั้น ไม่ใช่ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น, พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่
ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อัปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ.
สานุสยวาระ จบ
หน้า 292
ข้อ 1354
ปชหนวาระ
อุปปัตติฏฐานปุคควาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๕๔] บุคคลใด ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละ
ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกามราคา-
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละมานานุสัย
ใช่ไหม ?
หน้า 293
ข้อ 1354
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกับกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกามราคา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกาม-
ราคานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละภวราคานุสัย
ฯ ล ฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 294
ข้อ 1355
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกาม-
ราคานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๕๕] บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละ
มานานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่าบุคคลใด ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 295
ข้อ 1355
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละ
ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมละปฏิฆา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 296
ข้อ 1356
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๕๖] บุคคลใด ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละมานา-
นุสัยใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ มานานุสยมุละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมละกามราคา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
หน้า 297
ข้อ 1357, 1358
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๕๗] บุคคลใด ละทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละทิฏฐา-
นุสัยใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๕๘] บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 298
ข้อ 1359
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละวิจิกิจฉา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๕๙] บุคคลใด ละภวราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมละ
อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละภวราคา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 299
ข้อ 1360
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๖๐] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมละมานานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละมานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมละกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 300
ข้อ 1360
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมการละกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 301
ข้อ 1361
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๖๑] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย, บุคคลนั้นย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกาม.
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย, บุคคล
นั้น ย่อมละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 302
ข้อ 1362
ย่อมละมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุยมูลี :-
[๑๓๖๒] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าบุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละทิฏฐานุสัย ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานสุยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 303
ข้อ 1363
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๖๓] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
ย่อมละมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 304
ข้อ 1364
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๖๔] บุคคลใด ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ละภวราคานุสัย บุคคลนั้น
ย่อมละอวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าบุคคลใด ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมละกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคา-
นุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมละมานานุสัย และภวราคานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ อนุโลม จบ
ปชหนวาระ จบ
หน้า 305
ข้อ 1365
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๖๕] บุคคลละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 306
ข้อ 1365
ก็หรือว่า บุคคลละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
จากที่นั้น, ใช่ไหม ?
บุคคลละมานานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลละมานานุสัย และละกาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมละกามราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละ
วิจิกิจฉานุสัย และละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 307
ข้อ 1365
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมละกามราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลย่อมละ
หน้า 308
ข้อ 1366
อวิชชานุสัย และย่อมละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๖๖] บุคคลละปฎิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมละมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี:-
บุคคลละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
หน้า 309
ข้อ 1366
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย ละย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกข-
เวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 310
ข้อ 1367
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมละอวิชชานุสัย และย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกข-
เวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๖๗] บุคคลละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 311
ข้อ 1367
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมละมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือในทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่
ย่อมละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละวิจิกิจฉานุสัย และย่อมละ
มานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลละมานานุสัย จากที่นั้น ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลละมานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ไม่ใช่ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลละมานานุสัย และย่อม
ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 312
ข้อ 1368
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่
นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่
ย่อมละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละอวิชชานุสัย และย่อมละ
มานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๖๘] บุคคลละทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ย่อมละวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 313
ข้อ 1369
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมละทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๖๙] บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมละภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
แต่ไม่ใช่ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละวิจิกิจฉานุสัย
และย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
หน้า 314
ข้อ 1369
ก็หรือว่า บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 315
ข้อ 1370
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๗๐] บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละอวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมละภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือในเวทนา ๓ ในกามธาตุ
แต่ไม่ใช่ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละอวิชชานุสัย
และย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 316
ข้อ 1371
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๗๑] บุคคลละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ย่อมละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละมานานุสัย จากที่ใด ย่อมละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละมานานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่
ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลย่อมละ
มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี:-
บุคคลละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมละ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 317
ข้อ 1371
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละ
วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย
จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 318
ข้อ 1371
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฎิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละ
อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลย่อมละอวิชชานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ย่อมละกามรา-
คานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 319
ข้อ 1372
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๗๒] บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัย จากที่ใด, ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมละกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 320
ข้อ 1372
กามราคานุสย - ปฎิฆานุสย - มานานุสยมูล ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด,
ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมละมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย เเละมานานุสัย จากที่ใด,
ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
หน้า 321
ข้อ 1373
บุคคลละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ละอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่
ย่อมละกามราคานุสัย ละมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๗๓] บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
หน้า 322
ข้อ 1374
จากที่นั้น, บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่
นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวรานุสยมูลี :-
[๑๓๗๔] บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมละภวราคานุสัย จาก
นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
หน้า 323
ข้อ 1374
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิกฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมละมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลละกามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่
หน้า 324
ข้อ 1375
ย่อมละกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย-ปฏิฆานุสย-มานานุสย-ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๗๕] บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมละอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 325
ข้อ 1375
บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละอวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย และภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่ย่อมละกาม-
ราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 326
ข้อ 1376
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๗๖] บุคคลใด ละกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ นานานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นย่อมละมานา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
หน้า 327
ข้อ 1376
ก็หรือว่า บุคคลใด ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฆานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย จากที่ใด. บุคคลนั้นย่อมละทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น
ไม่ใช่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ละวิจิกิจฉานุสัย
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
และละกามราคานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัยนั้น.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 328
ข้อ 1376
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
หน้า 329
ข้อ 1377
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๗๗] บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อม
ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมละ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 330
ข้อ 1377
บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ละ
วิจิกิจฉานุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้น ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ละปฏิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัย นั้น.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นย่อมละภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อม
ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ละอวิชชานุสัย
หน้า 331
ข้อ 1378
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมละกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นย่อมละ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๗๘] บุคคลใด ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อม
ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลที่ ๘ นั้น
ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ละมานานุสัย
หน้า 332
ข้อ 1378
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น ละมานานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ละมานา-
นุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้นละมานานุสัย จากที่นั้น แก่พระอริยบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ละมานานุสัย ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น
ละมานานุสัย และละภวราคานุสัย จากที่นั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นละ
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 333
ข้อ 1379
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ละ
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ละอวิชชา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
รูปธาตุ บุคคลนั้น ละอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๗๙] บุคคลใด ละทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
หน้า 334
ข้อ 1380
ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูล วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๘๐] บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย เวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ละภวรา-
คานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลนั้น ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น และละภวราคานุสัย
อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น จากที่นั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ละ
หน้า 335
ข้อ 1381
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่ ฯลฯ
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๘๑] บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ละอวิชชา-
นุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แก่พระอริยบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอดหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมละภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ย่อมละอวิชชานุสัย ที่รูปธาตุ
หน้า 336
ข้อ 1382
อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย และย่อมละภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๘๒] บุคคลใด ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ย่อมละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 337
ข้อ 1382
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ? ที่รูปธาตุ บุคคล
ที่ ๘ นั้น ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่
ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น-
แหละ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นย่อมละ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ย่อมละกามราคานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกัน
กับอนุสัยนั้น แก่บุคคลนั้น ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้น ย่อม
ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ย่อมละปฏิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกัน
กับอนุสัยนั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย จากที่นั้น,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 338
ข้อ 1382
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 339
ข้อ 1383
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๘๓] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
ที่ ๘ นั้น ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ย่อมละมานานุสัย อันตั้ง
อยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น แก่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ย่อมละกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ละ
วิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย
และละกามราคานุสัย จากที่นั้น ย่อมละมานานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียว
กันกับอนุสัยนั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
บุคคลนั้นนั่นแหละ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้น ย่อม
ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ย่อมละปฏิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกัน
หน้า 340
ข้อ 1383
กับอนุสัยนั้น แต่บุคคลนั้นไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อม
ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมละมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสัยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี:-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 341
ข้อ 1384
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น, ใช่ไหม ?
พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ละอวิชชา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอริยบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ละอวิชชานุสัย ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมละอวิช-
ชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลนั้น ไม่ใช่ย่อมละกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๘๔] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
หน้า 342
ข้อ 1384
และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
ที่ ๘ นั้น ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ย่อมละ
มานานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น บุคคลที่ ๘ นั้น
ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น-
นั่นแหละ ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น
ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ย่อมละกามราคานุสัย
และมานานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น แต่บุคคลนั้น
ไม่ใช่ย่อมละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น ย่อมละวิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น ย่อมละปฎิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันก็บอนุสัยนั้น แต่
บุคคลนั้น ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 343
ข้อ 1385
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสัย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๓๘๕] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ที่ฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมละมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น
หน้า 344
ข้อ 1385
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ละอวิชชา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอริยบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 345
ข้อ 1386
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๘๖] บุคคลใด ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ละอวิชชา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต
มรรคนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอริยบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้นไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ย่อมละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมละอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
นั้น ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
หน้า 346
ข้อ 1386
และภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ละอวิชชานุสัย ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น ละอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่ย่อมละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐาน ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 347
ข้อ 1387
อุปปัตติฏฐานปุคควาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๘๗] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่
ละปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย
ใช่ไหม ?
พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกาม-
ราคานุสัย แต่พระอริยบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ไม่ใช่ย่อมไม่ละมานานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
หน้า 348
ข้อ 1387
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละกามราคานุสัย และไม่
ละมานานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละมานานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัย แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่
ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย. บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัย
และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย.
หน้า 349
ข้อ 1387
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย. บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย. บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่
ละกามราคานุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิกฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคา-
นุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่ละกาม-
ราคานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 350
ข้อ 1388
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ละอวิชชานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละอวิชชานุสัย และไม่ละกามราคา-
นุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๘๘] บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
มานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และปฏิฆานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
มานานุสัย บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 351
ข้อ 1388
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
ปฏิฆานุสัย. บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละมานานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละปฏิฆานุสัย แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ย่อม
ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อม
หน้า 352
ข้อ 1388
ไม่ละปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
ปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมาทิมูลี
ปฏิฆานุสย ละภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ไม่ละภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละปฏิฆานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ไม่ละ
ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชา-
นุสัย บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อม
ไม่ละปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฎิฆานุสยมูล จบ
หน้า 353
ข้อ 1389
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๘๙] บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ไม่ละทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละมานานุสัย แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ย่อม
ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
มานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
มานานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
มานานุสัย.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 354
ข้อ 1390
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
มานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๙๐] บุคคลใด ไม่ละทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ทิฏฐานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 355
ข้อ 1391
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๙๑] บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ย่อม
ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
หน้า 356
ข้อ 1392
เพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย และไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๓๙๒] บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 357
ข้อ 1393
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๙๓] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย,
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
นั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละมานานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 358
ข้อ 1393
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ล่ะทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่บุคคลที่ ๘
นั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อม
ไม่ละ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฎิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 359
ข้อ 1393
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
นั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชานุสัย
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 360
ข้อ 1394
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆนุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๓๙๔] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่ย่อม ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย และมานานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
นั้น ไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย เเละปฏิฆานุสัย, บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่
ย่อมไม่ละมานานุสัย บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
หน้า 361
ข้อ 1394
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย,
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชา-
นุสัย และมานานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
นั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ไม่ละ
อวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 362
ข้อ 1395
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย- มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๓๙๕] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฎฐานุสัย บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรค ไม่ใช่ย่อมไม่ละมานานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ๒ จำพวก และ
บุคคลที่ ๘ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 363
ข้อ 1396
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๓๙๖] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย แต่บุคคลที่ ๘ นั้นไม่ใช่ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชา
นุสัย มานานุสัย ทิฎฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
หน้า 364
ข้อ 1397
มรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัยไม่ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
[๑๓๙๗] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละอวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 365
ข้อ 1397
บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่บุคคลที่ ๘ นั้นไม่ใช่ย่อมไม่ละทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
ไม่ละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคา-
นุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ใช่ย่อม
ไม่ละกามราคานุนัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘
ไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 366
ข้อ 1398
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๓๙๘] บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่จะ
ไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละกามราคานุสัย และ
ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม.
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละ
ปฏิฆานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น. คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
หน้า 367
ข้อ 1398
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละมานานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่จะไม่ไช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันน-
ธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา -
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
หน้า 368
ข้อ 1398
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่
อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปปธาตุ
แต่ละไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย และไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย
หน้า 369
ข้อ 1398
และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือในทุกขเวทนา ในอปริยา-
ปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
หน้า 370
ข้อ 1399
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๓๙๙] บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละมานา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่
ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
ปฎิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 371
ข้อ 1399
บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่
อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่จะไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย
และไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 372
ข้อ 1399
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือในทุกขเวทนา แต่
จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลไม่ละภวราคานุสัย และไม่
ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันน-
ธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยา-
ปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 373
ข้อ 1400
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๐๐] บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่
ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละมานานุสัย และ
ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละมานา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละมานา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 374
ข้อ 1400
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากนั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่
อปริยาปันนธรรม.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่
ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละมานานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 375
ข้อ 1401, 1402
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูล วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๐๑] บุคคลไม่ละทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละทิฏฐา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๐๒] บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 376
ข้อ 1402
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันน-
ธรรม.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 377
ข้อ 1403, 1404
ภวราคานุสยมูล
วราคานสุยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๐๓] บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
แต่จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย
และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยสมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๐๔] บุคคลไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
หน้า 378
ข้อ 1404
ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละมานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย, จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละ
มานานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
หน้า 379
ข้อ 1404
คือปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบกามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
ละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น
คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละภรราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ที่
ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลไม่ละ
ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
หน้า 380
ข้อ 1404
แต่จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันน-
ธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น
คือในอปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่าบุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 381
ข้อ 1405
กามราคานุสย ปฏิฆานุสยมูล มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล ทิฏฐา
นุสยาทิมูลี :-
[๑๔๐๕] บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯล ฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่ใด, ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 382
ข้อ 1405
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่เวทนา
๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่นั้น. บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฎิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย มานานุสยมูล จบ.
ติกมูลกะ จบ.
หน้า 383
ข้อ 1406, 1407
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๐๖] บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ.
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๐๗] บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จาก
หน้า 384
ข้อ 1407
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่
นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่ละกาม-
ราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ที่อปริยาปันน-
ธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 385
ข้อ 1408
ใช่.
หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคา.
นุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ วิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๐๘] บุคคลไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่ละกามราคา-
หน้า 386
ข้อ 1408
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชนุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคนุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ.
อุปปัตติฏฐาน โอกาสวาระ จบ
หน้า 387
ข้อ 1409
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๐๙] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละกามราคา-
นุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่ละกามราคานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันน-
ธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรค ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
ก็หรือว่าบุคคลจะไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 388
ข้อ 1409
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ละปฏิฆา-
นุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละกาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่ละปฎิฆานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคา-
นุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่
ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย
หน้า 389
ข้อ 1409
ที่ทุกขเวทนา ทื่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่ละกามราคานุสัย
และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และ
ไม่ละมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
นั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่ละมานานุสัย ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 390
ข้อ 1409
บุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
จากที่นั้น แก่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคล
นั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ใน
ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั้นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อม
หน้า 391
ข้อ 1409
ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่
ละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ไม่ละกามราคา-
นุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละ
ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละภวราคา-
นุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
หน้า 392
ข้อ 1409
อนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัยจาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่ทุกขเวทนา ที่
รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่
เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่
ละภวราคานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ไม่ละกามราคา-
นุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น แด่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่
ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
หน้า 393
ข้อ 1410
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชา-
นุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่ทุกขเวทนา ที่
รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๑๐] บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
หน้า 394
ข้อ 1410
ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง ด้วยอรหัตตมรรค ไม่ละปฏิฆานุสัย
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละมานา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ที่ทุกขเวทนา
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ ปฏิฆานุสัย และไม่ละ
มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย
ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อม
ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละมานานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ล่ะมานานุสัย และไม่ละ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
หน้า 395
ข้อ 1410
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละปฏิฆานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคล
ที่ ๘ ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละ
หน้า 396
ข้อ 1410
วิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่ละปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละปฏิฆานุสัย
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละภวราคานุสัย
จากที่นั้น. บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละภวราคานุสัย ใน
ที่ทั้งปวง.
หน้า 397
ข้อ 1410
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละภวราคา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย
และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และ
ไม่ละปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละปฏิฆานุสัย
ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
หน้า 398
ข้อ 1410
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละอวิชา-
ชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ในอปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ใน
ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม,
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั้นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และ
ไม่ละปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 399
ข้อ 1411
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๑๑] บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ละมานานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละมานานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคล
ที่ ๘ ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละมานา-
นุสัย จากที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่ทุกขเวทนา
หน้า 400
ข้อ 1411
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
และไม่ละมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละภวราคานุสัย
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
นั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ในทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น,
หน้า 401
ข้อ 1411
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละมานานุสัย
ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อม
ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละมานานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย
และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงก็ด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 402
ข้อ 1412, 1413
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๑๒] บุคคลใด ไม่ละทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย จากที่นั้น.
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๑๓] บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 403
ข้อ 1413
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น ย่อมไม่ละวิจกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๓ ที่กามธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
และไม่ละภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละภวราคานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละวิจกิจฉานุสัยจากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคล
ที่ ๘ ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 404
ข้อ 1413
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น, ย่อมไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย, ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่
ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และไม่ละ
หน้า 405
ข้อ 1414
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
ในที่ทั้งปวง
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๑๔] บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละภวราคา-
นุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละฉวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
หน้า 406
ข้อ 1415
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น, ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๑๕] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคา-
นุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น แต่0บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
หน้า 407
ข้อ 1415
จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกาม-
ราคานุสัย ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ๒
จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย
ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อม
ไม่ละมานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละมานานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคล
นั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละมานานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคล
นั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
หน้า 408
ข้อ 1415
มรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลใดนั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 409
ข้อ 1415
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลนั้น ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นบุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
หน้า 410
ข้อ 1415
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย และไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่ละภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละภรราคา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละภวราคานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
หน้า 411
ข้อ 1415
มรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย
ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละ
กามราคานุสัย ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 412
ข้อ 1415
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละอวิชชานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง ?
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 413
ข้อ 1416
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๔๑๖] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิ-
กิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย ละมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้นไม่ใช่ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่ละวิจิ-
กิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
หน้า 414
ข้อ 1416
นั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิ-
ฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่รูปธาตุ ที่
อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แก่บุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่
ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ, เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 415
ข้อ 1416
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละภวราคา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรค ไม่ละภวราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
หน้า 416
ข้อ 1416
ด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ทุกขเวทนา อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย
ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัยจาก
ที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และ
ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
หน้า 417
ข้อ 1416
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย และมานานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ละอวิชชานุสัย
ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อม
ไม่ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้นย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละไม่ละอวิชชานุสัย ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ.
ติกมูลกะ จบ.
หน้า 418
ข้อ 1417
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยามูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๑๗] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่
ไม่ละ ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นจะไม่ใช่ไม่ละกาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ที่
หน้า 419
ข้อ 1417
รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
ไม่ละวิจิกิจฉานุสัยที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แก่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จาก
ที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัยที่ทุกขเวทนา ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ไม่ละกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่ทั้งปวง ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ.
จตุกกมูลกะ จบ.
หน้า 420
ข้อ 1418
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๑๘] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละภวราคานุสัยในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ ที่อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น
จะไม่ใช่ไม่ละทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัยในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
หน้า 421
ข้อ 1418
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรค ไม่ละภวราคานุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้นย่อมไม่ละภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามรา-
คานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่รูปธาตุ
ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละ
ภวราคานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัยในทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้นย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และ
หน้า 422
ข้อ 1418
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย
ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละ
กามราคานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
หน้า 423
ข้อ 1418
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่ละอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น
จะไม่ใช่ไม่ละทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชานุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
หน้า 424
ข้อ 1418
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามรา-
คานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฎฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ.
ปัญจกมูลกะ จบ.
หน้า 425
ข้อ 1419
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสย-
มูลี :-
[๑๔๑๙] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย
ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละกามราคานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-
ราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
ภวราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หน้า 426
ข้อ 1419
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจ-
ฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่ละทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละไม่ละอวิชชานุสัย ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย เเละภวราคานุสัย จากที่นั้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละที่ทุกขเวทนา
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่
ใช่ไม่ละปฎิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย
หน้า 427
ข้อ 1419
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบกามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ.
ฉักกมูลกะ จบ.
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ.
ปชหนวาระ จบ
หน้า 428
ข้อ 1420
ปริญญาวาระ
อุปปัตติฏฐานปุคควาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๒๐] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนด
รู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
มานานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 429
ข้อ 1420
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนด
รู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่ ?
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
หน้า 430
ข้อ 1421
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๒๑] บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
กำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 431
ข้อ 1421
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 432
ข้อ 1422
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๒๒] บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้มานานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้มานานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 433
ข้อ 1423, 1424
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๒๓] บุคคลใด กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจนุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๒๔] บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
หน้า 434
ข้อ 1425
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๒๕] บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ ภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 435
ข้อ 1426
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๒๖] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย,
บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนด
รู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 436
ข้อ 1427
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
กำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๒๗] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น กำหนดรู้
หน้า 437
ข้อ 1427
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย,
บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 438
ข้อ 1428
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุ -
สยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๒๘] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย และกิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 439
ข้อ 1429
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา -
นุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุ -
สย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๒๙] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ.
ปัญจกมูลกะ จบ.
หน้า 440
ข้อ 1430
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย- มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๓๐] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย, และภวราคานุสัย บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉา-
นุสัย และภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย และภวราคานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย- มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐาน ปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 441
ข้อ 1431
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๓๑] บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อม
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด กำหนดรู้กาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้มานา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้
หน้า 442
ข้อ 1431
มานานุสัย และย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมกำหนด
รู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 443
ข้อ 1431
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้อวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
หน้า 444
ข้อ 1432
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๓๒] บุคคลกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนด
รู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
คือที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 445
ข้อ 1432
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
หน้า 446
ข้อ 1433
จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือในทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๓๓] บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนด
รู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจ-
หน้า 447
ข้อ 1433
ฉานุสัย และกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฎฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อม
กำหนดรู้นานานุสัย และย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
มานานุสัย, จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 448
ข้อ 1434
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่
ไม่ใช่จะกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย
และกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๓๔] บุคคลกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 449
ข้อ 1435
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๓๕] บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อม
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ?
หน้า 450
ข้อ 1436
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๓๖] บุคคลกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนด
รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อม
กำหนดรู้อวิชชานุสัย และย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 451
ข้อ 1437
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๓๗] บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
บุคคลย่อมกำหนดรู้มานานุสัย กามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 452
ข้อ 1437
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนครู้
กามราคานุสัย และ.ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 453
ข้อ 1437
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อม
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น. ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 454
ข้อ 1438
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา -
สยาทิมูลี :-
[๑๔๓๘] บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 455
ข้อ 1438
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่โด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่ใด, ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
หน้า 456
ข้อ 1439
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่กามธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ไช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และปฎิฆานุสัย
จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - ทิฏฐา -
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๓๙] บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัยปฎิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 457
ข้อ 1440
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น, ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กาม-
ราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฎฐานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
แต่ไม่ใช่จะกำหนดดรู้กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ.
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๔๐] บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้ภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 458
ข้อ 1440
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 459
ข้อ 1441
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น.
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้
กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ.
ปัญจกมูลกะ จบ.
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
- วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๔๑] บุคคลกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อม
หน้า 460
ข้อ 1441
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมกำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิ-
กิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ไม่ใช่จะ
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้
อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือที่ทุกขเวทนา แต่ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย และ
ภวราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูล จบ.
ฉักกมูลกะ จบ.
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม จบ.
หน้า 461
ข้อ 1442
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๔๒] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคล
นั้น ย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใด ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
หน้า 462
ข้อ 1442
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘
นั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น, กำหนดรู้กามราคานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับ
อนุสัยนั้น.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 463
ข้อ 1442
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ทุกที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
หน้า 464
ข้อ 1443
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๔๓] บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 465
ข้อ 1443
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัย
นั้น.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใดกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 466
ข้อ 1444
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๔๔] บุคคลใด ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 467
ข้อ 1444
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อม
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิ-
กิจฉานุสัย จากที่นั้น กำหนดรู้มานานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับ
อนุสัยนั้น.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค กำหนดรู้ที่เวท-
นา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้น
นั่นแหละ กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนด
หน้า 468
ข้อ 1444
รู้มานานุสัย และกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นกำหนด
รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค กำหนดรู้ที่ทุกข-
เวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมกำหนด
รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 469
ข้อ 1445, 1446
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๔๕] บุคคลใด กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๔๖] บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 470
ข้อ 1446
บุคคลที่ ๘ กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่จะกำ
หนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น และ
กำหนดรู้ภวราคานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่าบุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้กิเลสอันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 471
ข้อ 1447
ภรวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๔๗] บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค กำหนดรู้ที่เวท-
นา ๓ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้อวิชชานุสัย และกำหนดรู้ ราคานุสัย จากที่นั้น.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูละ จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 472
ข้อ 1448
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๔๘] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าบุคคลใด กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคล
หน้า 473
ข้อ 1448
นั้น ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่จะกำ
หนดรู้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย และย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัย
นั้น จากที่นั้น บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย และย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับ
อนุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
หน้า 474
ข้อ 1448
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 475
ข้อ 1449
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา -
นุสยาทิมูลี :-
[๑๔๔๙] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิ-
กิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด, กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกำหนดรู้มานานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียว
กันกับอนุสัยนั้น จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
กำหนดรู้กามราคานุสัย และมานานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัย
นั้น จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย และกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัย
หน้า 476
ข้อ 1449
นั้น จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 477
ข้อ 1450
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค กำหนดรู้ที่ทุกข-
เวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมกำหนด
รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๕๐] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
หน้า 478
ข้อ 1450
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าบุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ กำหนดรู้ที่รูปธาตุ รูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย และกำหนดรู้มานานุสัย
อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ไม่ใช่
จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้น
นั่นแหละ กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย กำหนดรู้กามราคานุสัย และมานานุสัย
อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่จะ
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ที่ทุกข์
เวทนา บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย และ
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อันตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับอนุสัยนั้น จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 479
ข้อ 1451
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิหานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๕๑] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มา-
นานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย ละวิจิ-
กิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ย่อมกำหนดรู้มานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา -
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
หน้า 480
ข้อ 1451
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อม
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ
กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น
ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา
นุสัยจากที่นั้น.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ.
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 481
ข้อ 1452
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสย ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๕๒] บุคคลใด กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภรราคานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าบุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจ-
ฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค กำหนดรู้ที่ทุกข-
เวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมกำหนด
รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้นไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
อวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้
หน้า 482
ข้อ 1452
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ กำหนดรู้ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย และภว-
ราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่ใช่จะกำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย -ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 483
ข้อ 1453
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๕๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้มานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้กาม-
หน้า 484
ข้อ 1453
ราคานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่
เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานสุยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
หน้า 485
ข้อ 1453
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้วิจิ-
กิจฉานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่
เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่
๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย.
จบกามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้กาม-
ราคานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 486
ข้อ 1454
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย. บุคคลทั้งหลายที่
เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๕๔] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ปฏิ-
ฆานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 487
ข้อ 1454
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้
มานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น, ย่อมไม่กำหนด
รู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิ-
กิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลทั้งหลายที่
หน้า 488
ข้อ 1454
เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่
๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานสุยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมกำหนดรู้
อวิชชานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 489
ข้อ 1455
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๕๕] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด. ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลที่ทั้งหลายที่
เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่
๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
จบ มานานุสยมูล ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น, ย่อมไม่กำหนดรู้ภว-
หน้า 490
ข้อ 1456
ราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้มานานุสัยใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๕๖] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 491
ข้อ 1457
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๕๗] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่
เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่
๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม-
เพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
จบ วิจิกิจฉานุสมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 492
ข้อ 1458, 1459
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๕๘] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๕๙] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ใช่ไหม ?
หน้า 493
ข้อ 1459
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำ
พวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมกำหนดรู้
มานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย,
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่
จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
หน้า 494
ข้อ 1459
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิ.
มรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสย, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย,
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนด
รู้อวิชชานุสัย.
หน้า 495
ข้อ 1460
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย,
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๔๖๐] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจ-
ฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
และมานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
หน้า 496
ข้อ 1460
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย,
และ ปฏิฆานุสัย บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะ
ไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย ละไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 497
ข้อ 1461
ก็หรือว่าบุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย และมานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย- ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๖๑] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
หน้า 498
ข้อ 1462
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก แต่บุคคลที่ ๘
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๖๒] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย
หน้า 499
ข้อ 1462
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และจะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานสุย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 500
ข้อ 1463
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๖๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย-
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจ-
ฉานุสัย และภวราคานุสัย.
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐา
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
หน้า 501
ข้อ 1463
จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐาน ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 502
ข้อ 1464
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๖๔] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ที่ทุกข์
เวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฎิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลย่อม
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ถือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
หน้า 503
ข้อ 1464
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกข-
เวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
หน้า 504
ข้อ 1464
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปนนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่นั้น, บุคคลไม่
หน้า 505
ข้อ 1464
กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือในทุกข-
เวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น. บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ จบ
หน้า 506
ข้อ 1465
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๖๕] บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานา-
นุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนด
รู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันน-
ธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 507
ข้อ 1465
ปฏิฆานุสยมูล ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏ-
ฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจ-
ฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิ-
กิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อม
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ
ที่เวทนา ๒ ที่กามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม.
หน้า 508
ข้อ 1465
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา-
นุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิช-
ชานุสัย จากที่นั้น คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 509
ข้อ 1466
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๖๖] บุคคล ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ที่ทุกขเวทนา แต่
จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลไม่กำหนดรู้มานา-
นุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ที่อปริยาปันน-
ธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 510
ข้อ 1466
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อม
กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือใน
ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันน-
ธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 511
ข้อ 1467, 1468
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูล วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๖๗] บุคคลไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๖๘] บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 512
ข้อ 1468
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือที่อปริยาปันนธรรม.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 513
ข้อ 1469
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๖๙] บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 514
ข้อ 1470
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๗๐] บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฎิฆา-
นุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้น
คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดมานานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น
คือ ที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือปริยาปันนธรรม,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 515
ข้อ 1470
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และย่อม
หน้า 516
ข้อ 1470
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นคือที่อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่
นั้น คือ ที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่อปริยาปันธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือที่ อปริยาปันนธรรม.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
หน้า 517
ข้อ 1471
กำหนดรู้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๔๗๑] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 518
ข้อ 1471
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานา-
นุสัย จากที่นั้น คือ ที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลย่อมกำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่
นั้น คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น, คือที่
อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 519
ข้อ 1472
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๗๒] บุคคล ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จาก
หน้า 520
ข้อ 1473
ที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๗๓] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้ภว-
ราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานา-
นุสัย จากที่นั้น คือ ที่ทุกขเวทนา แต่จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
หน้า 521
ข้อ 1473
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
และไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิ-
กิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น คือ ที่อปริยาปันนธรรม.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคล ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนด รู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
หน้า 522
ข้อ 1474
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๗๔] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้ อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉา-
หน้า 523
ข้อ 1474
นุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 524
ข้อ 1475
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๗๕] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม-
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฎิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 525
ข้อ 1475
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จาก
ที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
หน้า 526
ข้อ 1475
มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลมีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานา-
นุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 527
ข้อ 1475
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และ
บุคคลที่ ๔ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
หน้า 528
ข้อ 1475
อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
หน้า 529
ข้อ 1475
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
นุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 530
ข้อ 1475
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จาก
ที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
หน้า 531
ข้อ 1476
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง ?
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๗๖] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
หน้า 532
ข้อ 1476
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคา-
มิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 533
ข้อ 1476
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และ
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
หน้า 534
ข้อ 1476
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฎิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฎิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 535
ข้อ 1476
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้
ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ อรูปธาตุ
อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
หน้า 536
ข้อ 1476
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนด
รู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนา-
คามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 537
ข้อ 1477
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี :-
[๑๔๗๗] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใดบุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
หน้า 538
ข้อ 1477
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
หน้า 539
ข้อ 1477
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใดไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้นย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้ง
หลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่
หน้า 540
ข้อ 1478
กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๗๘] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯล ฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 541
ข้อ 1479
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๗๙] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น
หน้า 542
ข้อ 1479
แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และ
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
หน้า 543
ข้อ 1480
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนด วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๘๐] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 544
ข้อ 1481
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๘๑] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 545
ข้อ 1481
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนด
รู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น.
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนด
รู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย, จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
หน้า 546
ข้อ 1481
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ไม่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
หน้า 547
ข้อ 1481
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคล
นั้น และปฏิฆานุสัย ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ใน ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น
จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่
กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสยมูละ - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 548
ข้อ 1481
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กาม-
ราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนด
รู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
หน้า 549
ข้อ 1481
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด,
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา-
หน้า 550
ข้อ 1481
นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่
กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่าบุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้น, จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
หน้า 551
ข้อ 1482
เพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๔๘๒] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
หน้า 552
ข้อ 1482
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
หน้า 553
ข้อ 1482
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกข-
เวทนา ที่อปริยาปันนธรรมบุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
หน้า 554
ข้อ 1482
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราศานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั่น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น. บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภว-
ราคานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จาก
ที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 555
ข้อ 1482
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ใน
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอหัตมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ใน
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยจากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่
หน้า 556
ข้อ 1483
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๘๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
หน้า 557
ข้อ 1483
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ที่
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะ
ไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนด
รู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะ
ไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่
กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่
หน้า 558
ข้อ 1484
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนด
รู้ที่ทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย ฆานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่ทั้งปวง ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๔๘๔] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น ย่อม
หน้า 559
ข้อ 1484
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่
ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิ-
มรรค ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
หน้า 560
ข้อ 1484
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูป-
ธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค จะไม่ใช่ไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่ทุกข-
เวทนา ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 561
ข้อ 1484
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ใน
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิ-
กิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
หน้า 562
ข้อ 1484
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะ
ไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิกิฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้
อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย แต่วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นนั่นแหละ จะไม่ใช่ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้
หน้า 563
ข้อ 1495
อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๔๙๕]๑ บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด,
บุคคลนั้น ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ใน
ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
๑. ข้อนี้ ตัวเลขในฉบับบาลีข้ามเป็น ๑๔๙๕ ที่ถูกเป็น ๑๔๘๕ และข้อต่อ ๆ ไป
ก็คลาดเคลื่อนไปตาม ๆ กัน แต่จะแก้ในชั้นนี้ไม่ได้ จะทำให้ยุ่งยากแก่การ
ตรวจสอบฉบับภาษาบาลีกับภาษาไทย ฉะนั้น จึงต้องคงไว้ตามฉบับภาษาบาลี
หน้า 564
ข้อ 1495
และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคล
ที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความ
หน้า 565
ข้อ 1495
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่
กำหนดรู้ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ที่อปริยาปันน-
ธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉา-
นุสัย และภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย -มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
ปริญญาวาระ จบ
หน้า 566
ข้อ 1496
ปหีนวาระ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๔๙๖] กามราคานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ปฏิฆานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, มานานุสัย เป็นอันบุคคล
นั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 567
ข้อ 1496
กามราคานุสัย พระอนาคามีละได้แล้ว แต่มานานุสัย พระ-
อนาคามีนั้นยังละไม่ได้, กามราคานุสัย พระอรหันต์ละได้แล้ว และ
มานานุสัย พระอรหันต์ก็ละได้แล้ว.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิ-
กิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว กามราคานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวกละได้แล้ว แต่กามราคานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก
ละได้แล้ว และกามราคานุสัย บุคคล ๒ จำพวกก็ละได้แล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 568
ข้อ 1497
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย พระอนาคามีละได้แล้ว แต่อวิชชานุสัย พระ-
อนาคามีนั้นยังละไม่ได้ กามราคานุสัย พระอรหันต์ละได้แล้ว และ
อวิชชานุสัย พระอรหันต์ก็ละได้แล้ว.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๔๙๗] ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว มานานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย พระอนาคามีละได้แล้ว แต่มานานุสัย พระอนาคามี
นั้นยังละไม่ได้, ปฏิฆานุสัย พระอรหันต์ละได้แล้ว และมานานุสัย
หน้า 569
ข้อ 1497
พระอรหันต์ก็ละได้แล้ว.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ปฏิฆานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ปฏิฆานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล ๒ จำพวกละได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้นยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก
ละได้แล้ว และปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวกก็ละได้แล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 570
ข้อ 1498
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย พระอนาคามีละได้แล้ว แต่อวิชชานุสัย พระ-
อนาคามีนั้นยังละไม่ได้, ปฏิฆานุสัย พระอรหันต์ละได้แล้ว และ
อวิชชานุสัย พระอรหันต์ก็ละได้แล้ว.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละได้แล้ว ปฏิฆานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๔๙๘ ] มานานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 571
ข้อ 1498
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว มานานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล ๓ จำพวกละได้แล้ว แต่มานานุสัย
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย พระอรหันต์ละ
ได้แล้ว และมานานุสัย พระอรหันต์ก็ละได้แล้ว.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, มานานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 572
ข้อ 1499, 1500
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๔๙๙] ทิฏฐานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, วิจิกิจฉานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ทิฏฐานุสัย เป็น
เป็นอันบุคคลละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๐๐] วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 573
ข้อ 1501
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล ๓ จำพวกละไม่ได้แล้ว แต่อวิชชานุสัย
บุคคลเหล่านั้นยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย พระอรหันต์ละได้แล้ว และ
อวิชชานุสัย พระอรหันต์ก็ละได้แล้ว.
ก็หรือว่าอวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, วิจิกิจฉานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๐๑] ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, อวิชชานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ภวราคานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 574
ข้อ 1502
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๐๒] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละได้
แล้ว, มานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย พระอนาคามีละได้แล้ว แต่
มานานุสัย พระอนาคามีนั้นยังละไม่ได้, กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
พระอรหันต์ละได้แล้ว และมานานุสัย พระอรหันต์ก็ละได้แล้ว.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย แต่
ปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 575
ข้อ 1502
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวกละได้แล้ว แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้นยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกละได้แล้ว กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคล ๒
จำพวกก็ละได้แล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฎิฆานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ภวราคา-
นุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย พระอนาคามีละได้แล้ว แต่
อวิชชานุสัย พระอนาคามีนั้น ยังละไม่ได้, กามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย พระอรหันต์ละได้แล้ว.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 576
ข้อ 1503
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๕๐๓] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อัน
บุคคลใดละได้แล้ว, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้น
ละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวกละได้แล้ว แต่กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ยังละไม่ได้,
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย พระอนาคามีละได้แล้ว
แต่มานานุสัย พระอนาคามีนั้น ยังละไม่ได้ วิจิกิจฉานุสัย พระ-
อรหันต์ละได้แล้ว กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย พระ-
อรหันต์ละได้แล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 577
ข้อ 1504
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลใดละได้
แล้ว, ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๐๔] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
อันบุคคลใด ละได้แล้ว, วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว
หน้า 578
ข้อ 1504
ใช่ไหม ?
ใช่
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว
ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ละได้แล้ว
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคล ๒ จำพวก
เหล่านั้นยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย พระอนาคามียังละได้แล้ว แต่มานานุสัย พระอนาคามีนั้น
ยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย พระอรหันต์ละได้แล้ว กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย พระอรหันต์ก็ได้ละแล้ว ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 579
ข้อ 1505
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานสุย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๐๕] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคล
นั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 580
ข้อ 1506
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๐๖] กามราคนุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, อวิชชานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละได้แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 581
ข้อ 1507
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๕๐๗] กามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆา-
นุสัย เป็นอันบุคคลละแล้วในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยังละไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ปฏิมานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิมานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย เป็นอัน
บุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 582
ข้อ 1507
ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
กามราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, มานานุสัย
อันบุคคลละแล้ว และกามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้คือ ที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
หน้า 583
ข้อ 1507
ไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว และกามราคานุสัย ในที่นี้
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด ภวราคานุสัย เป็น
อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด กามราคานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็น
อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 584
ข้อ 1508
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้คือ ที่ทุกขเวทนา ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว และกามราคานุสัย อันบุคคล
ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๐๘] ปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆานุสัย เป็น
หน้า 585
ข้อ 1508
อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฎิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด ปฏิฆานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว และปฏิฆานุสัย อัน
บุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 586
ข้อ 1508
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด ภวราคานุสัย เป็นอัน
บุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด ปฏิฆานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น, ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็นอัน
บุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย บุคคลละแล้ว ในที่ใด ปฏิฆานุสัย เป็น
อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ใน
หน้า 587
ข้อ 1509
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว และปฏิฆานุสัย อัน
บุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๐๙] มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อัน
หน้า 588
ข้อ 1509
บุคคลละแล้ว และมานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา
๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย เป็นอัน
บุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, มานา-
นุสัย อันบุคคลละแล้ว และภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 589
ข้อ 1510
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็นอัน
บุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา มานา-
นุสัย ไม่ควรกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อันบุคคล
ละแล้ว และมานานุสัย ในที่นี้ คือเวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๑๐] ทิฏฐานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 590
ข้อ 1511
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๕๑๑] วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ภวราคา-
นุสัย เป็นอันบุคคลละแล้วในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิ-
กิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว และภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว, ใน
ที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 591
ข้อ 1512
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็น
อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุยมูละ วิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๑๒ ] ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, อวิชชา-
นุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 592
ข้อ 1513
อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว,
อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว และภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว
ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๑๓] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว
ในที่ใด, มานานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
หน้า 593
ข้อ 1513
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว, มานานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฎิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
หน้า 594
ข้อ 1513
ยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว
ในที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ใน
ที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด,
ภวราคานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 595
ข้อ 1513
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด,
อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละได้แล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่
ละแล้ว, อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ
ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว,
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
หน้า 596
ข้อ 1514
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๕๑๔] กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย และมานานุสัย อัน
บุคคลละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคล
ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย
อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ
ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 597
ข้อ 1514
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลละแล้ว
ในที่ใด, ภวราคานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ละมานานุสัย อันบุคคลละแล้ว
ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 598
ข้อ 1515
อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย
อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฎิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย
อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และ
มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๑๕] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว
ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 599
ข้อ 1515
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว
ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลละแล้ว
ในที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่เวทนา
๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้
คือ ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า แล้วหรือยังไม่ละ
แล้ว ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 600
ข้อ 1516
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๕๑๖] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย เป็นอัน
บุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย เเละวิจิกิจฉานุสัย เป็นอัน
บุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามาราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 601
ข้อ 1516
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา -
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิ-
กิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลละ
แล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคา
นุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว
ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล
ละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือ ที่ทุกขเวทนา กาม-
หน้า 602
ข้อ 1517
ราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๑๗] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, อวิชชา-
นุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 603
ข้อ 1517
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-
ราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
กามราคานุสัย และปฎิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกข-
เวทนา กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 604
ข้อ 1518
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๕๑๘] กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ปฏิ-
ฆานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอนาคามีละแล้ว ในที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่มานานุสัย อันเป็นบุคคลนั้นไม่ใช่
หน้า 605
ข้อ 1518
ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ
พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด กามราคา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว, มานานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว และกามราคานุสัย อัน
บุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ทิฏฐานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 606
ข้อ 1518
ทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวกละแล้ว
ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่
พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, ทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ แต่กามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น,
ทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวกละแล้ว ในที่นั้น
คือที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, ทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละ
แล้ว และกามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นนั้นแหละ ละแล้วที่
เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 607
ข้อ 1518
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคล ๒ จำพวก ละแล้ว ใน
ที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่
พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่กามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, วิจิกิจ-
ฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวก ละแล้ว ในที่นั้น
คือ ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าว
ว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละแล้ว
และกามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 608
ข้อ 1518
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย อันบุคคล คือพระอนาคามีนั้นละแล้ว ในที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นไม่ใช่ละแล้ว
ในที่นั้น, กามราคานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว เละอวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว
หน้า 609
ข้อ 1519
และกามราคานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ใน
ที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี ;-
[๑๕๑๙] ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, มานา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่เป็น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 610
ข้อ 1519
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวกละแล้ว
ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิ-
ฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลเหล่านั้นละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
แต่ปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, วิจิกิจฉา-
นุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวกละแล้ว ในที่นั้น คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
ละแล้ว และปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
หน้า 611
ข้อ 1519
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี:-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอนาคามีละแล้ว คือที่ทุกข-
เวทนา แต่อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, ปฏิฆา-
นุสัย อันบุคคลละแล้ว และอวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอร-
หันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่
หน้า 612
ข้อ 1520
พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว
และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น
คือที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๒๐] มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๓ จำพวกละแล้ว
ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
หน้า 613
ข้อ 1520
ไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่น-
แหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น,
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ
ที่ทุกขเวทนา มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว,
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ
บุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, มานานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ภวราคานุสัย
หน้า 614
ข้อ 1520
เป็นอันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย
เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น, ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย
เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่ทุกขเวทนา มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว,
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ละมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ
หน้า 615
ข้อ 1521
บุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๒๑] ทิฏฐานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉา-
นุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 616
ข้อ 1522
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๕๒๒] วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ภว-
ราคานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๓ จำพวกละแล้ว
ในที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
ภวราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ใน
กามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิ-
กิจฉานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว และภวราคานุสัย อันบุคคล คือบุคคล
นั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉา-
นุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 617
ข้อ 1522
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็น
อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๓ จำพวกละแล้ว
ในที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, วิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลนั้นละแล้ว และอวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์
ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
หน้า 618
ข้อ 1523
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๒๓] ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, อวิช-
ชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ภวราคา-
นุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว และภวราคานุสัย
อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 619
ข้อ 1524
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๒๔] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว
ในที่ใด, มานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว มานานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคลนั้น
คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น
หน้า 620
ข้อ 1524
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวกละแล้ว
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกาม-
ธาตุ แต่กามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น,
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลเหล่านั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่
ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น,
ตามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวกละแล้ว ในที่นั้น, คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ละแล้ว ในที่นั้น คือในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
หน้า 621
ข้อ 1524
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา กาม-
ราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด,
ภวราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น, ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด,
อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 622
ข้อ 1525
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าว
ว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย อัน
บุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิช-
ชานุสัย ละปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น คืออันบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว
ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ทิฏฐา-
นุสยาทิมูลี :-
[๑๕๒๕] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อัน
บุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย เป็นอัน
หน้า 623
ข้อ 1525
บุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒ จำพวกละแล้ว
ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่
กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ใน
ที่นั้น. ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจ-
ฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่
นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว
ในที่นั้น, กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอนาคามีนั้น
ละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย อันบุคคล
นั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย
อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒
หน้า 624
ข้อ 1525
ในกามธาตุ แต่มานานุสัย อันบุคคลนั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น,
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ
ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ
พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจ-
ฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้น
นั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย
อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา
กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคล ละแล้ว
ในที่ใด, ภวราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 625
ข้อ 1525
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว, กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว
ในที่ใด อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์
ละแล้ว ในที่นั้น คือที่ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ
ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าว
หน้า 626
ข้อ 1526
ว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคล
นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา กาม-
ราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๒๖] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย อันบุคคลใด ละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคล
นั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว
ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 627
ข้อ 1526
วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคล ๒
จำพวกละแล้ว ในที่นั้น ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย อัน
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย
อันบุคคลเหล่านั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา แต่
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย
และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย
และทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอนาคามีละแล้ว ในที่นั้น คือ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่มานานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น
ก็หาไม่ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคล
นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่มานานุสัย อันบุคคลนั้นไม่ใช่ละแล้ว ในที่นั้น, ปฏิฆานุสัย ไม่
พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ
หน้า 628
ข้อ 1526
ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคล
นั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว,
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น
คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละละ
แล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่
พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
หน้า 629
ข้อ 1527
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา -
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๕๒๗] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย เป็นอัน
บุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย เป็นอัน
บุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว
กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 630
ข้อ 1527
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา-
นุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิ-
กิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคล
นั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย เป็นอัน
บุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น คือ
พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล
นั้น คืออันบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิช-
ชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น
หน้า 631
ข้อ 1528
คือบุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา และมานา-
นุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๒๘] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, อวิช-
ชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
หน้า 632
ข้อ 1528
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวรา-
คานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-
ราคานุสัย อันบุคคลนั้น คือพระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ
ละแล้ว ในที่นั้น คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย และภว-
ราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย ปฏิ-
ฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้น
นั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และ
ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - วิจิกิจฉานุสย -
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 633
ข้อ 1529
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๕๒๙] กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ปฏิฆานุสัย
บุคคลนั้น ก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
อันบุคคล นั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, มานานุสัย บุคคลนั้น
ก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ได้, กามราคานุสัย อัน
หน้า 634
ข้อ 1529
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
มานานุสัย พระอนาคามี ยังละไม่ได้ แต่กามราคานุสัย พระ-
อนาคามี ไม่ใช่ละไม่ได้. มานานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ยังละไม่ได้
และกามราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ก็ยังละไม่ได้.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูลี ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ยังละไม่ได้ แต่วิจิกิจฉานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละไม่ได้ กามราคานุสัย ปุถุชนยัง
ละไม่ได้ และวิจิกิจฉานุสัย ปุถุชนก็ยังละไม่ได้.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใด ยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
บุคคลนั้น ก็ยังละไม่ได้ ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 635
ข้อ 1530
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใด ยังละไม่ได้ ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
บุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย พระอนาคามี ยังละไม่ได้ แต่กามราคานุสัย
พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, อวิชชานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ยัง
ละไม่ได้ และกามราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ก็ยังละไม่ได้.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๓๐] ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละไม่ได้แล้ว, มานานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 636
ข้อ 1530
ก็หรือว่ามานานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ปฏิฆานุสัย อัน
บุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
มานานุสัย พระอนาคามียังละไม่ได้ ปฏิฆานุสัย พระอนา-
คามีนั้นไม่ใช่ละไม่ได้, มานานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ยังละไม่ได้แล้ว
และปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ก็ยังละไม่ได้.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจ-
ฉานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ยังละไม่ได้ แต่วิจิกิจฉานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, ปฏิฆานุสัย ปุถุชนยังละ
ไม่ได้ และวิจิกิจฉานุสัย ก็ยังละไม่ได้แล้ว.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ปฏิฆานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 637
ข้อ 1531
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ภวราคานุสัย ฯลฯ.
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้ ปฏิฆานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย พระอนาคามี ยังละไม่ได้ แต่ปฏิฆานุสัย พระ-
อนาคามีไม่ใช่ละไม่ได้, อวิชชานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ยังละไม่ได้
และปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ก็ยังละไม่ได้.
จบ ปฏิฆานสุยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๓๑] มานานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
หน้า 638
ข้อ 1531
มานานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ยังละไม่ได้ แต่วิจิกิจฉานุสัย
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, มานานุสัย ปุถุชนยังละไม่
ได้ และวิจิกิจฉานุสัย ก็ยังละไม่ได้.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, มานานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิช-
ชานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย บุคคลใดยังละไม่ได้, มานานุสัย อัน
บุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูล จบ
หน้า 639
ข้อ 1532, 1533
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๓๒] ทิฏฐานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ทิฏฐานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยทิมูลี :-
[๑๕๓๓] วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 640
ข้อ 1534
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ยังละไม่ได้ แต่วิจิกิจฉานุสัย
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, อวิชชานุสัย ปุถุชนยังละ
ไม่ได้ ละวิจิกิจฉานุสัย ปุถุชนก็ยังละไม่ได้.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๓๔] ภรราคานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ภวราคานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
หน้า 641
ข้อ 1535
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๓๕] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดละไม่
ได้, มานานุสัย อันบุคคลนั้นยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
ละปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
มานานุสัย พระอนาคามียังละไม่ได้แล้ว, แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, มานานุสัย อัน
บุคคล ๓ จำพวกยังละไม่ได้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคล ๓
จำพวกก็ยังละไม่ได้.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
หน้า 642
ข้อ 1535
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ยังละไม่ได้
แต่วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละไม่ได,. กามรา-
คานุสัย และปฏิฆานุสัย ปุถุชนยังละไม่ได้ และวิจิกิจฉานุสัย ปุถุชน
ก็ยังละไม่ได้.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้นยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ภว-
ราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย บุคคลนั้นยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได,้ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย พระอนาคามียังละไม่ได้ แต่กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย พระอนาคามีนั้นไม่ใช่ละไม่ได,้ อวิชชานุสัย บุคคล ๓
หน้า 643
ข้อ 1536
จำพวกละไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก
ก็ยังละไม่ได้.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย-ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๓๖] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อัน
บุคคลใดละไม่ได้ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยัง
ละไม่ได้ ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคล ๒ จำพวก
ยังละไม่ได้ แต่วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละไม่ได้,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ปุถุชนยังละไม่ได้ และ
วิจิกิจฉานุสัย ปุถุชนก็ยังละไม่ได้.
หน้า 644
ข้อ 1536
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ?
ใช่.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - นานานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลใดยังละ
ไม่ได้, ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย พระอนาคามี ยังละไม่ได้ แต่
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ละไม่ได้,
หน้า 645
ข้อ 1537
อวิชชานุสัย อันบุคคล ๓ จำพวก ยังละไม่ได้ กามราคานุสัย ปฏิฆา -
นุสัย และมานานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ก็ยังละไม่ได้.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิกฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย -
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๓๗] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
หน้า 646
ข้อ 1538
ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย -
ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๓๘] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิช-
ชานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น
หน้า 647
ข้อ 1539
ก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย พระอาคามียังละไม่ได้ แต่
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย พระอนาคามี
นั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย บุคคล ๒ จำพวกยังละไม่ได้ แต่ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, อวิชชานุสัย ปุถุชน
ยังละไม่ได้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ปุถุชนก็ยังละไม่ได้.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ - อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๓๙] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ฆานานุสัย ทิฏฐานุสัย
หน้า 648
ข้อ 1539
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได,้ อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละไม่ได้, กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ละภวราคานุสัย อันบุคคลนั้น
ก็ยังละไม่ได้ ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย ๒ มานานุสัย และภวราคานุสัย พระอนาคามียังละ
ไม่ได้ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
พระอนาคามีนั้น ไม่ใช่ละไม่ได้, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ยังละไม่ได้
แต่ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่ใช่ละ
ไม่ได้ อวิชชานุสัย ปุถุชนยังละไม่ได้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ปุถุชนก็ยัง
ละไม่ได้.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 649
ข้อ 1540
อุปปัตติฏฐานโอกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๕๔๐] กามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
หรือว่า ปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด กามราคา-
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย
อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 650
ข้อ 1540
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กามราคา-
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือไม่ละแล้ว,
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละ ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
และกามราคานุสัย ก็ยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย บุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
หน้า 651
ข้อ 1540
ไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว และกามราคานุสัย
อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย
อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 652
ข้อ 1541
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิช-
ชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว และกามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่
ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๔๑] ปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, มานา-
นุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆา-
นุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
หน้า 653
ข้อ 1541
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ปฏิ-
ฆานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ?
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว และปฏิฆานุสัย
อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆา-
หน้า 654
ข้อ 1541
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย อัน
บุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าอวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆา-
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว และปฏิฆานุสัย
อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 655
ข้อ 1542
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๔๒] มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด ทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย บุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด มานา-
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลยังไม่ละแล้ว และมานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละ แล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย อัน
บุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 656
ข้อ 1542
มานานุสัย อันบุคคลยังละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ล่ะแล้ว,
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว และกามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่
ละ ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, มานา-
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย อัน
บุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, มานา-
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อัน
หน้า 657
ข้อ 1543
บุคคลยังไม่ละแล้ว และมานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๔๓] ทิฏฐานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, วิจิ-
กิจฉานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐา-
นุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
หน้า 658
ข้อ 1544
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๕๔๔] วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว, ในที่ใด
ภวราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว,
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว และภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่
ละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจ-
ฉานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย
อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 659
ข้อ 1545
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด วิจิกิจ-
ฉานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๔๕] ภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด
อวิชชานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภว-
ราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, คือที่เวทนา ๓
ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว,
หน้า 660
ข้อ 1546
อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว และกามราคานุสัย บุคคลก็ยังไม่
ละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๔๖] กามราคานุสัย ละปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละ
แล้ว ในที่ใด มานานุสัย อันบุคคลที่ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า และแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว, มานานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว
หน้า 661
ข้อ 1546
ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่
ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย อัน
บุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
หน้า 662
ข้อ 1546
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ภวราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ใน
ที่ใด, อวิชชานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว
หน้า 663
ข้อ 1547
ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ใน
ที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๔๗] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อัน
บุคคลยังไม่ละแล้ว, ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ใน
หน้า 664
ข้อ 1547
ที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า และแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย
และปฏิฆานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า และแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละ
แล้ว ในที่ใด ภวราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ใน
ที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 665
ข้อ 1547
ภวราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าว
ว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ละมานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละ
แล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ใน
ที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้
คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว, ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, ในที่นี้ คือที่
หน้า 666
ข้อ 1548
ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๔๘] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่
ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่
ละแล้ว ในที่ นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 667
ข้อ 1549
วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลยังไม่ละ
แล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิ-
ฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว
ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละ
แล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย อัน
บุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และ
มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๕๔๙] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย อัน
หน้า 668
ข้อ 1549
บุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละ
แล้ว กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานสุย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉานุสยมูล
อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฎิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจ-
ฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย อันบุคคลก็ยัง
ไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
หน้า 669
ข้อ 1549
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฎฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล
ยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่
พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา
กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละ
แล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 670
ข้อ 1550
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๕๐] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
อวิชชานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย อันบุคคลก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
หน้า 671
ข้อ 1550
ยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย มานา-
นุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย-
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐาน โอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 672
ข้อ 1551
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๕๕๑] กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, มานานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 673
ข้อ 1551
ก็หรือว่ามานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย อันบุคคลนั้น ไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือพระอนาคามี
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว มานานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย
บุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, มานานุสัย อันบุคคลเหล่า
นั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว และกามราคานุสัย อัน
บุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคล ๒ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย
หน้า 674
ข้อ 1551
อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย อัน
บุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละ
แล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน
ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 675
ข้อ 1551
กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือพระอนา-
คามี ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่
ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่กามราคานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, อวิชชา-
นุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก
ที่ทุกขเวทนา ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว
และกามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือ
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ.
จบ กามราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
หน้า 676
ข้อ 1552
ปฏิฆานุสยมูล
ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๕๒] ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
มานานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ปฏิฆา-
นุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคล ๒ จำพวก ที่ทุกขเวทนา แต่วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว
หน้า 677
ข้อ 1552
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน
ที่ทุกขเวทนา.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน
ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่
ละแล้ว และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 678
ข้อ 1552
ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือพระอนา-
คามี ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่
ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย
อันบุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น อวิชชานุสัย อันบุคคล
นั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว และ
ปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลเหล่า
นั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ
หน้า 679
ข้อ 1553
มานานุสยมูล
มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๕๓] มานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ใน
ที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นี้ คือบุคคล
๓ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, มานา-
นุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว, และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น
ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ, ที่รูป-
ธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดก็ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
มานานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน
ที่ทุกขเวทนา มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว, และมานานุสัย อันบุคคล
หน้า 680
ข้อ 1553
นั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละเเล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคล ๔ จำพวก ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยัง
ไม่ละแล้ว, และภวราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่
นั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
มานานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 681
ข้อ 1554
มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
มานานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด
มานานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคล จำพวก ที่ทุกขเวทนา มานานุสัย ไม่มีกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว, และ
มานานุสัย บุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
มานานุสยมูล จบ
ทิฏฐานุสยมูล
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๕๔] ทิฏฐานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
หน้า 682
ข้อ 1555
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี
ทิฏฐานุสยมูล จบ
วิจิกิจฉานุสยมูล
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
[๑๕๕๕] วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ภวราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน
ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว, และภวราคา-
นุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
หน้า 683
ข้อ 1555
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ภวราคานุลัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล
เหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, ภวราคานุสัย อันบุคคลนั้น
ยังไม่ละแล้ว และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคล ๓ จำพวก ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ
แต่วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น,
อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว และวิจิกิจฉานุสัย
หน้า 684
ข้อ 1556
อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน ในเวทนา ๓ ใน
กามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.
จบ วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ภวราคานุสยมูล
ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๕๖] ภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดก็ยัง ไม่ละแล้ว ในที่ใด,
ภวราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคล ๔ จำพวก ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่
หน้า 685
ข้อ 1557
ละแล้ว และภวราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ.
จบ ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ภวราคานุสยมูล จบ
เอกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล
ทุกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
[๑๕๕๗] กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่
ละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้วในที่นั้นใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือพระ-
อนาคามี ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว, มานานุสัย อันบุคคลนั้น
หน้า 686
ข้อ 1557
ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย อันบุคคลนั้น, ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ใน
ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว มานานุสัย
อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว มานานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคล
เหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้วในที่ใด,
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, กามรา-
คานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
หน้า 687
ข้อ 1557
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย อันบุคคล
นั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือ
บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว
ในที่ใด, ภวราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
หน้า 688
ข้อ 1557
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น,
ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือพระอนา-
คามี ที่รูปธาตุ อรูปธาต ุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่
นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคา-
นุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, ปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ละ
แล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย
อันบุคคลนั้นยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
และกามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล
หน้า 689
ข้อ 1558
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา
กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสยมูล จบ
ทุกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล
ติกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ทิฎฐานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๕๘] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อัน
บุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย อัน
บุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว
หน้า 690
ข้อ 1558
ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย ละปฏิฆานุสัย
อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกข-
เวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ทิฏฐานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่
ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
หน้า 691
ข้อ 1558
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย อันบุคคลยังไม่ละแล้ว กามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลใดยังไม่
ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือพระอนาคามี ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย และมานานุสัย
หน้า 692
ข้อ 1558
อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒
ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่
นั้น, ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่
ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย อันบุคคลนั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้นก็หาไม่
กามราคานุสัย, และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย
อันบุคคลเหล่านั้นยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูละ
อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสยมูล จบ
ติกมูลกะ จบ
หน้า 693
ข้อ 1559
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล
จตุกกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย -
ทิฏฐานุสยมูละ วิจิกิจฉานุสยมูลี :-
[๑๕๕๙] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐา-
นุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็
ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ยัง
ไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น ยัง
ไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้น
หน้า 694
ข้อ 1560
นั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว ฯลฯ
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูละ
วิจิกิจฉานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสยมูล จบ
จตุกกมูลกะ จบ
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล
ปัญจกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐา-
นุสย - วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยาทิมูลี :-
[๑๕๖๐] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, ภวราคานุสัย
อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 695
ข้อ 1560
ภวราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น,
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น
ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคา-
นุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ ภวราคานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย - วิจิกิจฉา -
นุสยมูละ- อวิชชานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด, อวิชชานุสัย อัน
บุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
หน้า 696
ข้อ 1560
อันบุคคลนั้นก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือพระอนาคามี ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กามราคานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ใน
ที่นั้น, ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่าละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่
ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล
นั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย และมานานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย และมานานุสัย
อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล ๒ จำพวก ที่
รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคล
เหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย กามราคานุสัย
และมานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น,
หน้า 697
ข้อ 1560
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
และปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย และ
มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือปุถุชน ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น
ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชา
นุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยัง
ไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั้นแหละ ที่ทุกขเวทนา กาม
ราคานุสัย และมานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูละ อวิชชานุสยาทิมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสยมูล จบ
ปัญจกมูลกะ จบ
หน้า 698
ข้อ 1561
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล
ฉักกมูลกะ - กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี :-
[๑๕๖๑] กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด,
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใด ยังไม่ละแล้ว ในที่ใด
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภราคานุสัย อันบุคคลนั้น ก็ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น ใช่ไหม ?
อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคลนั้น ยัง
ไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือพระอนาคามี ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ใน
ที่นั้น กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยัง
ไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่กาม-
หน้า 699
ข้อ 1561
ราคานุสัย ทิฏฐานุสัย ละวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละ
แล้ว ในที่นั้น, ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กาม-
ราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือ
ยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย อันบุคคล
เหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือบุคคล ๒ จำพวก ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ แต่ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น
ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึง
กล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ในนั้น คือบุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น, ปฏิฆา-
นุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว
อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ละแล้ว ใน
ที่นั้น คือบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา แต่ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น ยังไม่ใช่ไม่ละแล้ว ในที่นั้น,
กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว
หรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
หน้า 700
ข้อ 1561
และภวราคานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น คือปุถุชน
ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า
ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว ในที่นั้น
คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัย และ
ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลนั้น ยังไม่ละแล้ว
ในที่นั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ทุกขเวทนา กามราคานุสัย
มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.
จบ กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
กามราคานุสย - ปฏิฆานุสย - มานานุสย - ทิฏฐานุสย -
วิจิกิจฉานุสย - ภวราคานุสยมูล จบ
ฉักกมูลกะ จบ
อุปปัตติฏฐานปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
ปหีนวาระ จบ
หน้า 701
ข้อ 1562
อุปปัชชนวาระ
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ อนุโลม
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๕๖๒] กามราคานุสัย ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด, ปฏิฆานุสัย
ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มานานุสัย ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 702
ข้อ 1562
ก็หรือว่า มานานุสัย ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด กามราคานุสัย
ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
มานานุสัย ย่อมเกิดขึ้นแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย
ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่พระอนาคามีนั้น, มานานุสัย ย่อมเกิดขึ้น และ
กามราคานุสัย ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคล ๓ จำพวก ( พึงให้พิสดาร)
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
กามราคานุสยมูล จบ
(นักศึกษาพึงให้พิสดาร)
อุปปัตติฐานปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 703
ข้อ 1563
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก
กามราคานุสยมูล
เอกมูลกะ - กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี :-
[๑๕๖๓] กามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด, ปฏิฆา-
นุสัย ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กามราคานุสยมูละ ปฏิฆานุสยมูลี
กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี :-
กามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด, มานานุสัย ก็ย่อม
ไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
กามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่พระอนาคามี แต่มานานุสัย
ย่อมเกิดขึ้นแก่พระอนาคามีนั้น กามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดขึ้น และ
มานานุสัย ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่พระอรหันต์.
หน้า 704
ข้อ 1563
ก็หรือว่า มานานุสัย ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด, กามราคานุสัย
ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่ (พึงให้พิสดาร)
จบ กามราคานุสยมูละ มานานุสยมูลี
(นักศึกษาพึงให้พิสดาร)
อุปปัตติฏฐานปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
อุปปัชชนวาระ จบ
หน้า 705
ข้อ 1564
ธาตุวาระ
ปุจฉาวาระ อนุโลม
กามธาตุมูล
เอกมูลกะ เอกมูลี - กามธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๖๔] เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
กามธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
กามธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
กามธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 706
ข้อ 1564
กามธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
กามธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
เอกมูลกะ ทวิมูลี - กามธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
กามธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
กามธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
หน้า 707
ข้อ 1565
รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร มีอนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
รูปธาตุมูล
เอกมูลกะ เอกมูลี - รูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
[๑๕๖๕] เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
รูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
รูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร.
รูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 708
ข้อ 1565
รูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
รูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
เอกมูละ ทวิมูลี - รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
รูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
หน้า 709
ข้อ 1566
รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
อรูปธาตุมูล
เอกมุลกะ เอกมูลี - อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
[๑๕๖๖] เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
อรูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ อนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 710
ข้อ 1566
อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
อรูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
เอกมูลกะ ทวิมูลี - อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
หน้า 711
ข้อ 1567
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ภูมิที่ไม่ใช่
รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
ปุจฉาวาระปฏิโลม
น กามธาตุมูล
เอกมูลกะ เอกมูลี - น กามธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๖๗] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไป
เท่าไร ?
น กามธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 712
ข้อ 1567
น กามธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
เอกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
หน้า 713
ข้อ 1568
ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุมูละ น กามธาตุ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุมูล
เอกมูลกะ เอกมูลี - น รูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๖๘] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 714
ข้อ 1568
น รูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ. อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 715
ข้อ 1569
เอกมูลกะ ทวิมูลี - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น อรูปธาตุมูล
เอกมูลกะ เอกมูลี - น อรูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๖๙] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 716
ข้อ 1569
น อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ อนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น อรูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 717
ข้อ 1569
เอกมูลกะ ทวิมูลี - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 718
ข้อ 1570
ปุจฉาวาระปฏิโลม
กามธาตุ - อรูปธาตุมูล
ทุกมูลกะ เอกมูลี - น กามธาตุ น อรูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๗๐] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ น อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ น อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
หน้า 719
ข้อ 1570
น กามธาตุ น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ น อรูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
หน้า 720
ข้อ 1571
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ - น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
ทุกมูลกะ เอกมูลี - น รูปธาตุ - อรูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๗๑] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 721
ข้อ 1571
น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัย
ดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เขาถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
หน้า 722
ข้อ 1571
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 723
ข้อ 1572
น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูล
ทุกมูลกะ เอกมูลี - กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๗๒] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูป-
ธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไป
เท่าไร ?
หน้า 724
ข้อ 1572
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่นอนเนื่องเท่าไร
อนุสัยดับไปเท่าไร ?
ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
หน้า 725
ข้อ 1573
น กามธาตุ- น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไป
เท่าไร ?
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร อนุสัยไม่
นอนเนื่องเท่าไร อนุสัยดับไปเท่าไร ?
จบ ปัญหาวาระ ปัจจนิก
วิสัชนาวาระอนุโลม
เอกมูลกะ เอกมูลี - กาธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๗๓] เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ บางคน
มีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง อนุสัยทั้งหลาย
หน้า 726
ข้อ 1573
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
กามธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
กามธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
กามธาตุละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ บางคน
มีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
กามธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ บางคน
หน้า 727
ข้อ 1573
มีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
กามธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคน
มีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ ทวิมูลี - กามธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่
อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
กามธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุไม่ใช่อรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง อนุสัยที่
ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 728
ข้อ 1574
กามธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่
รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ เอกมูลี - รูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
[๑๕๗๔] เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
รูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
รูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 729
ข้อ 1574
รูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
รูปธาตุมูล น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
รูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ ทวิมูลี - รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูป-
ธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
หน้า 730
ข้อ 1575
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี
รูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูป-
ธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ เอกมูลี - อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
[๑๕๗๕] เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
อรูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 731
ข้อ 1575
อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ การเข้าถึงรูปธาตุ ย่อมไม่มี บุคคล
ผู้จุติจากรูปธาตุนั้น เมื่อเกิดในเบื้องต่ำ ย่อมเข้าถึงกามธาตุนั้น มี
อนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗
เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 732
ข้อ 1576
เอกมูลกะ ทวิมูลี - อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ การเข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่
อรูปธาตุ ย่อมไม่มี บุคคลที่จุติจากอรูปธาตุนั้น เมื่อเกิดในเบื้องต่ำ
ย่อมเข้าถึงกามธาตุเท่านั้น อนุสัย ๗ เท่านั้น ย่อมนอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่
อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่
รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ เอกมูลี - น กามธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๗๖] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ
มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 733
ข้อ 1576
น กามธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 734
ข้อ 1576
น กามธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อม
ไม่มี.
น กามธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 735
ข้อ 1577
เอกมูลกะ เอกมูลี - น รูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๗๗] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง อนุสัยที่
ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 736
ข้อ 1577
น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ ทวิมูลี - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 737
ข้อ 1578
น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ ทวิมูลี - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
[๑๕๗๘] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง อนุสัยที่
ดับไป ย่อมไม่มี.
น อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 738
ข้อ 1578
น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น อรูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เอกมูลกะ ทวิมูลี - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 739
ข้อ 1579
น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ
ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ
ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
ทุกมูลกะ เอกมูลี - น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๗๙] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อม
ไม่มี.
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 740
ข้อ 1579
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ- น อรูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 741
ข้อ 1579
ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
หน้า 742
ข้อ 1580
ทุกมูลกะ - เอกมูลี - น รูปธาตุ - น อรุปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๘๐] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงอรูป-
ธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 743
ข้อ 1580
น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูล - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
อรูปธาตุมูละ :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมี
หน้า 744
ข้อ 1581
อนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูป-
ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
ทุกมูลกะ เอกมูลี - น กามูธาตุ - น รูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๘๑] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อม
ไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ การเข้าถึง
รูปธาตุย่อมไม่มี บุคคลนั้น เมื่อเกิดในเบื้องต่ำ ย่อมเข้าถึงกามธาตุ
เท่านั้น มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
หน้า 745
ข้อ 1581
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูป
ธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อม
ไม่มี.
หน้า 746
ข้อ 1581
ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ การเข้าถึง
ภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ ย่อมไม่มี บุคคลนั้นเมื่อเกิดใน
เบื้องต่ำ ย่อมเข้าถึงกามธาตุนั้น มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
ธาตุวาระ จบ
อนุสยยมก ที่ ๗ จบ
หน้า 747
ข้อ 1581
อรรถกถา
อนุสยยมก
บัดนี้ เป็นการวรรณนาเนื้อความแห่งอนุสยยมกเหมือนที่พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าทรงรวบรวมเอกเทศแห่งกุศลธรรมเป็นต้นทรงแสดงไว้
ในมูลยมกนั้นนั่นแหละ ด้วยสามารถแห่งการหยั่งเห็นได้แล้วทรงแสดง
ไว้ในลำดับแห่งสังขารยมก. บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสย-
ยมกก่อน เพราะว่า ในอนุสยยมกนี้พระองค์ทรงทำบาลีเทศนาไว้อีก
อย่างหนึ่ง ไม่เหมือนทำเทศนาในขันธยมก เป็นต้น.
ถามว่า ทำเทศนาอย่างไร ?
ตอบว่า ในเบื้องต้นทำเทศนาแสดงไว้ ๓ วาระ คือ ปริจเฉท-
วาระ วาระว่าด้วยการกำหนด, ปริจฉินนุทเทสวาระ วาระว่าด้วย
อุทเทสที่กำหนดไว้แล้ว, อุปปัตติฏฐานวาระ วาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้น
ก่อน, เพื่อจะให้ศึกษาอนุสัยทั้งหลาย โดยอาการ ๓ อย่าง คือ โดย
ปริจเฉท โดยอุทเทส และโดยอุปปัตติฏฐาน ต่อจากนั้นก็ทรงประกอบ
อนุสัยทั้งหลายทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗.
ในอนุสยยมกนั้น คำว่า " สตฺต อนุสยา " นี้ ชื่อว่า
ปริจเฉทวาระ เพราะความที่อนุสัยทั้งหลาย พระองค์กำหนดจำนวน
แสดงไว้ว่า " อนุสัยนี้ มี ๗ เท่านั้น ไม่เกินกว่านี้ ไม่ต่ำกว่านี้ "
ดังนี้.
หน้า 748
ข้อ 1581
คำว่า " กามราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสยโย " นี้ ชื่อว่า
ปริจฉินนุทเทสวาระ เพราะความที่วาระนี้ทรงยกเพียงแต่ชื่อแห่งธรรม
ที่กำหนดไว้แล้วโดยปริจเฉทวาระนั้น ขึ้นแสดงว่า " ชื่อว่า ธรรม
เหล่านี้ เป็นธรรมชนิดนั้น " ดังนี้.
ในข้อนั้น คำว่า กามราคานุสโย อนุเสติ เอตฺถ ฯเปฯ
อวิชฺชานุสโย อนุเสติ นี้ ชื่อว่า อุปปัตติฏฐานวาระ เพราะความที่
วาระนี้ ทรงแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ อย่างนี้
ว่า " อนุสัยเหล่านี้ ย่อมนอนเนื่อง ในวาระทั้งหลายชื่อนี้ " ดังนี้.
อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประกอบอนุสัยทั้งหลายแล้วทำยมก
เทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗ เหล่าใด มหาวาระเหล่านั้น มีชื่อ
ดังนี้ คือ.-
๑. อนุสยวาระ ( วาระว่าด้วยอนุสัย )
๒. สานุสยวาระ ( วาระว่าด้วยผู้มีอนุสัย )
๓. ปชหนวาระ ( วาระว่าด้วยการละ )
๔. ปริญญาวาระ ( วาระว่าด้วยการกำหนดรู้ )
๕. ปหีนวาระ ( วาระว่าด้วยการละได้แล้ว )
๖. อุปปัชชนวาระ ( วาระว่าด้วยการเกิด )
๗. ธาตุวาระ ( วาระว่าด้วยธาตุ )
หน้า 749
ข้อ 1581
อธิบายอนุสยวาระ
บรรดามหาวาระเหล่านั้น วาระที่ ๑ ชื่อว่า อนุสยวาระ นั้น
มี ๒ นัย คือ ด้วยสามารถแห่งอนุโลมนัย และปฏิโลมนัย. ในนัย
ทั้ง ๒ นั้น อนุโลมนัยมีอันตรวาระ ๓ วาระ ด้วยอำนาจแห่งบุคคล
และภูมิ คือ. -
ยสฺส อนุเสติ แปลว่า . . . กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด (ปุคคล-
วาระ)
ยตฺถ อนุเสติ แปลว่า . . . กำลังนอนเนื่องในภูมิใด ( โอกาส-
วาระ)
ยสฺส ยตฺถานุเสติ แปลว่า . . . กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดใน
ภูมิใด ( ปุคคโลกาสวาระ )
ในอันตรวาระ ๓ เหล่านั้น ในปุคคลวาระมี ๒๑ ยมก คือ มี
กามราคานุสัยเป็นมูล ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า :-
" ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ
ยสฺส วาปน ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย
อนุเสติ ฯ
ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย. . . .
ทิฏานุสโย ... วิจิกิจฉานุสโย ... ภวราคานุสโย . . . อวิชาชานุสโย
อนุเสติ
หน้า 750
ข้อ 1581
ยสฺส วาปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย
อนุเสติ "
ที่มีปฏิฆานุสัยเป็นมูล ๕ ยมก มีมานานุสัยเป็นมูล ๔ ยมก
มีทิฏฐานุสัยเป็นมูล ๓ ยมก มีวิจิกิจฉานุสัยเป็นมูล ๒ ยมก มีภวราคา-
นุสัยเป็นมูล ๑ ยมก ด้วยสามารถแห่งการนับแล้วไม่นับอีก วาระแม้
ทั้งหมดที่มีมูล ๑ จึงรวมเป็น ๒๑ ยมก ด้วยประการฉะนี้.
ปุคคลวาระอื่นอีก ๑๕ ยมก คือ ที่มีมูล ๒ ( ทุกมูล ) อันมา
แล้วในพระบาลีอย่างนี้ว่า ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย
จ อนุเสนฺติ ดังนี้ มี ๕ ยมก ที่มีมูล ๓ ( ติกมูล ) มี ๔ ยมก,
ที่มีมูล ๔ ( จตุกกมูล ) มี ๓ ยมก ที่มีมูล ๕ ( ปัญจกมูล ) มี ๒ ยมก.
ที่มีมูล ๖ ( ฉักกมูล ) มี ๑ ยมก. รวมในปุคคลวาระเป็น ๓๖ ยมก
คือ ยมกที่มีมูล ๑ มี ๒๑ ยมก ที่มีมูล ๒ เป็นต้นอีก ๑๕ ยมก
( ๒๑ + ๑๕ = ๓๖ ) ดังนี้.
ในโอกาสวาระก็เหมือนกัน คือ มี ๓๖ ในปุคคโลกาสวาระก็
เหมือนกัน คือมี ๓๖ เพราะฉะนั้น อันตรวาระแม้ทั้งหมดในอนุโลมนัย
จึงเป็น ๑๐๘ ยมก ในปฏิโลมนัยก็เหมือนกัน ( มี ๑๐๘ ) ดังนั้นใน
มหาวาระแรก คืออนุสยวาระ จึงรวมเป็น ๒๑๖ ยมก. บัณฑิตพึงทราบ
คำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ยมกนั้น เนื้อความคือคำวิสัชนาคูณด้วย ๒
จากคำปุจฉานั้น. ก็ในอนุสยวาระนี้ ฉันใด พึงทราบการนับยมกหนึ่ง ๆ
หน้า 751
ข้อ 1581
แห่งมหาวาระทั้ง ๕ แม้เหล่านั้น สานุสยวาระ ปชหนวาระ ปริญญา-
วาระ ปหีนวาระ และ อุปปัชชนวาระ ว่า คำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒
แต่ละยมก เนื้อความคือคำวิสัชนาต้องคูณด้วย ๒ จากคำปุจฉานั้น
ฉันนั้น. แต่ว่าในมหาวาระ ๕ นี้ มีเนื้อความที่แปลกไปจาก ๓ วาระ
แรก คือ ในโอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสคำว่า " ยตฺถ
ยตฺถ " แต่ทรงทำเทศนาด้วยพระดำรัสว่า ยโต ยโต ดังนี้. คำที่
เหลือเป็นเช่นเดียวกันนั่นแหละ.
ก็ในมหาวาระทั้งหมด วาระสุดท้าย ชื่อว่า ธาตุวาระ นั้น
ดำรงอยู่ ๒ อย่าง คือ ปุจฉาวาระ และ วิสัชนาวาระ ถามว่า เพราะ
เหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสในคำปุจฉาวาระแห่งธาตุวาระนั้นว่า
เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ แล้วเข้าถึงกามธาตุ ดังนี้ แต่ไม่ตรัสว่า
เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ จุติแล้วจากกามธาตุ ดังนี้ ตอบว่า เมื่อ
ว่าโดยอรรถแล้วไม่แปลกกัน เพราะคำถามแม้ทั้ง ๒ นี้ มีอรรถอย่าง
เดียวกันนั่นแหละ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำปุจฉายมกหนึ่ง ๆ นั่นแหละ
แต่ยมกหนึ่ง ๆ โดยลำดับในที่สุดแห่งคำถามทั้งหมดแล้วจึงทำคำวิสัชนาไว้
โดยนัยเป็นต้นว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุ อนุ-
สัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใครบ้าง ดังนี้ ในบรรดาคำถามเหล่านั้น
อนุโลมปุจฉามีกามธาตุเป็นมูละ ๙ คือ สุทธิกปุจฉา ๖ ยมก โดย
พระบาลีว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ . . . เข้าถึงรูป
หน้า 752
ข้อ 1581
ธาตุ . . . เข้าถึงอรูปธาตุ . . . เข้าถึง น กามธาตุ . . . เข้าถึง น รูป
ธาตุ เข้าถึง น อรูปธาตุ ดังนี้ และมิสสกปุจฉาอีก ๓ คือ เมื่อสัตว์
จุติจากกามธาตุแล้ว เข้าถึง น กามธาตุ น อรูปธาตุ . . . เข้าถึง
น รูปธาตุ น อรูปธาตุ . . . เข้าถึง นกามธาตุ น รูปธาตุ ดังนี้.
อนุโลมปุจฉาที่มีรูปธาตุเป็นมูละก็มี ๙ ที่มีอรูปธาตุเป็นมูละก็มี
๙ เหมือนกัน รวมเป็นอนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉาที่มีนกามธาตุ
นรูปธาตุ และนอรูปธาตุ เป็นมูละก็มี ๒๗ นั่นแหละ ๒๗ รวมคำถาม
ทั้งหมด คือ อนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉา ๒๗ และคำถามที่เป็น
ทุกมูลอีก ๒๗ ดังพระบาลีว่า น กามธาตุยา น อรูปธาตุยา น
รูปธาตุยา น อรูปธาตุยา น กามธาตุยา น รูปธาตุยา ดังนี้
จึงเป็นคำปุจฉา ๑๘. บัณฑิตพึงทำการวิสัชนาปัญหาในที่นี้ด้วยสามารถ
แห่งคำถามเหล่านั้น. ข้อนี้เป็นการกำหนดบาลีในธาตุวาระ และพึง
ทราบการกำหนดบาลี ในอนุสยยมกแม้ทั้งสิ้นด้วยประการฉะนี้ก่อน.
ก็คำใด ๆ ในอนุสยยมกที่มีเนื้อความอันยาก พึงทราบการวินิจฉัย
กถาในที่นั้น ๆ ตั้งแต่ต้น.
ถามว่า คำว่า อนุสยา ชื่อว่า อนุสัยทั้งหลาย เพราะอรรถว่า
อย่างไร ?
ตอบว่า ชื่อว่า อนุสัย เพราะอรรถว่า นอนเนื่อง.
หน้า 753
ข้อ 1581
ถามว่า อนุสัยนั้น ชื่อว่า มีอรรถว่านอนเนื่อง อย่างไร ?
ตอบว่า ชื่ออย่างนั้น เพราะอรรถว่า ละไม่ได้.
จริงอยู่ กิเลสเหล่านี้ ชื่อว่า ย่อมนอนเนื่องในสันดาน
ของสัตว์ เพราะอรรถว่าไม่ได้ ฉะนั้น อาจารย์ทั้งหลายจึงเจริญ
กิเลสเหล่านั้นว่า อนุสัย.
คำว่า " อนุเสนฺติ " แปลว่า ย่อมนอนเนื่อง อธิบายว่า ได้
เหตุอันสมควรแล้วจึงเกิดขึ้น อนึ่ง กิเลสที่มีอาการละไม่ได้ ชื่อว่า
อนุสยัฏฐะ อรรถว่านอนเนื่อง พึงมี ก็ไม่ควรจะกล่าวว่า กิเลสมี
อาการละไม่ได้นี้ ย่อมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นควรจะกล่าวว่า " อนุสัย
ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น " ดังนี้ คำว่า อนุสยา อุปฺปชฺชนฺติ นี้ ในที่
นี้เป็นคำรับรองว่า อนุสัย คือ กิเลสที่มีอาการอันละไม่ได้. ก็คำว่า
อนุสโย พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสเรียกกิเลสที่มีกำลัง เพราะอรรถ
ว่าละไม่ได้.
บัณฑิตพึงทราบว่า อนุสัยนี้ เห็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับ
ด้วยอารมณ์ ( รู้อารมณ์ได้ ) เป็นสเหตุกะเพราะอรรถว่ามีปัจจัย
ปรุงแต่ง และเป็นอกุศลอย่างเดียว เป็นอดีตบ้าง เป็นอนาคต
บ้าง เป็นปัจจุบันบ้าง เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวว่า อนุสัยย่อม
เกิดขึ้น
หน้า 754
ข้อ 1581
ในที่นี้ พึงทราบคำวินิจฉัยกถานี้ เป็นประมาณ.-
ในอภิธรรม ก่อนท่านปฏิเสธวาทะทั้งหมดไว้ในกถาวัตถุว่า
อนุสัยทั้งหลายเป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะ เป็นจิตตวิปปยุต ดังนี้
(โปรดดูกถาวัตถุ )
ในปฏิสัมภิทามรรค ท่านได้กล่าว กระทำคำถามไว้ว่า บุคคล
ย่อมละกิเลสทั้งหลายที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น คือว่า บุคคลย่อมละ
อนุสัยคือกิเลสที่มีกำลังได้ เพราะความที่อนุสัยเหล่านั้นเป็นปัจ-
จุบันมีอยู่.
ในธรรมสังคหะ ท่านกล่าวไว้ในบทภาชนีแห่งโมหะว่า ความ
เกิดขึ้นแห่งอวิชชานุสัยร่วมกับอกุศลจิตว่า อวิชชานุสัย อวิชชาปริยุฏ
ฐาน อวิชชาลังคิโมหะและอกุศลมูลนี้ มีอยู่ในสมัยใด โมหะก็
มีอยู่ในสมัยนั้น ดังนี้.
ในอนุสยยมกนี้นั่นแหละ ท่านกล่าวไว้ใน อุปปัชชนวาระ
แห่งมหาวาระ ๗ วาระใดวาระหนึ่งว่า กามราคานุสัย กำลังเกิดแก่
บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม เป็นต้น
เพราะฉะนั้น คำใดที่ท่านอธิบายว่า คำว่า นอนเนื่อง คือได้เหตุอัน
สมควรแล้วจึงเกิดขึ้นนี้ คำนั้น พึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้ดีแล้วด้วย
สามารถแห่งแบบแผนนี้เป็นปริมาณ. แม้คำที่กล่าวว่า อนุสัย เป็น
หน้า 755
ข้อ 1581
จิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ ( คือรู้อารมณ์ได้ ) แม้คำนั้นท่าน
ก็กล่าวดีแล้วนั่นแหละ ดังนั้น พึงถึงความตกลงในที่นี้ว่า ชื่อว่า อนุสัย
นั้น เป็นธรรมสำเร็จแล้ว เป็นจิตตสัมปยุต และเป็นอกุศล ด้วย
ประการฉะนี้. และพึงทราบวิเคราะห์ในคำทั้งหลายซึ่งมีคำว่า กาม-
ราคานุสัย เป็นต้น ว่ากามราคะนั้นด้วย เป็นอนุสัยเพราะอรรถว่า
ละไม่ได้ด้วย ฉะนั้น จึงชื่อว่า กามราคานุสัย แม้ในบทที่เหลือก็นัย
นี้แหละ.
บัดนี้ เพื่อประกาศ อุปปัตติฏฐานวาระ คือ วาระว่าด้วยที่เป็น
ที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัย แห่งอนุสัยเหล่านั้น ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ เป็นต้น.
คำว่า ตตฺถ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ได้แก่ กาม-
ราคานุสัยเกิด ในเวทนาทั้ง ๒ คือ สุขเวทนา และอุเบกขาเวทนาใน
กามาวจรภูมิ.๑
คำว่า เอตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ได้แก่ กามราคานุสัย
ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านี้. อธิบายว่า กามราคานุสัยนี้
ย่อมนอนเนื่องด้วยอาการ ๒ อย่าง คือ ด้วยสามารถแห่งการเกิดร่วม
๑. คำว่า กามาวจรภูมิ และกามธาตุ มีอรรถอย่างเดียวกัน
หน้า 756
ข้อ 1581
และด้วยสามารถแห่งอารมณ์ในสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาแห่งอกุศล
ทั้งหลาย. ก็อนุสัยนั้นเป็นธรรมเกิดพร้อมกับสุขเวทนาและอุเบกขา
เวทนาแห่งอกุศลบ้าง ย่อมทำเวทนาทั้ง ๒ ให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้นบ้าง
และทำเวทนาในกามาวจรกุศล วิบาก กิริยาที่เหลือให้เป็นอารมณ์อย่าง
นั้นแหละเกิดขึ้นบ้าง อนึ่งอนุสัยนั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาที่ ๒
ในกามธาตุ ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา สังขารและวิญญาณที่สัมปยุต
ด้วยเวทนาทั้ง ๒ นั้น. แต่ว่าอนุสัยที่นอนเนื่องอยู่ในเวทนาทั้งสอง ไม่
อาจเพื่อจะเกิดร่วมกับปัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้น หรือว่าไม่
กระทำปัญญาเป็นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นแล้วเกิดขึ้น.
ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นมีอยู่ เวทนาทั้งสองจึงเป็นประธาน
ในสัมปยุตธรรมที่เหลือ เพราะความเกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยเพราะ
อรรถว่าชอบใจโดยความเป็นสุขที่มีความยินดีและความสงบ ฉะนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องใน
เวทนาทั้งสองเหล่านี้ เป็นต้น. จริงอยู่ สุขเวทนาในเวไนยสัตว์ที่
จะรู้ธรรม เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่โอฬาร คือ
อย่างหยาบ.
อนึ่ง กามราคานุสัยนี้ เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งอารมณ์
ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้งสอง และในธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาทั้งสอง
เพียงเท่านั้นก็หาไม่ ย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปเป็นต้นที่ปรารถนาด้วย
หน้า 757
ข้อ 1581
ทีเดียว แม้คำนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสไว้ในวิภังคปกรณ์ว่า รูป
อันใด เป็นที่รัก (ปิยรูปํ) เป็นที่ชอบใจ (สาตรูปํ ) มีอยู่ใน
โลก กามราคานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในปิยรูปและ
สาตรูปนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ แม้ในคัมภีร์ยมกนี้ ก็ตรัสไว้ในปฏิโลมนัย
แห่งอนุสยวาระว่า กามราคานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมิใด
ทิฏฐานุสัย ก็ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมินั้น ใช่ไหม ดังนี้. ก็กาม-
ราคานุสัยนั้น ย่อมไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ
เหล่านี้ แต่ทิฏฐานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในที่เป็นที่
ไม่เนื่องกับกามราคานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง.
จริงอยู่ ในข้อนี้ กามราคานุสัย เว้นทุกขเวทนาพร้อมทั้งสัม-
ปยุตตธรรม เว้นรูปาวจรธรรมที่เป็นไปในภูมิ และเว้นโลกุตธรรม ๙
เพราะได้ตรัสไว้ว่า กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และ
ในรูปธาตุเป็นต้น จึงเป็นอันว่า ย่อมนอนเนื่องในรูป เสียง กลิ่น รส
และโผฏฐัพพะที่เหลือ.
ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสถ้อยคำนั้นในปกรณ์นี้ ?
ตอบว่า เพราะความที่สภาวะเหล่านั้นเป็นของละเอียด.
จริงอยู่ พระองค์ไม่ตรัสว่า กามราคานุสัย ย่อมนอน
เนื่องในรูปเหล่านี้ เป็นต้น เพราะความที่เวทนาทั้งสองเท่านั้นเป็น
ประธาน คือเป็นอารมณ์ชัด และเพราะความที่รูปเหล่านี้เป็นอารมณ์
หน้า 758
ข้อ 1581
ละเอียด คือปรากฏไม่มาก โดยนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง แต่ว่า
เมื่อว่าโดยอรรถแล้ว ย่อมเป็นได้ ฉะนั้น พึงทราบว่า กามราคานุสัย
ย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปทั้งหลายเหล่านั้นนั่นแหละด้วย.
จริงอยู่ พระศาสดา ย่อมไม่ตรัสถึงธรรมทั้งปวงในที่ทั้งปวง
เว้นแต่ธรรมใดย่อมหยั่งเห็นได้ด้วยอำนาจแห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะ
นำเพื่อให้รู้ธรรม ก็ย่อมตรัสธรรมนั้นทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ตรัส
ในที่บางแห่ง. จริงอย่างนั้นแหละคำใดที่พระองค์ตรัสปุจฉาว่า ทิฏฐา-
นุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน ดังนี้ ย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่า
ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วย
สักกายะทั้งปวง ดังนี้ ธรรมทั้งหมดนั้นพระองค์ตรัสไว้แล้ว.
ในที่อื่นอีก คำใดย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่า วิจิกิจฉานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุนี้
และวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย ย่อมนอน
เนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุ และวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้ พระองค์
มิได้ตรัสคำนั้นทั้งหมด ตรัสเพียงเวทนา ๓ กับรูปธาตุ อรูปธาตุเท่านั้น.
ก็อรูปธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนา และรูปทั้งหมด มิได้ตรัสไว้. มิได้
ตรัสไว้แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นทิฏฐานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นนั่น
แหละ ข้อนี้ฉันใดในที่นี้มิได้ตรัสอิฏฐารมณ์มีรูปเป็นต้นไว้ ถึงอย่างนั้น
หน้า 759
ข้อ 1581
กามราคานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องในรูปที่เป็นอิฏฐารมณ์ ฉันนั้นนั่นแหละ
บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้
ก่อน.
บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยพระบาลีว่า
ทุกฺขาย เวทนาย เป็นต้น ว่า ได้แก่เวทนาทั้ง ๓ คือ โทมนัสส-
เวทนา ๒ และทุกขเวทนาที่สัมปยุตด้วยกายวิญญาณ ๑ นี้ ชื่อว่า
อนุสยนัฏฐาน คือที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย. ก็ปฏิฆานุสัยนั้น
ย่อมนอนเนื่องในโทมนัสสเวทนา ด้วยอาการ ๒ อย่าง คือ ด้วยสามารถ
แห่งการเกิดขึ้นพร้อมกัน และด้วยสามารถแห่งอารมณ์ด้วย และย่อม
นอนเนื่องในทุกขเวทนาที่เหลือด้วยสามารถแห่งอารมณ์. ก็ปฏิฆานุสัย
นั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาเหล่านั้น ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา
สังขาร และวิญญาณเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนาเหล่านั้น. จริงอยู่
ปฏิฆานุสัยนี้เกิดร่วมกับเวทนาใด ก็เป็นสภาพเกิดร่วมกับธรรมทั้งหลาย
แม้มีสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นนั่นแหละ หรือว่า ย่อม
กระทำเวทนาใดให้เป็นอารมณ์ ก็ย่อมทำแม้ธรรมทั้งหลายมีสัญญา
เป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นเหมือนกัน. ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่าง
นั้นแม้มีอยู่ ทุกขเวทนาเทียวจึงเป็นใหญ่ในสัมปยุตธรรมที่เหลือ เพราะ
ความเกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยอรรถว่าไม่ชอบใจและเพราะความที่ตน
เสวยทุกข์ในธรรมที่ไม่ชอบใจ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำนี้ว่า ปฏิฆา-
นุสัย ย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้ จริงอยู่ ความสุข
หน้า 760
ข้อ 1581
คือสุขเวทนา ในเผ่าพันธุ์แห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะนำในการรู้ธรรม
เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่เป็นโอฬาร มีอยู่.
อนึ่ง ปฏิฆานุสัย เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถ แห่งอารมณ์ ย่อม
ไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และในสัมปยุตตธรรมแห่งเวทนาเท่านั้น
ย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น ที่ไม่น่าปรารถนาด้วย.
ดังคำที่ตรัสไว้ในคัมภีร์วิภังคปกรณ์ว่า รูปอันใดอันไม่เป็นที่รัก ไม่
เป็นที่ชอบใจมีอยู่ในโลก ปฏิฆานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อม
นอนเนื่องในรูปที่ไม่น่ารัก ไม่น่าชอบใจนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ. แม้
ในปกรณ์แห่งยมกนี้ ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระก็ตรัสไว้ว่า ปฏิฆา-
นุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในเวทนาทั้งสองในกามธาตุนี้ แต่กาม-
ราคานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ
ที่ไม่เนื่องกันนี้ ปฏิฆานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยก็ไม่
นอนเนื่อง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิบายไว้ว่า ปฏิฆานุสัย ย่อม
นอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่เหลือมีรูปเป็นต้น โดยเว้นเวทนา ๒ คือ
สุข อุเบกขา พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรม เว้นรูปาวจรธรรมที่เป็นไปใน
ภูมิ และเว้นโลกุตตรธรรม ๙ เพราะความที่เทศนานั้น พระองค์
ตรัสว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในกามาวจรเวทนาทั้ง ๒ และ
ในรูปธาตุเป็นต้น ดังนี้.
หน้า 761
ข้อ 1581
ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสไว้ ?
ตอบว่า เพราะเป็นสภาวะละเอียด.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมนอน
เนื่องแก่ธรรมเหล่านี้ เพราะความที่ทุกขเวทนาเป็นใหญ่โดยนัยที่
กล่าวแล้วนั่นแหละ และในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น เพราะ
ความเป็นธรรมละเอียด ดังนี้ แต่เมื่อว่าโดยอรรถแล้วย่อมเป็นได้
เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรม
ทั้งหลายมีรูปเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแหละ ดังนี้.
ถามว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ เป็นอิฏฐารมณ์ของปฏิฆะ หรือ
ไม่ ?
ตอบว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ ไม่เป็นอารมณ์ของปฏิฆะ ก็
หาไม่.
จริงอยู่ โทมนัสของผู้มีฌานเสื่อมแล้ว ย่อมเกิดเพราะ
ปรารภเวทนาเหล่านั้นอันเป็นไปกับด้วยสัมปยุตตธรรม ด้วย
สามารถแท่งความเดือดร้อน คือโทมนัส ย่อมเกิดเพราะตามระลึก
ถึงความเสื่อมของผู้ได้อิฏฐารมณ์บ้าง ย่อมเกิดเพราะตามระลึกถึง
สิ่งที่ไม่ได้ของผู้ไม่ได้อิฏฐารมณ์บ้าง ก็ข้อนี้เป็นเพียงโทมนัส
เท่านั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะปฏิฆานุสัยนั้น เป็นกิเลสที่มีกำลัง
เกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งการกระทบในอนิฏฐารมณ์ ฉะนั้น ปฏิฆะแม้
หน้า 762
ข้อ 1581
เกิดร่วมกับโทมนัสในที่นี้ ย่อมไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะไม่ทำปฏิฆกิจ
ของตน ย่อมถึงความเป็นอัพโพหาริก คือ ถึงการกล่าวอ้างไม่ได้.
พยาบาทแม้เกิดร่วมกับเจตนาในปาณาติบาต ย่อมไม่ชื่อว่า เป็น
มโนกรรม ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย คือว่าย่อมถึงการ
กล่าวอ้างไม่ได้ สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า บุคคลย่อมละปฏิฆะ คือ
โทมนัสเห็นปานนี้ โดยหมายเอาโทมนัสอันอาศัยเนกขัมมะอัน
เป็นอิฏฐารมณ์บางอย่างโดยสภาวะนั้น ปฏิฆานุสัย ก็ย่อมไม่
นอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่ง
ปฏิฆานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ที่เป็นที่นอนเนื่องแห่ง มานานุสัย โดยพระบาลีว่า กาม-
ธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เป็นต้น มี ๓ คือ กามาวจรเวทนา ๒
รูปธาตุและอรูปธาตุ ๑. บัณฑิตพึงทราบความนอนเนื่องแห่งมานานุสัย
อันเป็นสหชาตะเหมือนกามราคานุสัยในอกุศลเวทนาทั้งหลาย. ก็มานา-
นุสัยย่อมนอนเนื่องในกามาวจรแม้ทั้งหมด พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรมใน
สุขทุกข์ อทุกขมสุขเวทนาทั้งหลาย และในรูปธาตุทั้งหลายด้วยสามารถ
แห่งอารมณ์. ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระ มานานุสัยนี้ เว้นทุกข-
เวทนา และโลกุตตรธรรม ๙ ย่อมนอนเนื่องในรูปและอรูปธาตุที่เหลือ
เท่านั้น เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กามราคานุสัย ย่อมไม่
นอนเนื่อง มานานุสัยก็ย่อมไม่นอนเนื่องในธรรมที่เนื่องด้วย
หน้า 763
ข้อ 1581
ทุกขเวทนานี้ ดังนี้. พึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยดัง
พรรณนามาฉะนี้.
ก็ ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องใน
โลกุตตรธรรมอย่างเดียวเท่านั้น แท้จริงยังนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งปวง
ทีเดียวที่เป็นไปกับภูมิ ๓ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่อง
ด้วยสักกายะทั้งปวง ดังนี้. ก็ในบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพสกฺกาย-
ปริยาปนฺเนสุ ได้แก่ ในธรรมทั้งปวงที่นับเนื่องด้วยสักกายะ
เพราะอรรถว่า อาศัยสังสารวัฏ ดังนี้. ในข้อนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยเหล่านี้ ย่อมนอนเนื่องในจิตตุปบาท ๕ ดวง
คือ โลภสัมปยุตตจิต ๔ วิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต ๑ ด้วยสามารถแห่งการ
นอนเนื่องที่เป็นสหชาตะ ก็หรือว่า ธรรมที่ ๒ นั้น ย่อมนอนเนื่อง
ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องในอารมณ์ในปวัตติกาล เพราะปรารภ
จิตตุปบาท ๕ เหล่านี้ หรือธรรมอื่นอันเป็นไปกับภูมิ ๓ ดังนี้. บัณฑิต
พึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ดังพรรณนา
มาฉะนี้.
ก็ ภวราคานุสัย บัณฑิตพึงกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่องใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ เพราะความเกิดขึ้นในทิฏฐิวิปปยุตตจิต ๔ ดวง
แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น ภวราคานุสัยนั้น เมื่อเกิดกับเวทนาทั้งปวงใน
กามธาตุ ย่อมได้เฉพาะในรูปาวจร อรูปาวจรเท่านั้น และย่อมไม่ทำ
หน้า 764
ข้อ 1581
ธรรมแม้อันหนึ่งซึ่งเนื่องด้วยกามธาตุให้เป็นอารมณ์ เพราะฉะนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุ
และอรูปธาตุนี้ โดยกำหนดไว้ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องใน
อารมณ์ ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ราคะนี้ มี ๒ ด้วยสามารถแห่ง
กามราคะและภวราคะ.
ใน ๒ อย่างนั้น กามราคะ ท่านกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่อง
ในเวทนาทั้ง ๒ แห่งกามธาตุ ดังนี้.
ก็ถ้าว่า แม้ภวราคะพึงเป็นดุจกามราคะอย่างนี้ไซร้ การแสดง
ภวราคะกับด้วยกวมราคะก็พึงเป็นเหมือนการคาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้น
พระองค์ทรงแยกกิเลสมีราคะเป็นต้นไว้ เพื่อต้องการแสดงความแตก
ต่างกันของกามราคะกับภวราคะแล้ว จึงทรงแสดงเทศนาอย่างนี้. บัณฑิต
พึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งภวราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓
ทั้งหมด. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อวิชชานุสัย
ย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวงไว้
ในที่นี้ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบความที่อวิชชานุสัยเป็นธรรมนอนเนื่อง
อันเป็นสหชาตะในจิตตุปบาท ๑๒ ดวง. ก็เมื่อว่าด้วยสามารถแห่งการ
กระทำอารมณ์แล้ว อวิชชานุสัยไม่ปรารภธรรมอะไร ๆ อันเป็นไปใน
ภูมิ ๓ แล้วเป็นไปหามีไม่. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่ง
หน้า 765
ข้อ 1581
อวิชชานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้. นี้เป็นวินิจฉัยกถาในปริจเฉทวาระ
ปริจฉินนุทเทสวาระ อุปปัตติฏฐานวาระก่อน.
มหาวาระ ๗
ก็ในอนุสยวาระที่หนึ่งแห่งมหาวาระ ๗ คำใดที่กล่าวไว้ว่า
กามราคานุสัย กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลัง
นอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้ ตอบรับคำว่า อามนฺตา
แปลว่า ใช่ ดังนี้ คำนั้น ย่อมปรากฏราวกะว่าให้คำตอบที่ไม่ดี.
ถามว่า เพราะเหตุไร ?
ตอบว่า เพราะกามราคะและปฏิฆะไม่เกิดในขณะเดียวกัน
เหมือนอย่างว่ามนายตนะ ธัมมายตนะ กายสังขาร วจีสังขาร ย่อม
เกิดขึ้นในขณะเดียวกันในคำว่า มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด
ธัมมายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้.
ท่านตอบรับว่า ใช่ ( อามนฺตา) ในขณะแห่งการเกิดขึ้น
แห่งอัสสาสะ ปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดขึ้น วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นก็กำลังเกิดขึ้น เป็นต้น
ฉันใด กามราคะ และปฏิฆะ ย่อมเกิดฉันนั้นหามิได้. เพราะกามราคะ
ย่อมเกิดในโลภสหคตจิตตุปบาท ๘ ดวง ส่วนปฏิฆะย่อมเกิดใน
โทมนัสสหคตจิตตุปบาท ๒ ดวง ด้วยประการฉะนี้ ความเกิดขึ้น
หน้า 766
ข้อ 1581
ในขณะเดียวกันของธรรมเหล่านั้น ( กามราคะ ปฏิฆะ ) จึงไม่มี
เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทำคำปฏิเสธในที่นี้ว่า โน ดังนี้. ก็ในที่นี้
ท่านไม่ถือเอาโวหารอันกำลังเป็นไป ด้วยสามารถแห่งปัจจุบันขณะราวกะ
ในยมกทั้งหลายในหนหลัง เพราะเนื้อความนั้นไม่ปฏิเสธ ก็ต้องตอบ
รับรองว่า อามนฺตา ดังนี้ จึงควรถือเอาโดยประการอื่น ๆ.
ถามว่า ควรถือเอาด้วยอาการอย่างไร ?
ตอบว่า ด้วยสามารถแห่งกิเลสที่ละไม่ได้.
จริงอยู่ โวหารที่กำลังเป็นไปว่า อนุเสติ นี้ ท่านกล่าวหมาย
เอากิเลสที่ยังละไม่ได้. มิได้หมายเอาความเป็นปัจจุบันขณะ. เพราะ
ท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่เป็นสภาวะที่ละไม่ได้ ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบ
เนื้อความอย่างนี้ว่า กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้ แม้
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ จึงเป็นสภาวะให้ถึงความ
เป็นธรรมนอนเนื่อง ในคำปุจฉาว่า กามราคานุสัย กำลังนอนเนื่อง
แก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม
ดังนี้.
อนึ่ง ในอนุสัยเหล่านั้น อนุสัยหนึ่งอันบุคคลใดยังมิได้ละ
อนุสัยนอกนี้ของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ นั่นแหละ ฉะนั้น จึงกล่าวว่า
อามนฺตา ดังนี้. ผิว่า คำใดท่านรับรองว่า อามนฺตา ในอุปปัชชนวาระ
ข้างหน้า เพราะคำถามอย่างนี้ว่า กามราคานุสัย กำลังเกิดแก่บุคคล
หน้า 767
ข้อ 1581
ใด ปฏิฆานุสัย ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้. ในข้อนี้
พึงถือเอาเนื้อความอย่างไร แม้ในข้อนั้น ท่านก็ถือเอาด้วยสามารถ
แห่งการที่กิเลสนั้นยังละไม่ได้ ก็หรือ ครั้นเมื่อปัจจัยคือการเกิดขึ้นมีอยู่
ก็พึงถือเอาด้วยสามารถแห่งการไม่ปฏิเสธความเกิด.
เหมือนอย่างว่า ช่างเขียนเป็นต้น เริ่มจิตกรรมมีการวาดเขียน
เป็นต้น เมื่อการงานยังไม่เสร็จ ถูกมิตรสหายเป็นต้นถามว่า ท่านทำ
อะไรในวันเหล่านี้ที่เราเห็นแล้ว ๆ แม้ในขณะที่ยังไม่ทำการงานเหล่านั้น
ก็ย่อมกล่าวว่า เรากำลังทำจิตกรรม กำลังทำกัฏฐกรรม แม้ขณะนั้น
ไม่ได้ทำจิตกรรมเป็นต้น ก็จริง ถึงอย่างนั้น ก็ชื่อว่า กำลังทำอยู่
นั่นแหละ เพราะอาศัยขณะที่ทำแล้ว และขณะที่ควรจะที่ต่อไป ฉันใด
อนุสัยทั้งหลายในสันดานใดที่ยังละไม่ได้ ก็ฉันนั้นนั่นแหละ ก็หรือว่า
เมื่อปัจจัยให้เกิดอนุสัยเหล่านั้นมีอยู่ในสันดานใด การเกิดขึ้นแห่งอนุสัย
เหล่านั้นอันธรรมดามิได้ห้ามไว้ ในข้อนั้นบัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่ง
อนุสัย แม้ในขณะที่ยังไม่เกิดขึ้น อย่างนี้ว่า กามราคานุสัยกำลัง
เกิดขึ้นแก่บุคคลใด เพราะอาศัยกาลที่เคยเกิดแล้วด้วย และจะ
เกิดขึ้นในกาลอื่นด้วย ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น ก็ชื่อว่า กำลัง
เกิดขึ้นนั่นแหละ ดังนี้ ในการวิสัชนาแม้อื่นจากนี้ก็ดี ที่มีรูปอย่างนี้
ก็ดี ก็นัยนี้แหละ.
คำว่า โน จ ตสฺส นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพราะ
ความที่กามราคะและพยาบาทเป็นสภาวะ อันพระอนาคามีละได้แล้วโดย
หน้า 768
ข้อ 1581
ไม่เหลือ.
คำว่า ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ ปุถุชน พระโสดาบัน และ
พระสกทาคามี.
คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบัน และพระ-
สกทาคามี. ในฐานะทั้งหลายที่มีรูปอย่างนี้แม้ข้างหน้า ก็นัยนี้แหละ.
ในคำถามที่หนึ่งและที่สองแห่งโอกาสวาระ ท่านทำการ
ปฏิเสธว่า โน ดังนี้ เพราะกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในเวทนา ๒
แห่งกามธาตุ ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนา ฉะนั้น จึง
ปฏิเสธว่า โน.
ในคำถามที่ ๓ ท่านกล่าวรับรองว่า อามนฺตา เพราะการ
นอนเนื่องแม้แห่งธรรมทั้งสองในเวทนาทั้งสองแห่งกามธาตุ ฐานะคือ
ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยในรูปธาตุ อรูปธาตุกับด้วยกามราคานุสัย
นั้นเป็นที่ที่ไม่ทั่วไป เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า " อนึ่ง กามราคานุสัย
ย่อมไม่นอนเนื่องในรูปธาตุนั้น " ดังนี้. โดยนัยนี้ บัณฑิตพึงตรวจดู
วาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่
เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นอันเป็น
สาธารณะ และอสาธารณะ.
หน้า 769
ข้อ 1581
ในคำถามที่มีมูล ๒ เพราะกามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดในที่
เดียวกัน และย่อมไม่ทำธรรมหนึ่งให้เป็นอารมณ์ ฉะนั้น จึงทำปฏิเสธ
ว่า นตฺถิ ดังนี้. ก็ในที่นี้พึงทราบว่า อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ พึงนอน
เนื่องในที่ใด ที่นั้นย่อมไม่เป็นที่ ๆ เดียวกัน เพราะฉะนั้น คำถามนี้ว่า
มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้ ชื่อว่า ย่อมไม่เป็นคำ
ปุจฉาเลย. ในอนุสัยแม้อื่น ๆ ที่มีรูปอย่างนี้ ก็นัยนี้แหละ.
คำว่า จตุนฺนํ ในปุคคโลกาสวาระ ได้แก่บุคคล ๔ จำพวก
คือ ปุถุชน พระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามี.
ในปฏิโลมนัย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเนื้อความนี้แล้ว
จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลใด เป็นต้น.
ทรงถือเอาพระอนาคามีและพระอรหันต์ จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัย
ย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลทั้งสองในภูมิทั้งปวง ดังนี้. บัณฑิต
พึงถือเอา กามาวจรธรรมแม้ทั้งหมดอันสัมปยุตด้วยเวทนา ในพระบาลี
ว่า กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ดังนี้บ้าง และถือเอาวัตถุและอารมณ์
แห่งธรรมเหล่านั้นบ้าง.
อนุสยวารกถา จบ
หน้า 770
ข้อ 1581
สานุสยวารกถา
ก็ใน สานุสยวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า โย กามราคา-
นุสเยน สานุสโย นี้ อธิบายว่า เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีอาพาธด้วย
โรคอย่างใดอย่างหนึ่งมีโรคชราอันแน่นอนเป็นต้น ตราบใดโรคทั้งหลาย
ยังไม่พ้นไปจากบุคคลนั้น ผู้นั้น ย่อมชื่อว่าเป็นผู้มีโรค แม้ในขณะ
แห่งโรคนั้นยังไม่เกิด ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้น อนุสัยทั้งหลายแห่งสัตว์
ผู้มีปกติไปตามวัฏฏะ ผู้มีกิเลสยังไม่ถึงการถอนขึ้นด้วยอริยมรรคเพียง
ใด แม้ในขณะที่อนุสัยทั้งหลายยังไม่เกิดขึ้น เขาก็ชื่อว่า เป็นผู้เป็นไป
กับด้วยอนุสัย คือ มีอนุสัยนั่นแหละ เพราะอาศัยความที่สัตว์เป็นผู้มี
อนุสัยเห็นปานนี้ จึงรับรองด้วยคำว่า อามนฺตา ดังนี้. คำที่เหลือในที่นี้
เช่นกับอนุสยวาระนั่นแหละ.
ก็ใน โอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า รูปธาตุยา
อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสเยน สานุสโย อธิบายว่า ในธาตุ
ทั้งหลายเหล่านั้น ความที่บุคคลเป็นไปกับด้วยอนุสัย คือ มีอนุสัย พึง
ปรากฏ แต่ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยไม่พึงปรากฏ ก็เพื่อแสดงที่เป็นที่
เกิดขึ้นแห่งอนุสัยนั้น พระองค์จึงเริ่มวาระนี้ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า
มานานุสเยน สานุสโย เป็นต้นจากวาระนั้น ฯ ก็เมื่อเป็นอย่างนั้น จึง
ตรัสว่า บุคคลผู้เป็นไปกับด้วยมานานุสัย คือ มีมานานุสัย เกิดขึ้น
แต่ธาตุทั้งสองนั้น ดังนี้. ก็เมื่อพระองค์ไม่ตรัสอรรถแห่งปัญหาแรก
หน้า 771
ข้อ 1581
ย่อมจะไม่ปรากฏ ฉะนั้น จึงไม่ตรัสอรรถปัญหาแรก พึงทราบเนื้อความ
แห่งปัญหานี้ อย่างนี้.
คำว่า ยโต กามราคานุสเยน ได้แก่ กามราคานุสัยเกิดขึ้น
แล้วแต่ที่ใด.
คำว่า สานุสโย ได้แก่ บุคคลชื่อว่า ผู้เป็นไปกับด้วยอนุสัย
คือ มีอนุสัย แม้ด้วยปฏิฆานุสัยก็เกิดขึ้นแต่ที่นั้น ดังนี้. แต่เพราะ
อนุสัยทั้งสอง คือ กามราคะ ปฏิฆะ นั้นไม่เกิดแต่ที่เดียวกัน ฉะนั้น
จึงปฏิเสธว่า โน ดังนี้.
คำว่า อรหา สพฺพตฺถ นี้ ท่านทำสัตตมีวิภัตติ ในที่แสดงอรรถ
โดยสิ้นเชิง ด้วยสามารถแห่งอรรถนี้ว่า พระอรหันต์ เป็นผู้ไม่มีอนุสัย
อย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในธรรมทั้งปวง ดังนี้. พึงทราบวินิจฉัย
อรรถในคำทั้งปวงโดยอุบายนี้.
สานุสยวารกถา จบ
หน้า 772
ข้อ 1581
ปชหนวารกถา
ใน ปชหนวาระ บทว่า ปชหติ ได้แก่ ย่อมละอนุสัยด้วยมรรค
นั้น คือว่า ย่อมทำให้ถึงความเป็นธรรมชาติไม่เกิดขึ้นต่อไป ด้วยอำนาจ
แห่งปหานปริญญา.
คำว่า อามนฺตา เป็นคำรับรอง โดยหมายเอาพระอริยบุคคล
ผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค.
คำว่า ตเทกฏฺํ ปชหติ นี้ ตรัสหมายเอาความที่บุคคลนั้นเป็น
ผู้ตั้งอยู่ในปริญญาอันเลิศ คือ ปหานะ.
คำว่า โน นี้ ปฏิเสธหมายเอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัต-
มรรค.
คำว่า ยโต กามราคานุสยํ ปชหติ ได้แก่ ย่อมละกามราคานุสัย
ซึ่งเกิดขึ้นแต่ที่ใด.
คำว่า อฏฺมโก ได้แก่ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติ-
มรรค โดยนับตั้งแต่พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตผล เป็นที่หนึ่ง
พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรคนั้น จึงชื่อว่า เป็นพระอริย-
บุคคลที่ ๘. จริงอยู่ พระอรหันต์ เป็นพระอริยบุคคลที่หนึ่ง เพราะ
ความที่ท่านเป็นพระทักขิไณยบุคคลผู้เลิศ โดยการนับตามลำดับพระ-
ทักขิไณยบุคคล. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตมรรคเป็นที่ ๒ พระ-
หน้า 773
ข้อ 1581
อริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิผลเป็นที่ ๓ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ใน
อนาคามิมรรคเป็นที่ ๔ ฯ ล ฯ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค
เป็นที่ ๘. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตตมรรคนั้น ตรัสว่าเป็น
บุคคลที่ ๘. อีกอย่างหนึ่ง คำว่า อฏฺมโก นี้ เป็นนามสัญญาของท่าน.
คำว่า อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺมกญฺจ เปตฺวา อวเสสา
ได้แก่ พระเสขะและอเสขะทั้งหลายกับด้วยปุถุชน. จริงอยู่ ในบุคคล
เหล่านั้น ปุถุชน ย่อมละกามราคานุสัยไม่ได้ เพราะความที่ปุถุชนนั้น
ไม่มีปหานปริญญา. อธิบายว่า เว้นบุคคลที่เหลือ คือผู้ถึงพร้อมด้วย
มรรคทั้ง ๒ ได้แก่ โสดาปัตติมรรค อนาคามีมรรค เพราะความที่อนุสัย
เหล่านั้นท่านละได้แล้ว. พึงทราบวินิจฉัยในบททั้งปวง โดยนัยนี้.
ปชหนวารกถา จบ
หน้า 774
ข้อ 1581
ปริญญาวารกถา
ใน ปริญญาวาระ คำว่า ปริชานาติ ได้แก่ ย่อมรู้แจ้งปริญญา
ทั้ง ๓ คำที่เหลือในที่นี้ มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง. จริงอยู่ แม้วาระ
นี้ พระองค์ก็ทรงวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค
เท่านั้น ราวกะปชหนวาระ.
ปริญญาวารกถา จบ
หน้า 775
ข้อ 1581
ปหีนวารกถา
พระองค์ทรงเริ่มเทศนาใน ปหีนวาระ ไว้ ด้วยอำนาจแห่งพระ-
อริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในผล. เพราะว่า อนุสัยเหล่านี้แม้ทั้งสองอันพระ-
อนาคามีละได้แล้ว ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้.
ใน โอกาสวาระ ท่านกล่าว เพราะคำถามว่า " กามราคานุสัย
ที่ละได้แล้ว ในภูมิใด ปฏิฆานุสัย ก็ละได้แล้วในภูมินั้น ใช่
ไหม " ดังนี้ ไม่สมควรจะกล่าว คำว่า ละได้แล้ว หรือว่า ละไม่ได้
แล้ว ดังนี้
ถามว่า เพราะเหตุไร ?
ตอบว่า เพราะความที่ภูมินั้นเป็นที่เกิดขึ้นอันไม่ทั่วไป.
จริงอยู่ ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง ของ
ปฏิฆานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง, คือว่า อนุสัยของมรรคบุคคลผู้ไม่เจริญ
แล้ว ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ครั้นท่านเจริญมรรคให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ชื่อว่า
ละได้แล้วในที่นั้นนั่นแหละ. ก็ในบรรดาอนุสัยทั้งสองนั้น ปฏิฆานุสัย
ย่อมไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย แม้กามราคานุสัย
ก็ไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย ฉะนั้น จึงไม่ควร
กล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้ว หรือว่าละยังไม่ได้ในที่ ( ภูมิ )
หน้า 776
ข้อ 1581
นั้น เพราะว่า กามราคานุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่เป็นที่เกิดของตน
จึงไม่ควรกล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่
ท่านละยังไม่ได้. ที่ใด เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ไม่ควรกล่าว
ท่านละไม่ได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่กามราคานุสัยนั้นไม่ได้อยู่ใน
ที่นั้น.
ก็ในคำนี้ว่า ยตฺถ กามราคานุสโย ปหีโน ตตฺถ มานา -
นุสโย ปหีโน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าหมายเอาที่เป็นที่สาธารณะ
จึงตรัสว่า อามนฺตา. เพราะว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนา
ทั้ง ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านั้น
ด้วย ในรูปธาตุและอรูปธาตุทั้งหลายด้วย แต่มานานุสัยนั้น เว้นที่เป็นที่
อสาธารณะ ในที่เป็นที่สาธารณะ ย่อมชื่อว่า ท่านละได้แล้วกับทั้งกาม-
ราคานุสัย ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบความ
เป็นผู้ละได้แล้ว และคำอันไม่พึงกล่าวในโอกาสวาระแม้ทั้งปวงโดยนัย
นี้.
ก็คำว่า นตฺถิ ในอาคตสถานทั้งหลาย บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัย
เช่นกับคำที่กล่าวแล้วในหนหลัง. ปุคคโลกาสวาระมีคติอย่างโอกาสวาระ
นั่นแหละ ในปฏิโลมนัย คำว่า ยสฺส กามราคานุสโย อปฺปหีโน
นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามด้วยอำนาจแห่งความเป็นปุถุชน พระ-
โสดาบัน และพระสกทาคามี. จริงอยู่ อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ บุคคล
หน้า 777
ข้อ 1581
๖ จำพวก ตั้งแต่ปุถุชนจนถึงพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค
ละยังไม่ได้ แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น ในที่นี้ ประสงค์เอาพระอริยบุคคล
ผู้ตั้งอยู่ในมรรค เพราะพระบาลีว่า ปรโต ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทฺวินฺนํ
ปุคฺคลานํ เป็นต้น เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า อามนฺตา โดยหมาย
เอาปุถุชน พระโสดาบัน และพระสกทาคามีเท่านั้น.
คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบัน และพระ-
สกทาคามี. พึงทราบวินิจฉัยในปุคคลวาระโดยนัยนี้. ก็โอกาสวาระ
และปุคคโลกาสวาระ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
ปหีนววรกถา จบ
ในอุปัชชนวาระ เช่นกับอนุสัยวาระนั่นแหละ.
หน้า 778
ข้อ 1581
ธาตุวารกถา
บัณฑิตพึงทราบ ธาตุวาระ ก่อน ว่า กติ อนุสยา อนุเสนฺติ
ได้แก่ อนุสัยเท่าไร ที่เป็นสภาพไปตามสันดานแล้วอาศัยอยู่.
คำว่า กติ อนุสยา นานุเสนฺติ อนุสัยเท่าไรไม่ไปตามสันดาน
แล้วอาศัยอยู่.
คำว่า กติ อนุสยา ภงฺคา ความว่า บัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้
ว่า อนุสัยเท่าไรย่อมนอนเนื่อง อนุสัยเท่าไรย่อมไม่นอนเนื่อง
ดังนี้. คำที่เหลือในที่นี้คำใดที่ควรกล่าว คำนั้นท่านก็กล่าวแล้วในที่
เป็นที่กำหนดพระบาลีในหนหลังนั่นแหละ. แต่ในนิเทสวาระ ท่าน
กล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งปุถุชนว่า อนุสัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใคร
ดังนี้.
คำว่า กสฺสจิ ปญฺจ นี้ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งพระโสดาบัน
และพระสกทาคามี. จริงอยู่ ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อันท่าน
เหล่านั้นละได้แล้ว เพราะเหตุนั้น อนุสัยทั้ง ๕ เท่านั้น จึงนอน
เนื่อง ดังนี้.
บัณฑิตพึงทราบวินิจสัยในข้อนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
ถือเอาเนื้อความในบทว่า อุปฺปชฺชนฺติ แห่งบทว่า อนุเสนฺติ ใน
อนุสยวาระ ฉันใด ในธาตุวาระนี้ พึงทราบว่า ไม่พึงถือเอา ฉันนั้น,
หน้า 779
ข้อ 1581
ถามว่า เพราะเหตุไร ?
ตอบว่า เพราะความที่อนุสัยนั้นไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น.
จริงอยู่ เมื่อบุคคลกำลังเข้าถึงกามธาตุ วิบากจิต และรูปที่มี
กรรมเป็นสมุฏฐานย่อมเกิด แต่อกุศลจิตย่อมไม่เกิดในขณะนั้น. ก็อนุสัย
ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้นในขณะแห่งอกุศลจิต ย่อมไม่เกิดขึ้นในขณะแห่ง
วิบากจิต เพราะเหตุนั้น เพราะความไม่เกิดในขณะดังกล่าวแล้วนั้น
จึงไม่ควรถือเอา.
ถามว่า พึงถือเอาอย่างไร ?
ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้โดยประการใด ก็พึงถือเอาโดยประ-
การนั้น.
ถามว่า ย่อมหยั่งเห็นได้อย่างไร ?
ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้ เพราะอรรถว่าเป็นกิเลสที่ยังละไม่ได้.
เหมือนอย่างว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกุศลและอัพยากตจิต
เพราะความที่ราคะโทสะและโมหะอันตนละยังไม่ได้ ท่านก็เรียกว่า ผู้มี
ราคะ โทสะ และโมหะ ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้น ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ๆ แม้ในขณะแห่ง
ปฏิสนธิ เพราะความที่มรรคภาวนายังมิได้ละ ดังนี้. พระผู้มีพระภาค-
เจ้ามิได้ตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้นย่อมนอนเนื่องอย่างเดียว แต่พึงทราบว่า
หน้า 780
ข้อ 1581
อนุสัยเหล่านั้น ชื่อว่า นอนเนื่องเพราะความเป็นสภาวะที่ยังละไม่ได้
นั่นแหละด้วย ดังนี้.
คำว่า อนุสยา ภงฺคา นตฺถิ อธิบายว่า ก็ชื่อว่า อนุสัย อัน
บัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้ ว่า อนุสัยใดกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด
อนุสัยนั้นเท่านั้นย่อมนอนเนื่อง, อนุสัยใดมิได้กำลังนอนเนื่อง อนุสัย
นั้นเท่านั้น ก็ย่อมไม่นอนเนื่อง, อนุสัยนี้ย่อมนอนเนื่องและย่อมไม่
นอนเนื่อง, อนุสัยนี้พึงนอนเนื่องด้วยไม่พึงนอนเนื่องด้วย ดังนี้ ย่อม
ไม่มี.
คำว่า รูปธาตุํ อุปปชฺชนฺตสฺส กสฺสจิ ตโย นี้ ตรัสไว้
ด้วยสามารถแห่งพระอนาคามี. จริงอยู่ กามราคะ ปฏิฆะ ทิฏฐิ และ
วิจิกิจฉานุสัยแม้ทั้ง ๔ ท่านละได้แล้วโดยไม่เหลือ อนุสัย ๓ นอกนี้ท่าน
ยังละไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กสฺสจิ ตโย
อนุสยา อนุเสนฺติ แปลว่า อนุสัย ๓ ย่อมนอนเนื่องแก่ใคร ดังนี้.
คำว่า น กามธาตุ อธิบายว่า เมื่อเข้าถึงธาตุทั้ง ๒ ที่เหลือ
เพราะความที่ท่านปฏิเสธกามธาตุ.
คำว่า สตฺเตว นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำหนดแล้วตรัสว่า
ชื่อว่า การเกิดในกามธาตุของพระอริยสาวกผู้จุติจากรูปธาตุย่อมไม่มี มี
อยู่แต่ปุถุชนเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงตรัสว่า สตฺเตว ดังนี้. แม้ใน
หน้า 781
ข้อ 1581
คำว่า สตฺเตว แห่งบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุนี้ ก็นัย
นี้แหละ.
ถามว่า เพราะเหตุไร คำว่า ความเกิดขึ้นในรูปธาตุย่อมไม่มี
ดังนี้.
ตอบว่า เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานอันเป็นธรรมให้สำเร็จใน
การเกิดนั้นไม่มี.
จริงอยู่ บุคคลนั้นเข้าถึงธาตุนั้น เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาโดย
ประการทั้งปวง เพราะฉะนั้น รูปาวจรฌานของท่านจึงไม่มีอยู่ในที่นั้น
เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า การเกิดขึ้นนั้น
รูปธาตุจึงไม่มี ดังนี้.
ในข้อว่า อรูปธาตุยา จตสฺส น กามธาตุํ นี้ ทรงประสงค์
เอาในอรูปธาตุเท่านั้น. พึงทราบเนื้อความในวิสัชนาทั้งปวง โดยนัยนี้
ดังนี้แล.
ธาตุวารกถา จบ
อรรถกถาอนุสยยมก จบ
หน้า 782
ข้อ 1, 2
จิตตยมกที่ ๘
ปุคคลวารุทเทส
อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาระ :-
[๑] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคล
นั้นจักดับ ไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ ไม่ใช่จักเกิด, จิตของบุคคลนั้น
กำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใด ไม่ใช่กำลังเกิด กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้น
จักไม่ดับ จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักเกิด, จิตของบุคคลนั้น
กำลังเกิด กำลังดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทุปปันนวาระ :-
[๒] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
หน้า 783
ข้อ 3, 4
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
นิโรธุปปันนวาระ :-
[๓] จิตของบุคคลใดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดขึ้น
แล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทวาระ :-
[๔] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
หน้า 784
ข้อ 4
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิด, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดเคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิด, จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
เคยเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 785
ข้อ 5
นิโรธวาระ :-
[๕] จิตของบุคคลใดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นเคยดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตของนั้นไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดเคยดับ จิตของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ, จิตของบุคคลนั้นเคยดับใช่ไหม ?
หน้า 786
ข้อ 6
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทนิโรธวาระ :-
[๖] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นเคยดับ ใช่-
ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่เคยดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำ-
ลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม ?
หน้า 787
ข้อ 7
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคย
เกิด ใช่ไหม ?
อุปปัชชมานนิโรธวาระ :-
[๗] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
หน้า 788
ข้อ 8, 9
อุปปัชชมานุปปันนวาระ :-
[๘] จิตของบุคคลใดกำลังเกิดอยู่, จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นกำลัง
เกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่
ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
นิรุชฌมานุปปันนวาระ :-
[๙] จิตของบุคคลใดกำลังดับอยู่, จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
อยู่ ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใด, ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่
ใช่กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
หน้า 789
ข้อ 10
อุปปันนุปปาทวาระ :-
[๑๐] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยเกิด จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิด จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 790
ข้อ 11, 12, 13
อตีตานาคตวาระ :-
[๑๑] จิตของบุคคลใดเคยเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดขึ้น
แล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดขึ้น
แล้ว จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว, จิต
ของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
อุปปันนุปปัชชมานวาระ :-
[๑๒] จิตที่เกิดขึ้นแล้ว, กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตที่กำลังเกิดอยู่, เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, ไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตที่ไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
นิรุทธนิรุชฌมานวาระ :-
[๑๓] จิตที่ดับแล้ว, กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
หน้า 791
ข้อ 14
จิตที่กำลังดับอยู่, ดับแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่ไม่ใช่ดับแล้ว, ไม่ใช่กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
จิตที่ไม่ใช่กำลังดับอยู่, ไม่ใช่ดับแล้ว ใช่ไหม ?
อติกกันตวาระ :-
[๑๔] จิตของบุคคลใดมีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นอุปปา
ทะขณะ จิตของบุคคลนั้นมีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นนิโรธขณะ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดมีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นนิโรธ
ขณะ จิตของบุคคลนั้นมีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นอุปปาทขณะ
ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่มีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นอุปปาท-
ขณะ จิตของบุคคลนั้นมีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นนิโรธขณะ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่มีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นนิโรธ-
ขณะ, จิตของบุคคลนั้นไม่มีกาลก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นอุปปาทะ
ขณะ ใช่ไหม ?
จบ ปุคคลวารุทเทส
หน้า 792
ข้อ 15, 16
ธรรมวารุทเทส
อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาระ :-
[๑๕] จิตใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิดกำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่จักดับจักเกิด ใช่-
ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับจักเกิด, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิดกำลังดับ
ใช่ไหม ?
อุปปาทุปปันนวาระ :-
[๑๖] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 793
ข้อ 17, 18
นิโรธุปปันนวาระ :-
[๑๗] จิตใดกำลังดับ, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทวาระ :-
[๑๘] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเคยเกิด, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดเคยเกิด จิตนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด, จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 794
ข้อ 19, 20
นิโรธวาระ :-
[๑๙] จิตใดกำลังดับ, จิตนั้นเคยดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเคยดับ, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่เคยดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดกำลังดับ, จิตนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดเคยดับ, จิตนั้นจักดับใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นเคยดับ ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นไม่ใช่เคยดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทนิโรธวาระ :-
[๒๐] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นเคยดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเคยดับ, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เคยดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 795
ข้อ 21, 22
จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดเคยเกิด, จิตนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
อุปปัชชมานนิโรธวาระ :-
[๒๑] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดกำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
อุปปัชชมานุปปันนวาระ :-
[๒๒] จิตใดกำลังเกิดอยู่, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 796
ข้อ 23, 24
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่
ใช่ไหม ?
นิรุชฌมานุปปันนวาระ :-
[๒๓] จิตใดกำลังดับอยู่ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นกำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังดับอยู่ จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่
ใช่ไหม ?
อุปปันนุปปาทวาระ :-
[๒๔] จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดเคยเกิด จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เคยเกิด จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 797
ข้อ 25, 26, 27
อตีตานาคตวาระ :-
[๒๕] จิตใดเคยเกิด แต่จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจัก
เกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด แต่จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเคย
เกิด ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เคยเกิด แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่
เคยเกิด ใช่ไหม ?
อุปปันนุปปัชชมานวาระ :-
[๒๖] จิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตใดกำลังเกิดอยู่, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
นิรุทธนิรุชฌมานวาระ :-
[๒๗] จิตใดดับแล้ว, จิตนั้นกำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
จิตใดกำลังดับอยู่, จิตนั้นดับแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 798
ข้อ 28
จิตใดไม่ใช่ดับแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่, ใช่ไหม ?
จิตใดไม่กำลังดับอยู่, จิตนั้นไม่ใช่ดับแล้ว ใช่ไหม ?
อติกกันตวาระ :-
[๒๘] จิตใดก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังเกิดอยู่ มี
กาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังดับอยู่ มี
กาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังดับอยู่ มี
กาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะกำลังเกิดอยู่ มีกาลก้าวล่วง
แล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังเกิดอยู่ ไม่มีกาล
ก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังดับอยู่ ไม่
มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังดับอยู่ ไม่
มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังเกิด
อยู่ ไม่มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
ธรรมวารุทเทส จบ
หน้า 799
ข้อ 29, 30
ปุคคลธรรมวารุทเทส
อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาระ :-
[๒๙] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นของ
บุคคลนั้นจักดับ ไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นของบุคคล
นั้นกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่จักดับจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับจักเกิด, จิตนั้นของ
บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิดกำลังดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทุปปันนวาระ :-
[๓๐] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 800
ข้อ 31, 32
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคล
นั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
นิโรธุปปันนวาระ :-
[๓๑] จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคล
นั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทวาระ :-
[๓๒] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคย
เกิด ใช่ไหม ?
หน้า 801
ข้อ 32
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เคยเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่
ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จัก
เกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด, จิตนั้น ของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่
ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
หน้า 802
ข้อ 33
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จัก
เกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
นิโรธวาระ :-
[๓๓] จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคย
ดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เคยดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ ใช่
ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
หน้า 803
ข้อ 34
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จัก
ดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดเคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยดับ
ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่เคยดับ ใช่ไหม ?
อุปปาทนิโรธวาระ :-
[๓๔] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคย
ดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เคยดับ ใช่ไหม ?
หน้า 804
ข้อ 34
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ ใช่
ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
จักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จัก
ดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 805
ข้อ 35, 36
อุปปัชชมานนิโรธวาระ :-
[๓๕] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังดับ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
อุปปัชชมานุปปันนวาระ :-
[๓๖] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิดอยู่, จิตนั้นของบุคคลนั้น
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 806
ข้อ 37, 38
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคล
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
นิรุชฌมานุปปันนวาระ :-
[๓๗] จิตใดของบุคคลใดกำลังดับอยู่, จิตนั้นของบุคคลนั้น
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับอยู่, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือ ว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคล
นั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
อุปปันนุปปาทวาระ :-
[๓๘] จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
เคยเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 807
ข้อ 39
จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่
ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เคยเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
อตีตานาคตวาระ :-
[๓๙] จิตใดของบุคคลใดเคยเกิดแต่จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักเกิดแต่จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิดแต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 808
ข้อ 40, 41, 42
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิดแต่จิตนั้นของบุคคลนั้น
เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
อุปปันนุปปัชชมานวาระ :-
[๔๐] จิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดกำลังเกิดอยู่, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่
ไหม ?
นิรุทธนิรุชฌมานวาระ :-
[๔๑] จิตใดดับแล้ว, จิตนั้นกำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดกำลังดับอยู่, จิตนั้นดับแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดไม่ใช่ดับแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่กำลังดับอยู่, จิตนั้นไม่ใช่ดับแล้ว ใช่ไหม ?
อติกกันตวาระ :-
[๔๒] จิตใดของบุคคลใดก้าวล่วงแล้ว ซึ่งขณะอันเป็นขณะ
กำลังเกิดอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นล่วงแล้ว ซึ่งขณะ
หน้า 809
ข้อ 43
อันเป็นขณะกำลังดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดก้าวล่วงแล้ว ซึ่งขณะอันเป็นขณะ
กำลังดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นก้าวล่วงแล้ว ซึ่ง
ขณะอันเป็นขณะกำลังเกิดอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตใดของบุคคลใดไม่ก้าวล่วงแล้ว ซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังเกิด
อยู่ มีกาลกำลังล่วงแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ก้าวล่วงแล้ว ซึ่งขณะ
อันเป็นขณะกำลังดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ก้าวล่วงแล้ว ซึ่งขณะอันเป็นขณะ
กำลังดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ก้าวล่วงแล้ว ซึ่ง
ขณะอันเป็นขณะกำลังเกิดอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
ปุคคลธรรมวารุทเทส จบ
มิสสกวารุทเทส๑
[๔๓] จิตมีราคะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตมี
ราคะของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตมีราคะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตมีราคะ
ของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
๑. ในมิสสกวารุทเทส บาลีท่านย่อไว้, แต่แปลไม่ย่อ.
หน้า 810
ข้อ 43
จิตปราศจากราคะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตปราศ-
จากราคะของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตปราศจากราคะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตมี
ราคะของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตมีโทสะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตมีโทสะของ
บุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตมีโทสะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตมีโทสะ
ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตปราศจากโทสะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิต
ปราศจากโทสะของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตปราศจากโทสะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิต
ปราศจากโทสะของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม ?
จิตมีโมหะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ. จิตมีโมหะของ
บุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตมีโมหะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตมีโมหะ
ของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตปราศจากโมหะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตปราศ-
จากโมหะของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 811
ข้อ 43
ก็หรือว่าจิตปราศจากโมหะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิต
ปราศจากโมหะของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตหดหู่ของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตหดหู่ของบุคคล
นั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตหดหู่ของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด จิตหดหู่ของ
บุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตฟุ้งซ่านของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตฟุ้งซ่านของ
บุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตฟุ้งซ่านของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตฟุ้งซ่าน
ของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตเป็นมหัคคตะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตเป็น
มหัคคตะของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตเป็นมหัคคตะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตเป็น
มหัคคตะของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตไม่เป็นมหัคคตะของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตไม่
เป็นมหัคคตะของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตไม่เป็นมหัคคตะของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิต
ไม่เป็นมหัคคตะของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
หน้า 812
ข้อ 43
สอุตตรจิตของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, สอุตตรจิตของ
บุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าสอุตตรจิตของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, สอุตตรจิต
ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
อนุตตรจิตของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, อนุตตรจิตของ
บุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าอนุตตรจิตของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, อนุตตรจิต
ของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตไม่หลุดพ้นของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตไม่หลุด
พ้นของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า จิตไม่หลุดพ้นของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด จิตไม่
หลุดพ้นของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
กุศลจิตของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, กุศลจิตของบุคคล
นั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า กุศลจิตของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, กุศลจิตของ
บุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
อกุศลจิตของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, อกุศลจิตของ
บุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 813
ข้อ 43
ก็หรือว่า อกุศลจิตของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, อกุศลจิต
ของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
อัพยากตจิตของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, อัพยากตจิต
ของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อัพยากตจิตของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, อัพยากต-
จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
สุขายเวทนายสัมปยุตตจิตของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ,
สุขายเวทนายสัมปยุตตจิตของบุคคลนั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า สุขายเวทนายสัมปยุตตจิตของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จัก
เกิด, สุขายเวทนายสัมปยุตตจิตของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม ?
( ตั้งแต่นี้จนถึง สรณจิตและอรณจิตในทุกมาติกาก็พึงยกขึ้น
แสดงตามอุบายนี้ )
อรณจิตของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, อรณจิตของบุคคล
นั้นจักดับไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อรณจิตของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, อรณจิตของ
บุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
มิสสกวารุทเทส จบ
อุทเทสวาระ จบ
หน้า 814
ข้อ 44
นิทเทสวาระ
ปุคคลวาระนิทเทส
อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาระ :-
[๔๔] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคล
นั้นจักดับ จักไม่เกิด ใช่ไหม ?
ในอุปปาทักขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด ไม่ใช่
กำลังดับ จักดับไม่ใช่จักเกิด, ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลนอกจาก
นี้ จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ จักดับด้วยเกิดด้วย
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ จักไม่เกิด จิตของบุคคลนั้นกำลัง
เกิดไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นจักไม่
ดับจักเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักไม่ดับจักเกิด จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิดกำลังดับ ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 815
ข้อ 45
อุปปาทุปปันนวาระ :-
[๔๕] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นเกิดแล้ว
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดแล้ว นี้จิตของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด, ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่า
นั้นเกิดแล้วด้วยกำลังเกิดด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดแล้ว บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดด้วย
ไม่ใช่เกิดแล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 816
ข้อ 46
นิโรธุปปันนวาระ :-
[๔๖] จิตของบุคคลใดกำลังดับ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
ในอุปปาทักขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ, ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคล
เหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังดับด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว
ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว, บุคคลผู้เข้าอยู่ซึ่งนิโรธสมาบัติก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
ด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใด ไม่ใช่จักเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 817
ข้อ 47
อุปปาทวาระ :-
[๔๗] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้าอยู่ซึ่งนิโรธสมาบัติก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จิตของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด, ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคล
เหล่านั้นเคยเกิดแล้วด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิด
ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต, จิตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
หน้า 818
ข้อ 47
แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นจักไม่เกิด, ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคล
นอกนั้น จิตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดด้วย จักเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิด, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จิตของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด, ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิดด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ อยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิต
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่จักเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่
จักเกิดแต่จิตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดด้วย.
หน้า 819
ข้อ 48
จิตของบุคคลใดเคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด จิตของบุคคลที่เหลือนอกนั้นเคยเกิด
ด้วย จักเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิด, จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด ใช่
ไหม ?
ใช่.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
เคยเกิด ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
นิโรธวาระ :-
[๔๘] จิตของบุคคลใดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นเคยดับ
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
หน้า 820
ข้อ 48
ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จิตของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ, ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่า
นั้นเคยดับด้วย กำลังดับด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยดับ
ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่เคยดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จิตของบุคคลใดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต, จิตของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคล
นอกนั้น จิตของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับด้วย จักดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ ใช่
ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จิตของ
หน้า 821
ข้อ 48
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ, ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่า
นั้นจักดับด้วย กำลังดับด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม ?
จักดับ.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
กำลังดับ.
จิตของบุคคลใดเคยดับ, จิตของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลที่เหลือนอกนั้นเคยดับ
ด้วย จักดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ, จิตของบุคคลนั้นเคยดับใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดไม่เคยดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่-
ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคย
ดับ ใช่ไหม ?
เคยดับ.
หน้า 822
ข้อ 49
อุปปาทนิโรธวาระ :-
[๔๙] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นเคยดับ
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี, จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จิตของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคล
เหล่านั้นเคยดับด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยดับ
ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่เคยดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 823
ข้อ 49
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิด
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จิตของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด, ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคล
เหล่านั้นจักดับด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ อยู่ก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่จักดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตของบุคคลใดเคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลที่เหลือนอกนั้นเคยเกิด
ด้วย จักดับด้วย.
หน้า 824
ข้อ 50
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักดับ, จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด ใช่
ไหม ?
ใช่.
จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่
ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่เคย
เกิด ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
อุปปัชชมานนิโรธวาระ :-
[๕๐] จิตของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นกำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด, ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
หน้า 825
ข้อ 51
ดับด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตต
ภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับ, ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดด้วย กำลังดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดกำลังดับ, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
อุปปัชชมานุปปันนวาระ :-
[๕๑] จิตของบุคคลใดกำลังเกิดอยู่, จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นกำลัง
เกิดอยู่ ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่จิต
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, ในอุปปาทะขณะแห่งจิต จิตของ
หน้า 826
ข้อ 52
บุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังเกิดอยู่ด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่
แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว, บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ อยู่ก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดอยู่ด้วย ไม่ใช่เกิดแล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นไม่
ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่.
นิรุชฌมานุปปันนวาระ :-
[๕๒] จิตของบุคคลใดกำลังดับอยู่, จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นกำลังดับ
อยู่ ใช่ไหม ?
หน้า 827
ข้อ 53
ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่
จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่, ในภังคขณะแห่งจิต จิตของ
บุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังดับด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับอยู่, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่
แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว, บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังดับอยู่
ด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่
ใช่กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่.
อุปปันนุปปาทวาระ :-
[๕๓] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดเคยเกิด จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ใช่ไหม ?
หน้า 828
ข้อ 53
บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยจิตเหล่านั้น จิตของบุคคลเหล่านั้นเคย
เกิดแล้วด้วย เกิดขึ้นแล้ว.
จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้น
แล้ว แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยจิตที่
เหลือนอกนั้น จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วด้วย จักเกิดด้วย
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิด, จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี จิตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดด้วย
เกิดขึ้นแล้วด้วย.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิด
ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 829
ข้อ 54
ไม่มี.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
เกิดขึ้นแล้ว.
อตีตานาคตวาระ :-
[๕๔] จิตของบุคคลใดเคยเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดขึ้น
แล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดจักเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดขึ้น
แล้ว จิตของบุคคลนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว,
จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิดแต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว, จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
หน้า 830
ข้อ 55, 56
อุปปันนุปปัชชมานวาระ :-
[๕๕] จิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่ดับแล้ว แต่กำลังดับอยู่ จิตในอุปปาทขณะ
ก็ดี จิตที่เป็นอนาคตก็ดีไม่ใช่ดับแล้วด้วย ไม่ใช่กำลังดับอยู่ด้วย.
จิตใดกำลังเกิดอยู่, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่กำลังเกิดอยู่แต่เกิดขึ้นแล้ว, จิตที่เป็นอดีต
และจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วด้วย.
นิรุทธนิรุชฌมานวาระ :-
[๕๖] จิตใดดับแล้ว, จิตนั้นกำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดกำลังดับอยู่, จิตนั้นดับแล้ว ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่ดับแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
หน้า 831
ข้อ 57
จิตในภังคขณะไม่ใช่ดับแล้ว แต่กำลังดับอยู่ จิตในอุปปาท-
ขณะก็ดี จิตที่เป็นอนาคตก็ดีไม่ใช่ดับแล้วด้วย ไม่ใช่กำลังดับอยู่ด้วย.
จิตใดไม่ใช่กำลังดับอยู่, จิตนั้นไม่ใช่ดับแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับอยู่ แต่ดับแล้ว จิตในอุปปาทขณะ
ก็ดี จิตที่เป็นอนาคตก็ดี ไม่ใช่กำลังดับอยู่ด้วย ไม่ใช่ดับแล้วด้วย.
อติกกันตวาระ :-
[๕๗] จิตของบุคคลใดก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลัง
เกิดอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตของบุคคลนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอัน
เป็นขณะกำลังดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะก้าวล่วงแล้วซึ่งอุปปาทขณะ ไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่ง
ภังคขณะจิตที่เป็นอดีต ก้าวล่วงแล้วซึ่งอุปปาทขณะด้วย ก้าวล่วงแล้ว
ซึ่งภังคขณะด้วย.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลัง-
ดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตของบุคคลนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็น
ขณะกำลังเกิดอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีต.
จิตของบุคคลใดไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังเกิดอยู่
มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตของบุคคลนั้นไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะ
หน้า 832
ข้อ 58
กำลังดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคต.
ก็หรือว่าจิตของบุคคลใดไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลัง
ดับอยู่ มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตของบุคคลนั้นไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอัน
เป็นขณะกำลังเกิดอยู่ มีกาล ก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งภังคะขณะ แต่ก้าวล่วงแล้ว
ซึ่งอุปปาทขณะ, จิตในอุปปาทขณะก็ดี จิตที่เป็นอนาคตก็ดี ไม่ก้าว
ล่วงแล้วซึ่งภังคะขณะด้วย ไม่ก้าวล่วงแล้วซึ่งอุปปาทขณะด้วย.
ปุคคลวารนิเทส จบ
ธรรมวารนิทเทส
อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาระ :-
[๕๘] จิตใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นจักดับไม่ใช่จัก
เกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักดับไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม ?
หน้า 833
ข้อ 59
ใช่.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด กำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่จักดับจักเกิด
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับจักเกิด, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด กำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
ไม่มี.
อุปปาทุปปันนวาระ :-
[๕๙] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด, ใน
อุปปาทขณะจิตเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตที่เป็น
อดีตและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 834
ข้อ 60, 61
นิโรธุปปันนวาระ :-
[๖๐] จิตใดกำลังดับ, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ จิต
ในภังคขณะเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังดับด้วย.
จิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตที่
เป็นอดีตและจิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังดับด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว
ด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
อุปปาทวาระ :-
[๖๑] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเคยเกิด, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่เคยเกิด ใช่ไหม ?
หน้า 835
ข้อ 61
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตนั้นเคยเกิด จิตในภังคขณะ
และจิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่เคยเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เคยเกิด จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทะขณะไม่ใช่เคยเกิด แต่จิตนั้นกำลังเกิด จิตใน
ภังคขณะและจิตที่เป็นอนาคต ไม่เคยเกิดด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดด้วย.
จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตนั้นจักเกิด, จากในภังค-
ขณะ และจิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่จักเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทะขณะไม่ใช่จักเกิดแต่จิตนั้นกำลังเกิด จิตในภังค-
ขณะและจิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักเกิดด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดด้วย.
จิตใดเคยเกิด, จิตนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด, จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 836
ข้อ 62
จิตใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอนาคตไม่เคยเกิดแต่จิตนั้นจักเกิด, จิตที่เป็นปัจจุบัน
ไม่ใช่เคยเกิดด้วย ไม่ใช่จักเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักเกิดแต่จิตนั้นเคยเกิด จิตที่เป็นปัจจุบัน
ไม่ใช่จักเกิดด้วย ไม่ใช่เคยเกิดด้วย.
นิโรธวาระ :-
[๖๒] จิตใดกำลังดับ, จิตนั้นเคยดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเคยดับ, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับแต่จิตนั้นเคยดับ, จิตในอุปปาทขณะ
และจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังดับ ไม่ใช่เคยเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่เคยดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่เคยดับ แต่จิตนั้นกำลังดับ, จิตในอุปปาท-
ขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่เคยดับด้วย ไม่ใช่กำลังดับด้วย.
จิตใดกำลังดับ, จิตนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
หน้า 837
ข้อ 62
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังดับแต่จิต
นั้นจักดับ, จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับด้วย ไม่ใช่จักดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่จักดับ แต่จิตนั้นกำลังดับ, จิตที่เป็นอดีต
ไม่ใช่จักดับด้วย ไม่ใช่กำลังดับด้วย.
จิตใดเคยดับ, จิตนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นเคยดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่เคยดับแต่จิตนั้นจักดับ,
จิตในภังคขณะไม่ใช่เคยดับด้วย ไม่ใช่จักดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นไม่ใช่เคยดับ ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักดับ แต่จิตนั้นเคยดับ, จิตในภังคขณะ
ไม่ใช่จักดับด้วย ไม่ใช่เคยดับด้วย.
หน้า 838
ข้อ 63
อุปปาทนิโรธวาระ :-
[๖๓] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นเคยดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเคยดับ จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เคยดับ ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตนั้นเคยดับ, จิตในภังคขณะ
และจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่เคยดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่เคยดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทะขณะไม่เคยดับ แต่จิตนั้นกำลังเกิด, จิตในภังค-
ขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่เคยดับด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดด้วย.
จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอนาคตจักดับ แต่จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด, จิตในอุปปาท-
ขณะจักดับด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิด, แต่จิตนั้นจักดับจิตในภังคขณะ
และจิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่จักดับด้วย.
หน้า 839
ข้อ 64
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตใดเคยเกิด, จิตนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักดับ, จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่เคยเกิด แต่จิตนั้น
จักดับ, จิตในภังคขณะไม่ใช่เคยเกิดด้วย ไม่ใช่จักดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักดับ แต่จิตนั้นเคยเกิด จิตในภังคขณะ
ไม่ใช่จักดับด้วย ไม่ใช่เคยเกิดด้วย.
อุปปัชชมานนิโรธวาระ :-
[๖๔] จิตใดกำลังเกิด, จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นกำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตนั้นไม่ใช่
กำลังเกิด, จิตในอุปปาทขณะไม่ใช่กำลังดับด้วย กำลังเกิดด้วย.
หน้า 840
ข้อ 65
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นกำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตนั้นไม่ใช่
กำลังดับ, จิตในภังคขณะไม่ใช่กำลังเกิดด้วย กำลังดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดกำลังดับ, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
อุปปัชชมานุปปันนวาระ :-
[๖๕] จิตใดกำลังเกิดอยู่, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นกำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ จิตใน
อุปปาทขณะเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังเกิดอยู่ด้วย.
จิตใดไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตที่
เป็นอดีตและจิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้น
แล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่
ไหม ?
ใช่.
หน้า 841
ข้อ 66, 67
นิรุชฌมานุปปันนวาระ :-
[๖๖] จิตใดกำลังดับอยู่, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นกำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่ใช่กำลังอยู่ จิต
ในภังคขณะเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังดับอยู่ด้วย.
จิตใดไม่ใช่กำลังดับอยู่ จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะไม่ใช่กำลังดับอยู่ แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว, จิต
ที่เป็นอดีตและจิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังดับอยู่ด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้น
แล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่ ใช่
ไหม ?
ใช่.
อุปปันนุปาทวาระ :-
[๖๗] จิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นเคยเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดเคยเกิด, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 842
ข้อ 67
ไม่ใช่.
จิตใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นจักเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด, จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นเคยเกิด, จิตที่เป็น
อนาคตไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วด้วย ไม่ใช่เคยเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่เคยเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นปัจจุบันไม่เคยเกิด แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว, จิตที่เป็น
อนาคตไม่ใช่เคยเกิดด้วย ไม่ใช่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย.
จิตใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นจักเกิด, จิตที่เป็น
อดีตไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วด้วย ไม่ใช่จักเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นปัจจุบันไม่ใช่จักเกิด แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว, จิตที่เป็น
อดีตไม่ใช่จักเกิดด้วย ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วด้วย.
หน้า 843
ข้อ 68, 69
อตีตานาคตวาระ :-
[๖๘] จิตใดเคยเกิด แต่จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจัก
เกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดจักเกิด แต่จิตนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นเคย
เกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่เคยเกิด แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดไม่ใช่จักเกิด แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นไม่ใช่
เคยเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
อุปปันนุปปัชชมานวาระ :-
[๖๙] จิตที่เกิดขึ้นแล้ว, กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะเกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, จิตในอุป-
ปาทะขณะเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังเกิดอยู่ด้วย.
หน้า 844
ข้อ 70
จิตที่กำลังเกิดอยู่, เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตที่ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, ไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตที่ไม่ใช่กำลังเกิดอยู่, ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ แต่เกิดขึ้นแล้ว, จิตที่เป็นอดีต
และจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิดอยู่ด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดขึ้นแล้วด้วย.
นิรุทธนิรุชฌมานวาระ :-
[๗๐] จิตใดดับแล้ว, จิตนั้นกำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดกำลังดับอยู่ จิตนั้นดับแล้ว ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดไม่ใช่ดับแล้ว จิตนั้นไม่ใช่กำลังดับอยู่ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่ดับแล้ว แต่จิตนั้นกำลังดับอยู่ จิตใน
อุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่ดับแล้วด้วย ไม่ใช่กำลังดับด้วย.
จิตใดไม่ใช่กำลังดับอยู่, จิตนั้นไม่ใช่ดับแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับอยู่ แต่จิตนั้นดับแล้ว, จิตในอุปปาท-
ขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังดับอยู่ด้วย ไม่ใช่ดับแล้วด้วย.
หน้า 845
ข้อ 71
อติกกันตกาลวาระ :-
[๗๑] จิตใดก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังเกิดอยู่ (อุป-
ปาทขณะ) มีกาลก้าวล่วงแล้ว. จิตนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะกำลังดับอยู่
(ภังคขณะ) มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะก้าวล่วงแล้วซึ่งอุปปาทขณะ แต่ไม่ก้าวล่วงซึ่ง
ภังคขณะ จิตที่เป็นอดีตก้าวล่วงอุปปาทขณะด้วย ก้าวล่วงภังคขณะด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดก้าวล่วงซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังดับอยู่ (ภังค-
ขณะ) มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะกำลังเกิดอยู่
(อุปปาทขณะ) มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีต.
จิตใดก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังเกิดอยู่ (อุปปาทขณะ
ไม่มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกำลังดับ
อยู่ (ภังคขณะ) ไม่มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคต.
ก็หรือว่าจิตใดก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะกําลังดับอยู่ (ภังค-
ขณะ) ไม่มีกาลก้าวล่วงแล้ว, จิตนั้นก้าวล่วงแล้วซึ่งขณะอันเป็นขณะ
กำลังเกิดอยู่ (อุปปาทขณะ) ไม่มีกาลก้าวล่วงแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ก้าวล่วงซึ่งภังคขณะ แต่ก้าวล่วงซึ่งอุปปาทขณะ,
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคต ไม่ก้าวล่วงภังคขณะด้วย ไม่ก้าว
ล่วงอุปปาทขณะด้วย.
ธรรมวารนิทเทส จบ
หน้า 846
ข้อ 72, 73
ปุคคลธรรมวารนิทเทส
อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาระ :-
[๗๒] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของ
บุคคลนั้นจักดับ ไม่ใช่จักเกิด ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับไม่ใช่จักเกิด. จิตนั้นของบุคคล
นั้นกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่จักดับจักเกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใด ไม่ใช่จักดับ จักเกิด, จิตนั้นของ
บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด กำลังดับ ใช่ไหม ?
ไม่มี.
อุปปาทปปันนวาระ :-
[๗๓] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
หน้า 847
ข้อ 74
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด, จิตในอุปปาทะขณะเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังเกิดด้วย.
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
แล้ว, จิตที่เป็นอดีตและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่เกิด
ขึ้นแล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
นิโรธุปปันนวาระ :-
[๗๔] จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิด
ขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว, จิตนั้นของบุคคลนั้น
หน้า 848
ข้อ 75
กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังดับ, จิตในภังคขณะเกิดขึ้นแล้วด้วย กำลังดับด้วย.
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทะขณะไม่ใช่กำลังดับ, แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิด
ขึ้นแล้ว, จิตที่เป็นอดีตและจิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังดับด้วย ไม่ใช่
เกิดขึ้นแล้วด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคล
นั้นไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
ใช่.
อุปปาทวาระ :-
[๗๕] จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคย
เกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 849
ข้อ 75
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
เคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตในอดีตไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิด, จิต
ในภังคขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่เคยเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะไม่ใช่เคยเกิดแต่จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลังเกิด,
จิตในภังคขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่เคยเกิดด้วยไม่ใช่กำลังเกิดด้วย.
จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่
ไหม?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
เกิด ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดของบุคคล ไม่ใช่กำลังเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
จักเกิด ใช่ไหม ?
จิตในอนาคตไม่ใช่กำลังเกิด, แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิด,
จิตในภังคขณะและจิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิดด้วย ไม่ใช่จักเกิดด้วย.
หน้า 850
ข้อ 75
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทะขณะไม่ใช่จักเกิด แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
เกิด, จิตในภังคขณะและจิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักเกิดด้วย ไม่ใช่กำลัง
เกิดด้วย.
จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด, แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิด ใช่
ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิด
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จัก
เกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่เคยเกิดแต่จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิด จิต
ที่เป็นปัจจุบันไม่ใช่เคยเกิดด้วย ไม่ใช่จักเกิดด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่เคยเกิด ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักเกิด แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิด, จิต
ที่เป็นปัจจุบันไม่ใช่จักเกิดด้วย ไม่ใช่เคยเกิดด้วย.
หน้า 851
ข้อ 76
นิโรธวาระ :-
[๗๖] จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคย
ดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดเคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
ดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่เคย
ดับ ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยดับ,
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังดับด้วย ไม่ใช่เคยดับ
ด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่เคยดับแต่จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลังดับ, จิต
ในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่เคยดับด้วย ไม่ใช่กำลังดับด้วย.
จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ ใช่
ไหม ?
หน้า 852
ข้อ 76
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลังดับ
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จัก
ดับ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังดับ แต่จิต
นั้นของบุคคลนั้นจักดับ, จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับด้วย ไม่ใช่จักดับ
ด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักไม่ดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังดับ ใช่ไหม ?
จิตในภังคขณะไม่ใช่จักดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นกำลัง
ดับ จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักดับด้วย ไม่ใช่กำลังดับด้วย.
จิตใดของบุคคลใดเคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดจักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยดับ
ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 853
ข้อ 77
จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เคยดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่จัก
ดับ ใช่ไหม ?
จิตในอุปปาทขณะและจิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่เคยดับ แต่จิตนั้น
ของบุคคลนั้นจักดับ, จิตในภังคขณะไม่ใช่เคยดับด้วย ไม่ใช่จักดับด้วย.
ก็หรือว่าจิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ, จิตนั้นของบุคคลนั้น
ไม่ใช่เคยดับ ใช่ไหม ?
จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยดับ, จิต
ในภังคขณะไม่ใช่จักดับด้วย ไม่ใช่เคยดับด้วย.
ปุคคลธรรมวารนิทเทส จบ
มิสสกวารนิเทส
[๗๗] ในข้อที่ว่า จิตของบุคคลใด ท่านแสดงไว้โดยภาวะ
แห่งตนในข้อที่ว่า ในจิตใด และในจิตใดของบุคคลใด ท่านแสดงไว้
โดยอรรถอันเดียวกัน.
จิตมีราคะของบุคคลใด ฯลฯ กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากต-
ธรรม สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรรม ฯลฯ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
หน้า 854
ข้อ 77
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนาปปฏิฆธรรม เหตุธรรม นเหตุ
ธรรม ฯลฯ สรณธรรม อรณธรรม. ธรรมเหล่านี้ จนถึงสรณธรรม
และอรณธรรม ย่อมถึงซึ่งความเป็นยมก ๓ คือ มูลยมก จิตตยมก
ธรรมยมก.
มิสสกวารนิทเทส จบ
จิตตยมก จบ
หน้า 855
ข้อ 77
อรรถกถาจิตตยมก
มาติกาฐปนวาระ
บัดนี้ เป็นวรรณา เนื้อความแห่ง จิตตยมก ที่พระผู้มีพระภาค-
เจ้า ทรงรวบรวมไว้เป็นเอกเทสหนึ่งต่างหากด้วยสามารถแห่งธรรมทั้ง-
หลายเหล่านั้นนั่นแหละมีกุศลธรรมเป็นต้นที่ได้แสดงไว้แล้วในมูลยมก
แล้วจึงแสดงต่อจากอนุสยมก.
ในจิตตยมกนั้น เบื้องแรกพึงทราบบาลีววัตถาน๑ก่อน ในจิตต-
ยมกนี้ มี ๒ วาระ คือ
มาติกาฐปนวาระ -- วาระอันว่าด้วยการตั้งมาติกา๒
ฐปิตมาติกาวิสัชนาวาระ -- วาระอันว่าด้วยการวิสัชนมาติกา๓
ที่ตั้งไว้แล้ว.
ในมาติกาฐปนวาระนั้น ในเบื้องต้นมีสุทธิกมหาวาระอยู่ ๓
คือ : -
๑. การกำหนดหัวข้อ.
๒. หัวข้อ = อุเทส.
๓. นิทเทส.
* มาติกาฐปนวาระ คือ อุทเทส
วิสัชนาวาระ คือ นิทเทส
หน้า 856
ข้อ 77
ปุคคลวาระ -- วาระอันว่าด้วยบุคคล
ธัมมวาระ -- วาระอันว่าด้วยธรรมะ
ปุคคลธัมมวาระ -- วาระอันว่าด้วยปุคคลธรรมวาระ
ในวาระทั้ง ๓ นั้น วาระใดแสดงประเภทแห่งธรรมมีการเกิด
และการดับเป็นต้นไป โดยยกบุคคลขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า ยสฺส จิตฺตํ
อุปฺปชฺชติ น นิรุชฌฺติ แปลว่า จิตของบุคคลใด กำลังเกิด มิใช่
กำลังดับ ดังนี้เป็นต้น วาระนั้น ชื่อว่า ปุคคลวาระ.
วาระใดแสดงประเภทแห่งธรรมมีการเกิดและการดับเป็นต้นไป
โดยยกธรรมเท่านั้นขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น
นิรุชฺฌติ แปลว่า จิตใดกำลังเกิด มิใช่กำลังดับ ดังนี้เป็นต้น วาระนั้น
ชื่อว่า ธัมมวาระ.
วาระใดแสดงประเภทแห่งธรรมมีการเกิดและการดับเป็นต้นของ
จิตเป็นไป โดยยกบุคคลและธรรมขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า ยสฺส ยํ จิตฺตํ
อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌติ แปลว่า จิตใดของบุคคลใด กำลังเกิด มิใช่
กำลังดับ ดังนี้เป็นต้น วาระนั้น ชื่อว่า ปุคคลธัมมวาระ.
ต่อจากนั้น อาศัยบท ๑๖ บท มีคำว่า ยสฺส สราคํ จิตฺตํ
แปลว่า จิตของบุคคลใดมีราคะ เป็นต้น จึงได้มิสสกวาระ ๔๘ วาระ
คือ :-
หน้า 857
ข้อ 77
ปุคคลวาระ ๑๖ วาระ
ธัมมวาระ ๑๖ วาระ
ปุคคลธัมมวาระ ๑๖ วาระ
มิสสกวาระเหล่านี้แปลกออกไปด้วย สราค บทเป็นต้น. มิสสกวาระ ๔๘
วาระ เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้เพียงบทต้น คือ สราคบท
แล้วทรงย่อไว้.
ต่อจากนั้น อาศัยบทแห่งอภิธรรมมาติกา ๒๖๖ บท โดยนัยว่า
ยสฺส กุสลจิตฺตํ เป็นต้น จึงได้มิสสกวาระ ๗๙๘ วาระอีก คือ.-
ปุคคลวาระ ๒๖๖ วาระ
ธัมมวาระ ๒๖๖ วาระ
ปุคคลธัมมวาระ ๒๖๖ วาระ
วาระเหล่านี้แปลกออกไปด้วยกุศลบทเป็นต้น. แม้วาระเหล่านั้น พระองค์
ก็ทรงแสดงเพียงบทต้น คือ กุศลบทแล้วทรงย่อไว้เหมือนกัน, ในจิตต
ยมกนี้มีบทปุจฉาวิสัชนาทำนองเดียวกัน บทเหล่าใดไม่ประกอบด้วยจิต
บทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเป็นโมฆะปุจฉา.
ก็บรรดาวาระทั้ง ๓ เหล่านั้น สุทธิกปุคคลมหาวาระ ซึ่ง
เป็นวาระแรก มีอันตวาระ ๑๔ วาระ คือ.-
หน้า 858
ข้อ 77
๑. อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาระ (วาระว่าด้วยการปะ-
ปนกันแห่งกาลของอุปาทะและนิโรธะ)
๒. อุปปาทุปปันนวาระ (วาระว่าด้วย อุปปาทะ
และอุปปันะ)
๓. นิโรธุปปันนวาระ (วาระว่าด้วย นิโรธะและ
อุปปันนะ)
๔. อุปปาทวาระ (วาระว่าด้วย อุปปาทะ)
๕. นิโรธวาระ (วาระว่าด้วย นิโรธะ )
๖. อุปปาทนิโรธวาระ (วาระว่าด้วย อุปปาทะ
และนิโรธะ)
๗. อุปปัชชมานนิโรธวาระ (วาระว่าด้วย อุปัชช-
มานะและนิโรธะ)
๘. อุปปัชชมานุปปันนวาระ (วาระว่าด้วย อุปปัชช-
มานะและอุปปันนะ)
๙. นิรุชฌมานุปปันนวาระ (วาระว่าด้วย นิรุชฌมา
นะและอุปปันนะ)
๑๐. อุปปันนุปปาทวาระ (วาระว่าด้วย อุปปันนะ
และอุปปาทะ)
๑๑. อตีตานาคตวาระ (วาระว่าด้วย อดีตและ
อนาคต)
หน้า 859
ข้อ 77
๑๒. อุปปันนุปปัชชมานวาระ (วาระว่าด้วย อุปปันนะ
อุปปัชชมานะ)
๑๓. นิรุทธนิรุชฌมานวาระ (วาระว่าด้วย นิรุทธะและ
นิรุธฌมานะ)
๑๔. อติกกันตกาลวาระ (วาระว่าด้วย กาลที่ก้าว
ล่วง)
บรรดา อันตรวาระ ๑๔ วาระ เหล่านั้น ใน ๓ วาระเหล่านี้ คือ
อุปปาทวาระ นิโรธวาระ อุปปาทนิโรธวาระ โดยอาศัยอนุโลมและ
ปฏิโลม จึงมีวาระ ๖ คู่ รวมเป็น ๑๘ คู่ ( ๑๘ ยมก ). ใน
อุปปันนุปปาทวาระ ได้ยมก ๔ ( ๔ คู่ ) คือ โดยอนุโลม ๒
ปฏิโลม ๒ โดยอาศัยกาลอันเป็นอดีตและอนาคต. ในวาระ ๑๐ คือ
๓ วาระที่เหลือที่ทรงแสดงไว้ข้างต้น ๓ วาระที่แสดงไว้ในระหว่าง และ
๔ วาระที่แสดงแล้ว คือ วาระที่ ๗, ๘, ๙ และวาระสุดท้าย โดย
อนุโลม ๑ ปฏิโลม ๑ กระทำเป็น ๒ ส่วน จึงเป็นยมก ๒๐ ( ๒๐
คู่ ).
ในอันตรวาระทั้ง ๑๔ วาระแม้ทั้งหมด กำหนดไว้ด้วยปุจฉา
๘๔ จัดเป็นยมกได้ ๔๒ มีอรรถ ๑๖๘ ด้วยประการฉะนี้.
ยมก ๑๒๖ ย่อมมีในมหาวาระทั้ง ๓ คือ สุทธิกปุคคลวาระ สุทธิก-
ธัมมวาระ สุทธิกปุคคลธัมมวาระ อนึ่ง ในสุทธิกปุคคลวาระ มีได้
ฉันใด ในสุทธิกธัมมวาระ และสุทธิกปุคคลธัมมวาระ ก็มีได้ฉันนั้น.
หน้า 860
ข้อ 77
บัณฑิตพึงทราบคำปุจฉาเป็นทวีคูณแต่ยมก และอรรถเป็นทวี
คูณแต่ปุจฉานั้น. ก็ในจิตตยมกนี้ มียมกหลายพัน โดยเอาวาระทั้ง ๓
นี้ คูณด้วยบท ๑๖ บท ด้วยอำนาจสราคบทเป็นต้น และคูณด้วย
๒๖๖ บท ด้วยอำนาจกุศลบทเป็นต้น ฯ ก็พระบาลีท่านย่อไว้ว่า ตโต
ทิคุณา ปุจฺฉา ตโต ทิคุณา อตฺถา จ โหนฺติ แปลว่า ปุจฉา
ทวีคูณแต่ยมกนั้น อรรถ ( วิสัชนา ) ก็ทวีคูณแต่ปุจฉานั้น ดังนี้
บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลีในจิตตยมกนี้ก่อน ดังพรรณนามา
ฉะนี้.
มาติกาฐปนวาระ จบ
วิสัชนาวาระ ( นิทเทส )
บัดนี้ เพื่อทรงวิสัชนาบทมาติกาโดยลำดับตามที่ตั้งไว้ พระผู้มี
พระภาคเจ้าจึงทรงเริ่ม คำว่า ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌติ
ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปชฺชติ แปลว่า กำลังเกิด
เพราะถึงพร้อมด้วยอุปปาทขณะ. บทว่า น นิรุชฺฌติ แปลว่า มิใช่
กำลังดับ เพราะยังไม่ถึงนิโรธขณะ. สองบทว่า ตสฺส จิตฺตสฺส ความว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า จำเดิมแต่นั้น จิตของบุคคลนั้น จักดับ
จักไม่เกิดใช่ไหม ดังนี้. สองบทว่า เตสํ จิตฺตํ ความว่า อุปปาทขณะ
หน้า 861
ข้อ 77
แห่งจุติจิตของดวงสุดท้ายของจิตทั้งหมด ของพระขีณาสพเหล่าใด ผู้มี
วัฏฏทุกข์อันขาดแล้ว กำลังเป็นไป จุติจิตนั้นนั่นแหละ ของพระ-
ขีณาสพเหล่านั้น ชื่อว่า กำลังเกิดเพราะถึงอุปาทะ มิใช่กำลังดับเพราะ
ยังไม่ถึงภังคขณะ. แต่บัดนี้ จิตของพระขีณาสพเหล่านั้น ชื่อว่า จักดับ
เพราะถึงภังคขณะ. ต่อจากนั้น จิตอื่น ชื่อว่า จักไม่เกิดขึ้นเพราะมิได้
ทำปฏิสนธิ. บทว่า อิตเรสํ ได้แก่ จิตของพระเสกขะและปุถุชน
ที่เหลือเว้นพระขีณาสพผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต. สองบทว่า นิรุชฺฌิสฺ-
สติ เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ จ ความว่า จิตนั้นใด ถึงอุปปาทขณะ
จิตนั้นนั่นแหละ จักดับไป. ส่วนจิตอื่น จักเกิดด้วย จักดับด้วย ใน
อัตภาพนั้น หรือว่าในอัตตภาพอื่น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาค-
เจ้าทรงหมายเอาจิตของพระขีณาสพนั้นนั่นแหละ. ในปุจฉาวิสัชนาที่ ๒
จึงตรัสว่า อามันตา ดังนี้. สองบทว่า นุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌิสฺสติ
ได้แก่ ปัจฉิมจิตของพระอรหันต์ในภังคขณะบ้าง จิตที่กำลังดับของบุคคล
ที่เหลือบ้าง. ก็จำเดิมแต่จิตนั้นมา ใคร ๆ อาจกล่าวว่า จิตของพระ-
อรหันต์จักไม่ดับก่อน แต่ไม่อาจกล่าวว่าจักเกิด. ใคร ๆ อาจกล่าวว่า
จิตของบุคคลที่เหลือ จักเกิด จักไม่อาจกล่าว่า จักไม่ดับ. เพราะฉะนั้น
พระองค์จึงทรงปฏิเสธว่า โน ดังนี้.
ในทุติยปัญหา จิตของบุคคลใด จักไม่ดับ แต่จักเกิด บุคคล
นั้นแหละมิได้มี เพราะฉะนั้น พระองค์จึงทรงห้ามด้วยคำว่า นตฺถิ
( ปฏิกเขปวิสัชนา) ดังนี้.
หน้า 862
ข้อ 77
คำว่า อุปฺปนฺนํ นี้ เป็นชื่อของจิตที่ถึงพร้อมด้วยการเกิด อีก
อย่างหนึ่ง เป็นชื่อของจิตที่ถึงอุปาทะแล้วยังไม่ดับไป. ในวาระนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอาจิตที่ถึงพร้อมด้วยอุปาทะจึงตรัสว่า อา-
มันตา. คำว่า เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมาย
เอาจิตที่ตั้งอุปาทะแล้วยังไม่ดับไป. คำว่า อนุปฺปนฺนํ ได้แก่ ยังไม่ถึง
อุปปาทะ. ในคำว่า เตสํ จิตฺตํ อุปฺชฺชิตฺถ นี้ ความว่า จิตของ
บุคคลทั้งหมดเป็นปัจจุบันขณะก่อนนั่นแหละ ชื่อว่า เคยเกิดแล้ว
เพราะล่วงแล้วซึ่งอุปาทขณะ.
คำว่า อุปฺปชฺชิตฺถ เจว อุปฺปชฺชติ จ อธิบายว่า ชื่อว่า
อุปฺปชฺชิตฺถ เคยเกิด เพราะถึงแล้วซึ่งอุปาทขณะ ชื่อว่า อุปฺปชฺชติ
กำลังเกิด เพราะยังไม่ล่วงอุปาทขณะ เพราะความที่บุคคลผู้เข้าถึง
นิโรธสมาบัติ จิตเคยเกิดขึ้นแล้ว ในกาลก่อนแต่นิโรธ (และ)
เพราะอสัญญสัตตบุคคล (จิต) เคยเกิดขึ้นแล้วในสัญญีภพ.
คำว่า อุปาทกฺขเณ อนาคตฺจ ได้แก่ จิตในอุปาทขณะ
และจิตในอนาคต.
วิสัชนาวาระ จบ
หน้า 863
ข้อ 77
อติกกันตกาลวาระ
ในอติกกันตกาลวาระ คำว่า อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ได้แก่ อุปาท-
ขณะ. ในวาระนั้น อุปาทขณะ ไม่ชื่อว่ากำลังมีอยู่แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสอย่างนั้นเพราะเป็นขณะของจิตกำลังเกิด. คำว่า
ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ อธิบายว่า ก็อุปาทขณะนั้นนั่นแหละ.
ก้าวล่วงแล้วไม่นาน เป็นจิตก้าวล่วงแล้ว จึงนับว่ามีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
( อติกฺกนฺตกาลํ ). คำว่า นิรุชฺฌมานํ ขณํ ได้แก่ นิโรธขณะ. ใน
คำนั้น นิโรธขณะไม่ชื่อว่ากำลังมีอยู่แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น ก็ตรัสอย่าง
นั้น เพราะเป็นขณะของจิตที่กำลังดับ. คำว่า ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺ-
กนฺตกาลํ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสถามว่า จิตของบุคคล
นั้น เป็นจิตก้าวล่วงแม้นิโรธขณะอย่างนี้ย่อมชื่อว่า มีกาลก้าวล่วงแล้ว
ใช่ไหม. ในข้อนั้น เพราะจิตในภังคขณะ ก้าวล่วงอุปาทขณะแล้ว
นับว่ามีกาลก้าวล่วงแล้ว เมื่อจิตก้าวล่วงนิโรธขณะแล้ว ก็ย่อมชื่อว่า มี
กาลก้าวล่วงแล้ว ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงวิสัชนาว่า ในภังค
ขณะ จิตก้าวล่วงอุปาทขณะ. แต่ไม่ก้าวล่วงภังคขณะ จิตที่เป็นอดีต
ก้าวล่วงอุปาทขณะด้วย ก้าวล่วงภังคขณะด้วย ดังนี้.
ในการวิสัชนาปัญหาที่ ๒ เพราะจิตในอดีตก้าวล่วงขณะ
แม้ทั้งสอง จึงชื่อว่ามีกาลก้าวล่วงแล้ว ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึง
ตรัสว่า อตีตํ จิตฺตํ ดังนี้.
หน้า 864
ข้อ 77
ในการวิสัชนาปฏิโลมปัญหา ก็เพราะจิตในอุปาทขณะและจิต
ในอนาคต เป็นจิตก้าวล่วงขณะแม้ทั้งสอง* คืออุปาทขณะและภังคขณะ
แต่ไม่ชื่อว่า มีกาลก้าวล่วงแล้ว เพราะความที่ขณะเหล่านั้นยังไม่ก้าว
ล่วงไป ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ
อนาคตํ จิตฺตํ ดังนี้. ในการวิสัชนาปัญหาที่สองปรากฏชัดแล้ว พึ่ง
ทราบเนื้อความในการวิสัชนาปัญหาทั้งปวงแม้ในธัมมวาระ โดยอุบายนี้
แหละ.
ปุคคลธัมมวาระ ก็มีคติอย่างธัมมวาระนั้นแหละ มิสสกวาระ
แม้ทั้งหมด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงย่อไว้เพียงหัวข้อ โดยนัยว่า
ยสฺส สราคํ จิตฺตํ เป็นต้น. ส่วนความพิสดาร บัณฑิตพึงทราบโดย
นัยที่กล่าวในหนหลังนั้นแหละ. ก็ในวาระเหล่านั้น ย่อมมีปุจฉาเช่น
เดียวกัน โดยที่เป็นปัญหาพึงให้พิสดาร อย่างนี้ว่า ยสฺส สราคํ จิตฺตํ
อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ นุปฺปชฺชิสฺสติ
เป็นต้น แปลว่า จิตมีราคะของบุคคลใด กำลังเกิด มิใช่กำลังดับ จิตของ
*ข้อความที่ว่า " เป็นจิตก้าวล่วงขึ้นแม้ทั้งสอง แต่ไม่ชื่อว่ามีกาลก้าวล่วง
แล้ว " ใจความขัดกัน เพราะจิตในอุปาทขณะและจิตในอนาคต ยังไม่ก้าวล่วง
ขณะทั้งสอง คืออุปาทขณะและภังคขณะแต่ก็ต้องแปลตามบาลีอรรถกถาหน้า
๔๔๒ บรรทัดนี้ ๑๒ ที่ว่า อุปฺปาทกฺขเณ จ จิตฺตํ อนาคตญฺจ จิตฺตํ อุโภปิ ขเณ
(พม่าเพิ่ม ขณํ ข้างหลัง ขเณ ด้วย ) วีติกฺกนฺตี หุตฺวา อติกฺกนฺตถาลํ นาม
น โหติ
หน้า 865
ข้อ 77
บุคคลนั้นจักดับ จักไม่เกิด ใช่ไหม. แต่เพราะจิตมีราคะ. มิใช่ปัจฉิม
จิต ฉะนั้น การวิสัชนาจึงชื่อว่า ไม่เหมือนกัน เพราะปัญหาว่า จิตมี
ระคะของบุคคลใด กำลังเกิด มิใช่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้น จักดับ จัก
ไม่เกิด ใช่ไหม ดังนี้ ท่านให้คำวิสัชนาว่า โน ดังนี้ ด้วยประการฉะนี้
วิสัชนาปัญหานั้น ๆ พึงทราบตามความเหมาะสมกับปุจฉานั้น ฯ ดังนี้แล.
อติกกันตกาลวาระ จบ
อรรถกถาจิตยมก จบ
หน้า 866
ข้อ 78, 79
ธรรมยมก
ปัณณัตติวารุทเทส
อุเทสวาระ
ปทโสธนวาระ อนุโลม :-
[๗๘] กุศลชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ? กุศลธรรมชื่อว่ากุศล
ใช่ไหม ? อกุศลชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ? อกุศลธรรมชื่อว่าอกุศล
ใช่ไหม ? อัพยากตะชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ? อัพยากตธรรม
ชื่อว่าอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ปทโสธนวาระ ปฏิโลม :-
[๗๙] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่กุศล
ธรรม ไม่ชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่อกุศลธรรม
ไม่ชื่อว่าอกุศล ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่
อัพยากตธรรม ไม่ชื่อว่าอัพยากตะ ใช่ไหม ?
หน้า 867
ข้อ 80, 81
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม :-
[๘๐] กุศลชื่อว่ากุศลธรรมใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอกุศลธรรม
ใช่ไหม ?
กุศลชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่
อกุศลชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่า กุศลธรรม ใช่
ไหม ?
อกุศลชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอัพยากตธรรม
ใช่ไหม ?
อัพยากตะชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่ากุศลธรรม
ใช่ไหม ?
อัพยากตะชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอกุศล
ธรรม ใช่ไหม ?
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปฏิโลม :-
[๘๑] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม
ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่
ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
หน้า 868
ข้อ 82, 83
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่
ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่
ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม
ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม
ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
สุทธธัมมวาระ อนุโลม :-
[๘๒] กุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
อกุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอกุศล ใช่ไหม ?
อัพยากตะชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอัพยากตะ ใช่ไหม ?
สุทธธัมมวาระ ปฏิโลม :-
[๘๓] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่
ชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่า
อกุศล ใช่ไหม ?
หน้า 869
ข้อ 84, 85
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่า
อัพยากตะ ใช่ไหม ?
สุทธธัมมมูลจักกวาระ อนุโลม :-
[๘๔] กุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอกุศล ใช่ไหม ?
กุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอัพยากตะ ใช่ไหม ?
อกุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
อกุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอัพยากตะ ใช่ไหม ?
อัพยากตะชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
อัพยากตะชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ธรรมชื่อว่าอกุศล ใช่ไหม ?
สุทธธัมมมูลจักกวาระ ปฏิโลม :-
[๘๕] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่
ชื่อว่าอกุศล ใช่ไหม ?
ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่า
อัพยากตะ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่า
กุศล ใช่ไหม ?
หน้า 870
ข้อ 85
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่า
อัพยากตะ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่
ชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ? ไม่ใช่ธรรม ไม่
ชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
ปัณณัตติวารุทเทส จบ
หน้า 871
ข้อ 86, 87
ปัณณัตติวาระนิทเทส
ปทโสธนวาระ อนุโลม :-
[๘๖] กุศลชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
กุศลธรรมชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
ใช่.
อกุศลชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
อกุศลธรรมชื่อว่าอกุศล ใช่ไหม ?
ใช่.
อัพยากตะ ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
อัพยากตธรรม ชื่อว่าอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ปทโสธนวาระ ปฏิโลม :-
[๘๗] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
หน้า 872
ข้อ 88
ใช่.
ไม่ใช่กุศลธรรม ไม่ชื่อว่ากุศล ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อกุศลธรรม ไม่ชื่อว่าอกุศล ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อัพยากตธรรม ไม่ชื่อว่าอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม :-
[๘๘] กุศลชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
อกุศลธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอกุศลธรรมด้วย ธรรมที่
เหลือไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม.
กุศลชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
หน้า 873
ข้อ 88
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
อัพยากตธรรมชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอัพยากตธรรมด้วย ธรรม
ที่เหลือไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม.
อกุศลชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
กุศลธรรมชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่ากุศลธรรม ธรรมที่เหลือไม่
ชื่อว่ากุศลธรรม.
อกุศลชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
อัพยากตธรรมชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอัพยากตธรรมด้วย ธรรม
ที่เหลือไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม.
อัพยากตะชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
กุศลธรรมชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่ากุศลธรรมด้วย ธรรมที่เหลือ
ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม.
หน้า 874
ข้อ 89
อัพยากตะชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
อกุศลธรรมชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอกุศลธรรมด้วย ธรรมที่
เหลือไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม.
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปฏิโลม :-
[๘๙] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 875
ข้อ 90
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
สุทธธัมมวาระ อนุโลม :-
[๙๐] กุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
กุศลธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่ากุศลธรรมด้วย ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม.
หน้า 876
ข้อ 91
อกุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
อกุศลธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอกุศลธรรมด้วย ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม.
อัพยากตะชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
อัพยากตธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอัพยากตธรรมด้วย ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม.
สุทธธัมมวาระ ปฏิโลม :-
[๙๑] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นกุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม และธรรมที่เหลือ
เว้นกุศลด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่ากุศลด้วย ไม่ชื่อว่าธรรมด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นอกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม และธรรมที่
หน้า 877
ข้อ 92
เหลือ เว้นอกุศลด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่าอกุศลด้วย ไม่ชื่อว่าธรรม
ด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นอัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม และธรรม
ที่เหลือ เว้นอัพยากตะด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่าอัพยากตะด้วย ไม่
ชื่อว่าธรรมด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
สุทธธัมมจักกวาระ อนุโลม :-
[๙๒] กุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
อกุศลธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอกุศลธรรมด้วย ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม.
กุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 878
ข้อ 92
ธรรมชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
อัพยากตธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอัพยากตธรรมด้วย ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม.
อกุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
กุศลธรรม ชื่อว่า ธรรมด้วย ชื่อว่ากุศลธรรม ธรรมที่เหลือ
ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม.
อกุศลชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
อัพยากตธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอัพยากตธรรมด้วย ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม.
อัพยากตะชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
กุศลธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่ากุศลธรรมด้วย ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม.
อัพยากตะชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
หน้า 879
ข้อ 93
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
อกุศลธรรม ชื่อว่าธรรมด้วย ชื่อว่าอกุศลธรรมด้วย ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม.
สุทธธัมมจักกวาระ ปฏิโลม :-
[๙๓] ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นกุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม และธรรมที่เหลือ
เว้นกุศลด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่ากุศลด้วย ไม่ชื่อว่าธรรมด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่กุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นกุศล ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม และธรรมที่เหลือ
เว้นกุศลด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่ากุศลด้วย ไม่ชื่อว่า ธรรมด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นอกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม และธรรมที่เหลือ
หน้า 880
ข้อ 93
เว้นอกุศลด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่าอกุศลด้วย ไม่ชื่อว่าธรรมด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อกุศล ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นอกุศล ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม และธรรมที่
เหลือ เว้นอกุศลด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่าอกุศลด้วย ไม่ชื่อว่าธรรม
ด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นอัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม และ
ธรรมที่เหลือ เว้นอัพยากตะด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่าอัพยากตะด้วย
ไม่ชื่อว่าธรรมด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่ชื่อว่ากุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ชื่อว่าธรรม ใช่ไหม ?
ธรรมที่เหลือ เว้นอัพยากตะ ไม่ชื่อว่าอัพยากตธรรม และ
หน้า 881
ข้อ 93
ธรรมที่เหลือ เว้นอัพยากตะด้วย ธรรมด้วย ไม่ชื่อว่าอัพยากตะด้วย
ไม่ชื่อว่าธรรมด้วย.
ไม่ใช่ธรรม ไม่ชื่อว่าอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
นิทเทสวาระ จบ
ปัณณัตติวาระนิทเทส จบ
หน้า 882
ข้อ 94, 95
ปัจจุปปันนวาระ
ใน
ปวัตติอุปปาทวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๙๔] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
[๙๕] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต กุศลธรรมกำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ใน
ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต กุศลธรรมด้วย อัพยากต
ธรรมด้วยกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 883
ข้อ 96
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น. ในปัญจโวการภูมิ
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมด้วย กุศลธรรมด้วยกำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๙๖] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อกุศลธรรมกำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อกุศลธรรมและ
อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในปัญจโวการ
ภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 884
ข้อ 97, 98, 99
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๙๗] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
[๙๘] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมกำลังเกิดในภูมินั้น แต่กุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี อัพยากตธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย กำลังเกิดในภูมินั้น.
[๙๙] อกุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 885
ข้อ 100, 101
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมกำลังเกิดในภูมินั้น แต่อกุศล
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย กำลังเกิดในภูมินั้น.
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๐๐] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
[๑๐๑] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต
ธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต กุศลธรรมกำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต กุศลธรรม
ด้วย อัพยากตธรรมด้วย กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล
ธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
หน้า 886
ข้อ 102
กุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมด้วย
กุศลธรรมด้วยกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๐๒] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อกุศลธรรมกำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต
อกุศลธรรมด้วย อัพยากตธรรมด้วยกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากต
ธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 887
ข้อ 103, 104
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๑๐๓] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะ
แห่งจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตและอกุศลวิปปยุตตจิต
ก็ดี เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะ
แห่งจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตและกุศลวิปปยุตตจิต
ก็ดี เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมด้วย กุศลธรรมด้วยไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคล เหล่านั้น.
[๑๐๔] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
หน้า 888
ข้อ 105
กุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อบุคคล
เหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ใน
อรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิตก็ดี กุศลธรรมด้วย อัพยากตธรรม
ด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น เมื่อ
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิตก็ดี อัพยากตธรรมด้วย
กุศลธรรมด้วยไม่ใช่กำลังเกิดแก่ บุคคลเหล่านั้น.
[๑๐๕] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น เมื่อบุคคล
เหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ใน
อรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตก็ดี อกุศลธรรมด้วย อัพยากต -
ธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 889
ข้อ 106, 107
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากตธรรมไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ก็ดี ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตก็ดี อัพยากตธรรมด้วย
อกุศลธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๐๖] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด กุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๐๗] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 890
ข้อ 108, 109
ไม่มี.
[๑๐๘] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๐๙] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี, ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตและอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
หน้า 891
ข้อ 110
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตและกุศลวิปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตต
ภูมิก็ดี อกุศลธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๑๐] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตก็ดี อกุศลธรรม
ด้วย อัพยากตธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แก่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังค-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต
อัพยากตธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
หน้า 892
ข้อ 111
ในภูมินั้น.
[๑๑๑] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตก็ดี อกุศลธรรม
ด้วย อัพยากตธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากตธรรมไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แก่อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตก็ดี
อัพยากตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
หน้า 893
ข้อ 112, 113, 114
อตีตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๑๑๒] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๑๓] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
เกิดบุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๑๔] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 894
ข้อ 115, 116, 117
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๑๕] กุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๑๖] กุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมเคยเกิดในภูมินั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย เคยเกิดในภูมินั้น.
[๑๑๗] อกุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 895
ข้อ 118, 119
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมเคยเกิดในภูมินั้น แต่อกุศล
ธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย เคยเกิดในภูมินั้น.
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๑๘] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด กุศลธรรมก็
เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒๑ เป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาส-
ภูมิ อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้ คือผู้เกิดอยู่
ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศลธรรมด้วย กุศลธรรม
ด้วย เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๑๙] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูนินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
๑. โลภชวนะดวงที่ ๒.
หน้า 896
ข้อ 120, 121
เมื่อจิตดวงที่ ๒๑ เป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นแต่กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
บุคคลนอกจากนี้ คือ ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๒๐] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แก่กุศลธรรมไม่ใช่เคยแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ คือผู้เกิดอยู่ในจตุโวหารภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจ-
โวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๑๒๑] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
๑. ทุติยจิต คือ ปฐมภวังค์.
หน้า 897
ข้อ 122, 123, 124
ไม่มี.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๑๒๒] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๑๒๓] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๒๔] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 898
ข้อ 125, 126, 127
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๒๕] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๑๒๖] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๒๗] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 899
ข้อ 128, 129
เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒๑ เป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาส-
ภูมิ กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรม
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อจิตดวงที่ ๒๒ เป็นไปอยู่แก่
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
กุศลธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๒๘] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดอยู่ใน ( ผู้เข้าถึงซึ่ง ) สุทธาวาสภูมิ กุศลธรรม
ด้วย อัพยากตธรรมด้วย ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๒๙] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
๑. โลภชวนะดวงที่ ๒. ๒. ทุติยจิต คือ ปฐมภวังค์.
หน้า 900
ข้อ 130
กตธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดอยู่ใน ( เข้าถึงซึ่ง ) สุทธาวาสภูมิ อกุศลธรรม
ด้วย อัพยากตธรรมด้วย ไม่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
อนาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๑๓๐] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในระหว่างจิตใด กุศลธรรมจัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลอื่นนอกจากนี้ กุศลธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด} กุศลธรรมก็จักเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 901
ข้อ 131, 132
ใช่.
[๑๓๑] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลอื่นนอกจากนี้ อัพยากตธรรมด้วย กุศลธรรม
ด้วย จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๑๓๒] อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด๑ก็ดี อัพยากตธรรม
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
๑. ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ - อรหัตมรรคที่เกิดต่อจากโวทานในมรรค
วิถี.
หน้า 902
ข้อ 133, 134, 135
บุคคลอื่นนอกจากนี้ อัพยากตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๓๓] กุศลธรรมจักเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๓๔] กุศลธรรมจักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิอัพยากตธรรมจักเกิดในภูมินั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยา-
กตธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย จักเกิดในภูมินั้น.
[๑๓๕] อกุศลธรรมจักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 903
ข้อ 136
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิอัพยากตธรรมจักเกิดในภูมินั้น แต่อกุศลธรรม
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยา-
กตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย จักเกิดในภูมินั้น.
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๓๖] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้
อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด๑ กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคล
อื่นนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี กุศลธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
๑. จิตใด - โวทานจิตในอรหัตมรรควิถี.
หน้า 904
ข้อ 137, 138
[๑๓๗] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี๑ พระอรหันต์ทั้งลายก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลอื่นนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๓๘] อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด๒ อัพยากตธรรมจักเกิด
๑. ขณะที่อรหัตมรรคกำลังเกิด.
๒. โวทานจิต ในอรหัตมรรควิถี.
หน้า 905
ข้อ 139, 140
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลอื่นนอกจาก คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี
ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมด้วย อกุศลธรรมด้วย จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๑๓๙] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด๑ อกุศลธรรม
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่า-
นั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
อกุศลธรรมด้วย กุศลธรรมด้วย ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๑๔๐] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
๑. จิตใด - โวทานจิต ในอรหัตมรรควิถี.
หน้า 906
ข้อ 141
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมจักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต๑ กุศลธรรมด้วย อัพยา-
กตธรรมด้วย ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๔๑] อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในระหว่างแห่งจิตใด อกุศลธรรมไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต๑ อกุศลธรรมด้วย อัพยากตธรรมด้วย
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็จักไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
๑. จุติจิตของพระอรหันต์.
หน้า 907
ข้อ 142, 143, 144
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๔๒] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๔๓] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่
ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๑๔๔] อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 908
ข้อ 145, 146
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๔๕] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในระหว่างแห่งจิตใด อกุศลธรรม
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์
ทั้งหลายก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมด้วย
กุศลธรรมด้วย ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๔๖] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลผู้เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต กุศลธรรมด้วย อัพยากตธรรมด้วย ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 909
ข้อ 147, 148
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๔๗] อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในระหว่างแห่งจิตใดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้ถึง
พร้อมด้วยปัจฉิมจิต อกุศลธรรมด้วย อัพยากตธรรมด้วย จักไม่เกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ปัจจุปปันนาตีตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๑๔๘] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคย
หน้า 910
ข้อ 149
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น. ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศล-
ธรรมก็เคยเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๑๔๙] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศล
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต
อัพยากตธรรมก็เคยเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 911
ข้อ 150, 151, 152
[๑๕๐] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต
อัพยากตธรรมก็เคยเกิด อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๕๑] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, ฯลฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๕๒] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 912
ข้อ 153, 154
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมก็เคยเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๕๓] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรม
ก็เคยเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๕๔] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 913
ข้อ 155, 156
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากตธรรม
ก็เคยเกิด อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแต่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๑๕๕] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๑๕๖] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 914
ข้อ 157, 158, 159
เคยเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๑๕๗] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๕๘] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯลฯ
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๕๙] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
หน้า 915
ข้อ 160
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อทุติยจิต
กำลังเป็นไปอยู่แก่สุทธาวาสพรหมก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๖๐] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 916
ข้อ 161, 162
[๑๖๑] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะของ
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ปัจจุปปันนานาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๑๖๒] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรม
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
หน้า 917
ข้อ 163
นั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิของบุคคลนอกนี้ กุศลธรรมก็กำลัง
เกิด อกุศลธรรมก็จัดเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศล
ธรรมก็จักเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๑๖๓] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลจิต อัพยากตธรรมก็จักเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
หน้า 918
ข้อ 164, 165, 166
[๑๖๔] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล
จิต อัพยากตธรรมก็จักเกิด อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๖๕] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, ฯลฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๖๖] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรมกำลัง
หน้า 919
ข้อ 167
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตของบุคคลนอกนี้
กุศลธรรมก็กำลังเกิด อกุศลธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
อุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมก็จักเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๖๗] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพ-
ยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากต-
ธรรมก็จักเกิด กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 920
ข้อ 168, 169
[๑๖๘] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต
อัพยากตธรรมก็จักเกิด อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๑๖๙] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติก็ดี บุคคลผู้เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
ก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด
หน้า 921
ข้อ 170
อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นถึง อกุศลธรรม
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิด กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๑๗๐] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิม-
จิต กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 922
ข้อ 171, 172, 173
ใช่.
[๑๗๑] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นแต่อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจ-
ฉิมจิต อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๗๒] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯลฯ
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๗๓] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 923
ข้อ 174
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
ภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อกุศลธรรม
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์
ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังค-
ขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่จักเกิด กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๗๔] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 924
ข้อ 175
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศล
กรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต กุศล
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๗๕] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากต-
ธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต
อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 925
ข้อ 176, 177
อตีตานาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๑๗๖] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด๑ ก็ดี กุศลธรรมเคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ กุศลธรรมก็เคยเกิด อกุศลธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๗๗] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต กุศลธรรมเคยเกิด แต่อัพยากต-
ธรรมไม่ใช่จักเกิด, บุคคลนอกนี้ กุศลธรรมก็เคยเกิด อัพยากตธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
๑. อรหัตมรรคจักเกิดต่อจากโวทานจิตในอรหัตมรรควิถี.
หน้า 926
ข้อ 178, 179, 180
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น, ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๗๘] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกจากนี้ อกุศลธรรมก็เคยเกิด อัพยากตธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๗๙] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, ฯลฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๘๐] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 927
ข้อ 181
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กุศลธรรมเคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี
เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี กุศลธรรมก็เคยเกิด อกุศลธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรทก็
เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ใน
จตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็จักเกิด
กุศลธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๘๑] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี
หน้า 928
ข้อ 182
ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี กุศลธรรมก็เคยเกิด อัพยากตธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิด
อยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็จักเกิด กุศลธรรมก็เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๘๒] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี
ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็เคยเกิด อัพยากตธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 929
ข้อ 183, 184
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่
ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็จักเกิด อกุศลธรรมก็เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๑๘๓] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
[๑๘๔] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 930
ข้อ 185, 186, 187
เคยเกิด.
[๑๘๕] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม.
เคยเกิด.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๘๖] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๑๘๗] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, แต่อกุศลธรรมจัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 931
ข้อ 188, 189
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูนินั้น แต่กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จัก
เกิด กุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๘๘] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
[๑๘๙] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
อุปปาทวาระ จบ
หน้า 932
ข้อ 190, 191
๒. นิโรธวาระ
ปัจจุปปันนวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๑๙๐] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
[๑๙๑] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งกุศลจิตในอรูปภูมิ กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะ
แห่งกุศลจิตในปัญจโวการภูมิ กุศลธรรมก็กำลังดับ อัพยากตธรรมก็
กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 933
ข้อ 192
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่ง
วิปปยุตตจิในปวัตติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิต
ในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมก็กำลังดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้น.
[๑๙๒] อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิ อกุศลธรรมกำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ใน
ภังคขณะแห่งอกุศลจิตในปัญจโวการภูมิอกุศลธรรมก็กำลังดับ อัพยากต-
ธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งอกุศล
วิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอกุศล-
จิตในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมก็กำลังดับ อกุศลธรรมก็กำลังดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 934
ข้อ 193, 194, 195
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๙๓] กุศลธรรมกำลังดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็กำลังดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็กำลังดับใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๙๔] กุศลธรรมกำลังดับในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็กำลัง
ดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็กำลังดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมกำลังดับในภูมินั้น แต่กุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญญจโวการภูมิ
ก็ดี อัพยากตธรรมก็กำลังดับ กุศลธรรมก็กำลังดับในภูมินั้น.
[๑๙๕] อกุศลธรรมกำลังดับในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็กำลัง
ดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 935
ข้อ 196, 197
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็กำลังดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมกำลังดับในภูมินั้น แต่อกุศล
ธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญญจโวการภูมิ
ก็ดี อัพยากตธรรมก็กำลังดับ อกุศลธรรมก็กำลังดับในภูมินั้น.
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๑๙๖] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
[๑๙๗] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งกุศลจิตในอรูปภูมิ กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิตในปัญจโวการภูมิ กุศลธรรมก็กำลัง
หน้า 936
ข้อ 198
ดับ อัพยากตธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลวิปป-
ยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งกุศลจิตในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมก็กำลังดับ กุศลรรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๑๙๘] อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิ อกุศลธรรมกำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในปัญจโวการภูมิ อกุศลธรรมก็
กำลังดับ อัพยากตธรรมก็กำลังดับ ก็บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งอกุศล
วิปปยุตตจิตในปวัติติกาลก็ดี อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
หน้า 937
ข้อ 199
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมก็กำลังดับ
อกุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๑๙๙] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิต กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น แต่อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตและ
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตและ
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
หน้า 938
ข้อ 200, 201
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๐๐] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศล
วิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลเหล่านั้นทั้งหมด
กำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะ
แห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งกุศลจิตในอรูปภูมิ อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
เหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๐๑] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากต
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 939
ข้อ 202
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปป-
ยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมด
กำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อัพยากตธรรมก็ไม่
ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิ อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
เหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ในภังคขณะแห่งกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ
อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๐๒] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 940
ข้อ 203, 204, 205
ใช่.
[๒๐๓] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๒๐๔] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๐๕] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิต กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
หน้า 941
ข้อ 206
กุศลวิปปยุตตจิตและอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตและกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-
ภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๐๖] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกําลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศล-
วิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
เหล่านั้นทั้งหมดกําลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 942
ข้อ 207
ก็หรือว่า อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด,
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งกุศลจิตในอรูปภูมิ อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๐๗] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศล
วิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ใน
ภังคขณะกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิตในอรูปภูมิ อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่า
หน้า 943
ข้อ 208, 209
นั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
อตีตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๒๐๘] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคยดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๐๙] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 944
ข้อ 210, 211, 212
ใช่.
[๒๑๐] อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๑๑] กุศลธรรมเคยดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็เคยดับใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อกุศลธรรมเคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็เคยดับใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๑๒] กุศลธรรมเคยดับในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็เคยดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 945
ข้อ 213, 214
ก็หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็เคยดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมเคยดับในภูมินั้น แต่กุศล-
ธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมก็เคยดับ กุศลธรรมก็เคยดับในภูมินั้น.
[๒๑๓] อกุศลธรรมเคยดับในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็เคยดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็เคยดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมเคยดับในภูมินั้น, แต่อกุศล-
ธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมก็เคยดับ อกุศลธรรมก็เคยดับในภูมินั้น.
ปุคคลโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๑๔] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 946
ข้อ 215
เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒๑ กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือ
บุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อกุศลธรรมก็เคยดับ กุศลธรรมก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๑๕] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็เคยดับ กุศลธรรมก็เคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
๑. อนาคามิผล ๑ ที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ คือในขณะที่ถึงพร้อมด้วยการเกิดขึ้น
แห่งกุศลจิตตดวงที่ ๒ ได้แต่ภวนิกันติโลภชวนะดวงที่ ๒.
หน้า 947
ข้อ 216, 217
[๒๑๖] อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาส
ภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิด
อยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็เคยดับ อกุศลธรรมก็เคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๒๑๗] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 948
ข้อ 218, 219, 220
[๒๑๘] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๒๑๙] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๒๐] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 949
ข้อ 221, 222, 223
ใช่.
[๒๒๑] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๒๒๒] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๒๓] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 950
ข้อ 224
เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธา-
วาสภูมิกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่อกุศลธรรม
เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่แก่
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
กุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๒๔] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับ แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาส-
ภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ กุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยดับ
อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 951
ข้อ 225, 226
[๒๒๕] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาส-
ภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยดับ อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
อนาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๒๒๖] กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้
กุศลธรรมก็จักดับ อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 952
ข้อ 227, 228
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็จักดับแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๒๗] กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี อัพ-
ยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ อัพยากตธรรมก็จักดับ กุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๒๘] อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
หน้า 953
ข้อ 229, 230
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อัพยากตธรรมจักดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกจากนี้ อัพยากตธรรมก็จักดับ อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๒๙] กุศลธรรมจักดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๓๐] กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็
จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใจก็ดี กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้
คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี กุศล-
ธรรมก็จักดับ อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 954
ข้อ 231, 232
[๒๓๑] กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
นอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโว-
การภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็จักดับ กุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
[๒๓๒] อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พะอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
หน้า 955
ข้อ 233, 234
แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้
คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมก็จักดับ อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๒๓๓] กุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แก่กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี
พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๓๔] กุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหันตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี กุศล-
ธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคล
หน้า 956
ข้อ 235, 236
เหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับ อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๓๕] อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับ อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๓๖] กุศลธรรมไม่ใช่จักดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
หน้า 957
ข้อ 237, 238
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๓๗] กุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะ
แห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๓๘] กุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค
ขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับ อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จัก
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 958
ข้อ 239
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๓๙] อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับ อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 959
ข้อ 240, 241
ปัจจุปปันนาตีตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๒๔๐] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคย
ดับแกบุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่า, ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรม
ก็เคยดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๔๑] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 960
ข้อ 242, 243
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อัพยา-
กตธรรมก็เคยดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๔๒] อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอกุศลจิต อัพยา-
กตธรรมก็เคยดับ อกุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๔๓] กุศลธรรมกำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
หน้า 961
ข้อ 244, 245
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๔๔] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่ง
กุศลจิต อกุศลธรรมก็เคยดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
[๒๔๕] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
หน้า 962
ข้อ 246, 247
เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมก็เคย
ดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๔๖] อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมก็เคยดับ อกุศล-
ธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๒๔๗] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
หน้า 963
ข้อ 248, 249, 250
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๒๔๘] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม.
เคยดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๒๔๙] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๕๐] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
หน้า 964
ข้อ 251, 252
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๕๑] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๕๒] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่
กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดอยู่ใน (เข้าถึง) สุทธาวาสภูมิ
หน้า 965
ข้อ 253
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๕๓] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ใน (เข้าถึง)
สุทธาวาสภูมิ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคย
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 966
ข้อ 254
ปัจจุปันนานาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๒๕๔] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรมกำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังค-
ขณะแห่งกุศลจิตของบุคคลนอกนี้ กุศลธรรมก็กำลังดับ อกุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังดับแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรม
ก็จักดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 967
ข้อ 255, 256
[๒๕๕] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อัพยากต-
ธรรมก็จักดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๕๖] อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรม
หน้า 968
ข้อ 257, 258
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากต-
ธรรมก็จักดับ อกุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๕๗] กุศลธรรมกำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๕๘] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรมกำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิตของบุคคลนอกนี้ กุศลธรรมก็กำลัง
ดับ อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
หน้า 969
ข้อ 259, 260
แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะ
แห่งกุศลจิต อกุศลธรรมก็จักดับ กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
[๒๕๙] กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดีบุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมก็จักดับ
กุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๖๐] อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลกรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 970
ข้อ 261
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลเกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลแหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากตธรรม
ก็จักดับ อกุศลธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๒๖๑] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศล-
ธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี
พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 971
ข้อ 262
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาท-
ขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้
อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๖๒] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะ แห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยา-
กตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต๑ กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังดับ อัพยาธรรมกตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
๑. จุติจิตของพระอรหันต์ ๑๓ ดวง, ดวงใดดวงหนึ่ง.
หน้า 972
ข้อ 263, 264, 265
[๒๖๓] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับ อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๖๔] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๖๕] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ-
หน้า 973
ข้อ 266
นั้น แต่อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้
อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลผู้เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตนั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับ
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๖๖] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่
หน้า 974
ข้อ 267
กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลัง
ดับ อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น, ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๖๗] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังดับแก่ก็บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่กำลังดับ อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 975
ข้อ 268, 269
อตีตานาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๒๖๘] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กุศลธรรมเคยดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกจากนี้ กุศลธรรมเคยดับ อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยดับแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๖๙] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ กุศล-
ธรรมเคยดับ อัพยากตธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 976
ข้อ 270, 271, 272
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๗๐] อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ อกุศล
ธรรมเคยดับ อัพยากตธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคยดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๗๑] กุศลธรรมเคยดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๗๒] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 977
ข้อ 273
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กุศลธรรมเคยดับ
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี
ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี กุศลธรรมเคยดับ อกุศลธรรมก็จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลกรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลกรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดในสุทธาวาสภูมิ อกุศล-
ธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุ-
โวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศลธรรมจักดับ กุศล-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๗๓] กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
หน้า 978
ข้อ 274
ปัญจโวการภูมิก็ดี กุศลธรรมเคยดับ อัพยากตธรรมก็จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอก
จากนี้ บุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมจักดับ กุศลธรรมก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๗๔] อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมจักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศลธรรมเคยดับ อัพยากตธรรมก็จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 979
ข้อ 275, 276
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับ อกุศลธรรมก็เคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๒๗๕] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
[๒๗๖] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 980
ข้อ 277, 278, 279
เคยดับ.
[๒๗๗] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับ แก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๗๘] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๗๙] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมจัก
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กุศล-
ธรรมไม่ใช่เคยดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 981
ข้อ 280, 281
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อกุศลธรรมไม่ใช่จัก
ดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๘๐] กุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
[๒๘๑] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
นิโรธวาระ จบ
หน้า 982
ข้อ 282, 283, 284
ปวัตติอุปปาปาทนิโรธวาระ
ปัจจุปปันนวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๒๘๒] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
[๒๘๓] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
[๒๘๔] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 983
ข้อ 285, 286
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๘๕] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็กำลังดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๘๖] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมกำลังดับในภูมินั้น แต่กุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมก็กำลังดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
หน้า 984
ข้อ 287, 288, 289
[๒๘๗] อกุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมกำลังดับในภูมินั้น แต่อกุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมก็กำลังดับ อกุศลธรรมก็กำลังเกิด.
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๒๘๘] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
[๒๘๙] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 985
ข้อ 290, 291
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
[๒๙๐] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๒๙๑] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิต กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะ
แห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคล
ผู้กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่ดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 986
ข้อ 292
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้นแต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคล
ผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๒๙๒] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากต-
ธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่ง
กุศลจิตและอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่
หน้า 987
ข้อ 293
บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
เหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลจิตและอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
[๒๙๓] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยา-
กตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะ
แห่งกุศลจิตและอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด
อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล
เหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลจิตและอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี
หน้า 988
ข้อ 294, 295, 296
อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๙๔] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๒๙๕] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๒๙๖] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 989
ข้อ 297
กำลังดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๒๙๗] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น, ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอกุศลจิต กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในอุปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปป-
ยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลัง
เกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น, ใน
หน้า 990
ข้อ 298
ภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต
ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๙๘] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
อัพยากตธรรมกําลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้น
ทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติ-
กาลก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลจิตและอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด,
กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลจิตและอกุศลจิต
หน้า 991
ข้อ 299
ในอรูปภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๒๙๙] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อัพยากตธรรมกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้น
ทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติ-
กาลก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลจิตและอกุศลจิตในอรูปภูมิก็ดี อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากตธรรมไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งกุศลจิตและอกุศล-
จิตในอรูปภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่กำลังดับ อกุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 992
ข้อ 300, 301, 302
อตีตวาระ (ในอุปปาทนิโรธ)
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๓๐๐] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคยดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๐๑] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๐๒] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 993
ข้อ 303, 304, 305
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๐๓] กุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็เคยดับใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็เคยเกิดในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๐๔] กุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็เคยดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็เคยเกิดใน
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมเคยดับในภูมินั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมก็เคยดับ กุศลธรรมก็เคยเกิดในภูมินั้น.
[๓๐๕] อกุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็เคยดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 994
ข้อ 306, 307
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมเคยดับในภูมินั้น แต่อกุศล-
ธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี อัพยากตธรรมก็เคยดับ อกุศลธรรมก็เคยเกิดในภูมินั้น.
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๐๖] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่ แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศล-
ธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือ
บุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศล-
ธรรมเคยดับ กุศลธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๐๗] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
หน้า 995
ข้อ 308
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็เคยดับ กุศลธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๐๘] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด อกุศลธรรม
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่า
หน้า 996
ข้อ 309, 310, 311
นั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวภารภูมิก็ดี อัพยากตธรรมก็เคยดับอกุศลธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๓๐๙] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๓๑๐] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๓๑๑] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 997
ข้อ 312, 313, 314
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๑๒] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๑๓] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๓๑๔] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
หน้า 998
ข้อ 315, 316
ก็ไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๑๕] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธา-
วาสภูมิ กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศล-
ธรรมเคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่
ใน (เข้าถึง) สุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๑๖] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 999
ข้อ 317
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ใน (เข้าถึง ) สุทธาวาสภูมิ กุศลธรรม
ไม่ใช่เคยเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๑๗] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดอยู่ใน ( เข้าถึง ) สุทธาวาสภูมิ อกุศลธรรมไม่ใช่
เคยเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1000
ข้อ 318, 319
อนาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๓๑๘] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักดับแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด, กุศลธรรม
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกจากนี้ กุศลธรรมจักเกิด อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็จักเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๑๙] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่
หน้า 1001
ข้อ 320, 321
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ อัพยากตธรรมจักดับ กุศลธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๓๒๐] อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็จัก
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อัพยากตธรรมจัก
ดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกจากนี้ อัพยากตธรรมจักดับ อกุศลธรรมก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๒๑] กุศลธรรมจักเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็จักดับใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็จักเกิดในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1002
ข้อ 322, 323
[๓๒๒] กุศลธรรมจักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็จักดับ
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากธรรมจักดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็จักเกิดในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมจักดับในภูมินั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยา-
กตธรรมจักดับ กุศลธรรมก็จักเกิดในภูมินั้น.
[๓๒๓] อกุศลธรรมจักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็จักดับ
ในภูมินั้นใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ อัพยากตธรรมจักดับในภูมินั้น แต่อกุศล
ธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อัพยากตธรรมจักดับ อกุศลธรรมก็จักเกิดในภูมินั้น.
หน้า 1003
ข้อ 324, 325
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๒๔] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด, กุศลธรรม
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ
ก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี กุศลธรรมจักเกิด อกุศลธรรมก็จัก
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๒๕] กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากตธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
หน้า 1004
ข้อ 326, 327
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับ กุศลธรรมก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๒๖] อกุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด อัพยา-
กตธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้
คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อัพ-
ยากตธรรมจักดับ อกุศลธรรมก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๓๒๗] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่จักดับแกบุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1005
ข้อ 328, 329
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรม
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี อกุศล-
ธรรมไม่ใช่จักดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๓๒๘] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคล
เหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิด อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๒๙] อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่
หน้า 1006
ข้อ 330, 331
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่
ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๓๐] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๓๑] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็ไม่
ใช่จักดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับในภูมิใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 1007
ข้อ 332, 333, 334
[๓๓๒] อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อัพยากตธรรมก็
ไม่ใช่จักดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับในภูมิใด, อกุศลธรรมก็ไม่
ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๓๓] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรม
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมจักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์
ทั้งหลายก็ดีบุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จัก
ดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๓๔] กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
หน้า 1008
ข้อ 335
ธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมไม่ใช่จักเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๓๕] อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมไม่ใช่จักเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับ
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1009
ข้อ 336, 337
ปัจจุปปันนาตีตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๓๓๖] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เลย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศล-
ธรรมเคยดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๓๓๗] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็เคย
ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
หน้า 1010
ข้อ 338, 339
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุคลจิต
อัพยากตธรรมเคยดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๓๓๘] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล-
จิต อัพยากตธรรมเคยดับ อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๓๙] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
หน้า 1011
ข้อ 340, 341
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๔๐] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะ
แห่งกุศลจิต อกุศลธรรมเคยดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
[๓๔๑] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
หน้า 1012
ข้อ 342, 343
เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรม
เคยดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๔๒] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากต-
ธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต อัพยากต-
ธรรมเคยดับ อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๓๔๓] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่
หน้า 1013
ข้อ 344, 345, 346, 347
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๓๔๔] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
[๓๔๕] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากต-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๔๖] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๔๗] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
หน้า 1014
ข้อ 348
ธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อกุศลธรรมเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อทุติยจิต
กำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่เคย
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๔๘] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดอยู่ใน (เข้าถึง) สุทธาวาส-
ภูมิ กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 1015
ข้อ 349, 350
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๔๙] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพ-
ยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมเคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ใน (เข้าถึง) สุทธาวาสภูมิ
อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ปัจจุปปันนานาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๓๕๐] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1016
ข้อ 351
ในอุปปาทขณะแก่อรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรม
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตของบุคคลนอกนี้ กุศลธรรมกำลัง
เกิด อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ อยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อกุศล-
ธรรมจักดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๓๕๑] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
หน้า 1017
ข้อ 352, 353, 354
อสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยา-
กตธรรมจักดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๓๕๒] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศล-
ธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิต
อัพยากตธรรมจักดับ อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๕๓] กุศลธรรมกำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๕๔] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1018
ข้อ 355
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรมกำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิตของบุคคลนอกนี้ กุศล-
ธรรมกำลังเกิด อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งกุศลจิต อกุศลธรรมจักดับ กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
[๓๕๕] กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรม
หน้า 1019
ข้อ 356, 357
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งกุศลจิต อัพยากตธรรมจักดับ
กุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๕๖] อกุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็กำดับเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากต-
ธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลจิตอัพยากตธรรม
จักดับ อกุศลธรรมก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๓๕๗] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
หน้า 1020
ข้อ 358
อสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี
พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด อกุศลธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใดในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อกุศล-
ธรรมไม่ใช่จักดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
[๓๕๘] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
หน้า 1021
ข้อ 359, 360
กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๕๙] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
อกุศลธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๖๐] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
หน้า 1022
ข้อ 361
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๖๑] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่ง
อรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใดในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้ อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิต
นั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับ
กุศลธรรมก็ไม่ใช่ กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 1023
ข้อ 362, 363
[๓๖๒] กุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
กุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมไม่ใช่
กำลังเกิด อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๖๓] อกุศลธรรมไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อกุศลวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อกุศลธรรม
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมจักตับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมไม่ใช่
กำลังเกิด อัพยากตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูนิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1024
ข้อ 364, 365
อตีตานาคตวาระ
ปุคคลวาระ อนุโลม :-
[๓๖๔] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กุศลธรรมเคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกจากนี้ กุศลธรรมเคยเกิด อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๖๕] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น. บุคคลนอกจากนี้
กุศลธรรมเคยเกิด อกุศลธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1025
ข้อ 366, 367, 368
[๓๖๖] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรมก็
จักดับแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้
อกุศลธรรมเคยเกิด อัพยากตธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็เคยดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
โอกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๖๗] กุศลธรรมเคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม :-
[๓๖๘] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กุศลธรรมเคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี
ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี กุศลธรรมเคยเกิด อกุศลธรรมก็จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 1026
ข้อ 369
ก็หรือว่าอกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรมก็
เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
อกุศลธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ใน
จตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศลธรรมจักดับ
กุศลธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๖๙] กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับก็บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโว-
การภูมิก็ดี กุศลธรรมเคยเกิด อัพยากตธรรมก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
หน้า 1027
ข้อ 370
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจ-
โวการภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับกุศลธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
[๓๗๐] อกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยากต-
ธรรมก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี อกุศลธรรมเคยเกิด อัพยากตธรรมก็จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศลธรรม
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนี้ คือบุคคลผู้เกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ผู้เกิดอยู่ในปัญจโว-
การภูมิก็ดี อัพยากตธรรมจักดับ อกุศลธรรมก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
หน้า 1028
ข้อ 371, 372, 373
ปุคคลวาระ ปัจจนิก :-
[๓๗๑] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
[๓๗๒] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
[๓๗๓] อกุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อัพยากตธรรม
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, อกุศลธรรมก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
หน้า 1029
ข้อ 374, 375, 376
โอกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๗๔] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก :-
[๓๗๕] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล
ธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อกุศลธรรม
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิด อกุศลธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่าอกุศลธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศลธรรม
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อกุศลธรรมไม่ใช่
จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กุศลธรรมเคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อกุศลธรรมไม่ใช่
จักดับ กุศลธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
[๓๗๖] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
หน้า 1030
ข้อ 377
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
[๓๗๗] กุศลธรรมไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อัพยา-
กตธรรมก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักดับ.
ก็หรือว่าอัพยากตธรรมไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, อกุศล-
ธรรมก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
อุปปาทนิโรธวาระ จบ
ปวัตติวาระ จบ
หน้า 1031
ข้อ 378
ภาวนาวาระ
[๓๗๘] บุคคลใดกำลังเจริญกุศลธรรมอยู่, บุคคลนั้นชื่อว่า
กำลังละอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลใดกำลังละอกุศลธรรม, บุคคลนั้นชื่อว่ากำลัง
เจริญกุศลธรรมอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่.
บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญกุศลธรรมอยู่, บุคคลนั้นไม่ชื่อว่ากำลัง
ละอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลใดไม่ใช่กำลังละอกุศลธรรม, บุคคลนั้นไม่
ชื่อว่ากำลังเจริญกุศลธรรมอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่. ฯ ล ฯ
ภาวนาวาระ จบ
ธัมมยมก จบ
หน้า 1032
ข้อ 378
อรรถกถาธัมมยมก
บัดนี้ เป็นวรรณนา ธัมมยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตั้ง
มาติกาแห่งธรรมทั้งหลาย มีกุศลเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแหละที่แสดงไว้
ในมูลยมกแล้วแสดงต่อจากจิตตยมก.
ในธัมมยมกนั้น พึงทราบการกำหนดพระบาลีตามนัยที่กล่าวไว้
ในขันธยมก ก็ในขันธยมกนั้น มี ๓ มหาวาระ มีปัณณัตติวาระ
เป็นต้น และมีอันตรวาระที่เหลือ มีอยู่โดยประการใด, ในธรรมยมก
ก็มีโดยประการนั้น
แต่ในธรรมยมกนี้พึงทราบว่าท่านเรียกปริญญาวาระว่า ภาวนา-
วาระ เพราะพระบาลีอาคตสถานว่า โย กุสลธมฺมํ ภาเวติ โส
อกุสลฺธมฺมํ ปชหติ - บุคคลใดเจริญกุศลธรรม บุคคลนั้นชื่อว่าละ
อกุศลธรรมหรือ ?
ในภาวนาวาระนั้น อัพยากตธรรมเป็นธรรมที่บุคคลไม่ควร
เจริญด้วย ไม่ควรละด้วย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ยกบทนั้นขึ้นแสดง
ก็ในปัณณัตติวาระในธรรมยมกนี้ พึงทราบการนับยมกในวาระ ๔ เหล่า
นี้ คือ ปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธธัมมวาระ
สุทธธัมมมูลจักกวาระ ด้วยอำนาจแห่งธรรมทั้งหลาย มีกุศลธรรม
เป็นต้น
หน้า 1033
ข้อ 378
ส่วนในปัณณัตติวาระนิทเทส พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา เพราะ
ความที่แห่งกุศลทั้งหลายเป็นกุศลธรรมโดยแน่นอน ในปัญหาที่ว่า กุศล
ชื่อว่ากุศลธรรม หรือ ? ดังนี้ แม้ในคำวิสัชชนาที่เหลือก็นัยนี้ คำ
วิสัชนาที่ว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศล แต่ชื่อว่าธรรม
อธิบายว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือไม่เป็นอกุศล แต่เป็นธรรม พึงทราบ
คำวิสัชชนาทั้งหมดโดยนัยนี้.
ก็ในอนุโลมนัยแห่งบุคคลวาระ ปัจจุบันกาลในปวัตติวาระนี้
ยมก ๓ อย่าง คือ ยมกที่มีกุศลธรรมเป็นมูล ๒ อย่าง มีอกุศลธรรม
เป็นมูล ๑ อย่างย่อมมีในปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใด
อกุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ? ก็หรือว่า อกุศลธรรม
ย่อมเกิดแก่บุคคลใด กุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
ดังนี้.
ในปฏิโลมนัยก็ดี ในวาระทั้งหลายมีโอกาสวาระเป็นต้นก็ดี ก็
นัยนี้ บัณฑิตพึงทราบการนับยมก ด้วยอำนาจแห่งยมกทั้งหลาย ๓ อย่าง
ในวาระทั้งปวง ในปวัตติวาระนี้อย่างนี้.
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระพึงทราบลักษณะนี้ ดัง
ต่อไปนี้.
ในปวัตติวาระแห่งธรรมยมกนี้ คำว่า อุปฺปชฺชนติ - ย่อมเกิด
นิรุชฺฌนฺติ - ย่อมดับ ในอุปปาทและนิโรธวาระเหล่านี้ ย่อมได้กุศล
ธรรมและอกุศลธรรมในปวัตติกาลเท่านั้นโดยแน่นอน ย่อมไม่ได้จุติ
หน้า 1034
ข้อ 378
และปฏิสนธิกาล แต่ว่าอัพยากตธรรมย่อมได้ในกาลทั้ง ๓ คือ ปวัตติ
จุติ และปฏิสนธิ.
ลักษณะใดย่อมได้ในที่ใด ๆ พึงทราบคำวินิจฉัยของลักษณะนั้น
ในที่นั้น ๆ อย่างนี้.
พึงทราบนัยมุขในการวินิจฉัยนั้นดังนี้:- คำปฏิเสธว่า โน-
ไม่ใช่ พระองค์ทรงกระทำแล้วเพราะความไม่บังเกิดขึ้น ในขณะเดียว
กันของกุศลและอกุศล.
คำว่า อพฺยากโต จ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจแห่งรูปที่มีจิตเป็น
สมุฏฐาน.
ปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด นี้ ท่านกล่าว
หมายเอาอสัญญีภพ เหตุนั้นในปัญหานี้ท่านจึงทำคำวิสัชนาว่า อามนฺตา
-ใช่ แม้ในคำว่า ย่อมเกิดขึ้น นี้ ท่านก็กล่าวหมายเอาอสัญญีภพ
นั่นแหละ แต่กระทำการห้ามว่า ไม่มี เพราะความไม่มีแห่งที่อันไม่
บังเกิดขึ้นแห่งอัพยากตธรรมทั้งหลาย หมายความว่า อัพยากตธรรม
เกิดได้ในทุกภูมิ.
คำว่า ทุติเย อกุสเล - ครั้นเมื่ออกุศลดวงที่สอง ได้แก่
ชวนะจิตดวงที่สองในนิกันติชวนะที่บังเกิดขึ้นแล้ว เพราะยินดีซึ่งภพ.
คำว่า ทุติเจ จิตฺเต วตฺตมาเน - ครั้นเมื่อจิตดวงที่สอง
เป็นไปอยู่ ได้แก่ครั้นเมื่อภวังคจิตอันเป็นจิตดวงที่สอง แต่ปฏิสนธิจิต
หน้า 1035
ข้อ 378
เป็นไปอยู่ อีกอย่างหนึ่ง คำว่า ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน ได้แก่
ครั้นเมื่ออาวัชชนจิตในภวนิกันติชวนะ ได้แก่ เป็นไปอยู่ เพราะกระทำ
ซึ่งภวังค์กับปฏิสนธิให้เป็นอย่างเดียวกันด้วยอำนาจของวิบากจิต จริงอยู่
อาวัชชนะจิตนั้นชื่อว่า ทุติยจิต - จิตดวงที่สอง นับแต่วิบากจิต
เพราะความที่แห่งอาวัชชนะจิตนั้น เป็นกิริยาจิตในอัพยากตชาติ หมาย
ความว่า อาวัชชนะจิตเป็นจิตคนละชาติกับวิบาก.
คำว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ท่านกล่าว
หมายเอาโวทานจิต.
คำว่า กุสลา ธนฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ท่านกล่าวหมายเอา
ธรรมทั้งหลาย คือ มรรคอันเลิศเหล่านั้น.
ปัญหาว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺ-
สนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวด้วยอำนาจของ
การเกิดขึ้นแห่งโวทานจิตนี้ ก็ลักษณะนี้ย่อมได้แม้ในอุปปาทขณะแห่ง
โอริมจิต ได้แก่ จิตดวงก่อน แต่โวทานจิตนั้น อันเกิดขึ้นแล้วด้วย
อาวัชชนะจิตเดียวกันแห่งการเกิดของโวทานจิตนั้น.
แม้ในนิโรธวาระ ท่านกล่าวแล้วว่า โน - ไม่ใช่ เพราะความ
ที่กุศลและอกุศลไม่ดับพร้อมกัน พึงทราบคำวินิจฉัยในที่ทั้งปวงโดย
นัยมุขนี้ ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาธรรมยมก จบบริบูรณ์
เล่มจริงที่ 84 (1,135 หน้า · 0001 – 1135)
กระโดดไปหน้า (1,135 หน้า)
1 11 21 31 41 51 61 71 81 91 101 111 121 131 141 151 161 171 181 191 201 211 221 231 241 251 261 271 281 291 301 311 321 331 341 351 361 371 381 391 401 411 421 431 441 451 461 471 481 491 501 511 521 531 541 551 561 571 581 591 601 611 621 631 641 651 661 671 681 691 701 711 721 731 741 751 761 771 781 791 801 811 821 831 841 851 861 871 881 891 901 911 921 931 941 951 961 971 981 991 1001 1011 1021 1031 1041 1051 1061 1071 1081 1091 1101 1111 1121 1131
หน้า 1
ข้อ 379
อินทริยยมกที่ ๑๐
ปัณณัตติวาระ
มาติกา
[๓๗๙] อินทรีย์ ๒๒ คือ :-
๑ จักขุนทรีย์ ๑๒ โสมนัสสินทรีย์
๒ โสตินทรีย์ ๑๓ โทมนัสสินทรีย์
๓ ฆานินทรีย์ ๑๔ อุเปกขินทรีย์
๔ ชิวหินทรีย์ ๑๕ สัทธินทรีย์
๕ กายินทรีย์ ๑๖ วิริยินทรีย์
๖ มนินทรีย์ ๑๗ สตินทรีย์
๗ อิตถินทรีย์ ๑๘ สมาธินทรีย์
๘ ปุริสินทรีย์ ๑๙ ปัญญินทรีย์
๙ ชีวิตินทรีย์ ๒๐ อนัญญาตัญณัสสามีตินทรีย์
๑๐ สุขินทรีย์ ๒๑ อัญญินทรีย์
๑๑ ทุกขินทรีย์ ๒๒ อัญญาตาวินทรีย์
มาติกา จบ
หน้า 2
ข้อ 380
ปัณณัตติวารุทเทศ
ปทโสธนวาระ อนุโลม
[๓๘๐] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ชื่อว่า จักขุ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสตินทรีย์ ชื่อว่า โสตะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าฆานินทรีย์ ชื่อว่า ฆานะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม?
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหินทรีย์ ชื่อว่า ชิวหา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ากายินทรีย์ ชื่อว่า กายะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ามโน ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ามนินทรีย์ ชื่อว่า มโน ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถินทรีย์ ชื่อว่า อิตถี ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสินทรีย์ ชื่อว่า ปุริสะ ใช่ไหม ?
หน้า 3
ข้อ 380
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตินทรีย์ ชื่อว่า ชีวิตะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสุขินทรีย์ ชื่อว่า สุขะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขินทรีย์ ชื่อว่า ทุกขะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์ ชื่อว่า โสมนัสสะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์ ชื่อว่า โทมนัสสะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ ชื่อว่า อุเปกขา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธินทรีย์ ชื่อว่า สัทธา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยินทรีย์ ชื่อว่า วิริยะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสติ ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสตินทรีย์ ชื่อว่า สติ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธินทรีย์ ชื่อว่า สมาธิ ใช่ไหม ?
หน้า 4
ข้อ 380
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญินทรีย์ ชื่อว่า ปัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามี-
ตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติ
ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญินทรีย์ ชื่อว่า อัญญะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวี ใช่ไหม ?
ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ
หน้า 5
ข้อ 381
ปทโสธนวาระ ปัจจนิก
[๓๘๑] ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุนทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่โสตะ, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมไม่ใช่โสตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสตะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ฆานะ, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ฆานินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ฆานะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ชิวหา, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ชิวหินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่กายะ, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่กายินทรีย์, ไม่ชื่อว่า กายะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่มโน, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่มนินทรีย์, ไม่ชื่อว่า มโน ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อิตถี, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อิตถินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อิตถี ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ปุริสะ, ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ปุริสินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปุริสะ ใช่ไหม ?
หน้า 6
ข้อ 381
ธรรมที่ไม่ใช่ชีวิตะ ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ชีวิตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชีวิตะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สุขะ, ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สุขินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สุขะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ทุกขะ, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ทุกขินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ทุกขะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่โสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่โสมนัสสินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โสมนัสสะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่โทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่โทมนัสสินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อุเปกขินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อุเปกขา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สัทธา ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สัทธินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สัทธา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่วิริยะ, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่วิริยินทรีย์, ไม่ชื่อว่า วิริยะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สติ, ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สติ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สมาธิ, ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่สมาธินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สมาธิ ใช่ไหม ?
หน้า 7
ข้อ 381
ธรรมที่ไม่ใช่ปัญญา, ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ปัญญินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัส-
สามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติ
ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อัญญะ, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อัญญินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อัญญาตาวินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวี ใช่ไหม ?
ปทโสธนวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 8
ข้อ 382
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
[๓๘๒] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสติทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 9
ข้อ 382
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 10
ข้อ 382
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทริยมูล จบ
โสตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า โสตินทรีย์, ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสตินทริยมูล จบ
หน้า 11
ข้อ 382
ฆานินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่า ฆานินทรีย์, ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ฆานินทริยมูล จบ
ชิวหินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชิวหินทริยมูล จบ
หน้า 12
ข้อ 382
กายินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
กายินทริยมูล จบ
มนินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
มนินทริยมูล จบ
หน้า 13
ข้อ 382
อิตถินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อิตถินทริยมูล จบ
ปุริสินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 14
ข้อ 382
ชีวิตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชีวิตินทริยมูล จบ
สุขินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สุขินทริยมูล จบ
หน้า 15
ข้อ 382
ทุกขินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าทุกข์, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทุกขินทริยมูล จบ
โสมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 16
ข้อ 382
โทมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
โทมนัสสินทริยมูล จบ
อุเปกขินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 17
ข้อ 382
สัทธินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สัทธินทริยมูล จบ
วิริยินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
วิริยินทริยมูล จบ
หน้า 18
ข้อ 382
สตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสติ, ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สตินทริยมูล จบ
สมาธินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สมาธินทริยมูล จบ
หน้า 19
ข้อ 382
ปัญญินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา, ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปัญญินทริยมูล จบ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 20
ข้อ 382
อัญญินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญินทริยมูล จบ
อัญญาตาวินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทริยมูล จบ
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ
หน้า 21
ข้อ 383
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก
น จักขุนทริยมูล
[๓๘๓ ] ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 22
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 23
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น จักขุนทริยมูล จบ
น โสตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ใช่โสตะ, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 24
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น โสตินทริยมูล จบ
น ฆานินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ใช่ฆานะ, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ฆานินทริยมูล จบ
น ชิวหินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ใช่ชิวหา ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 25
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ชิวหินทริยมูล จบ
น กายินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ใช่กายะ, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น กายินทริยมูล จบ
น มนินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามนะ ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 26
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น มนินทริยมูล จบ
น อิตถินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อิตถินทริยมูล จบ
น ปุริสินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 27
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ปุริสินทริยมูล จบ
น ชีวิตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ชีวินตินทริยมูล จบ
น สุขินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 28
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สุขินทริยมูล จบ
น ทุกขินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ทุกขินทริยมูล จบ
น โสมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 29
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น โสมนัสสินทริยมูล จบ
น โทมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น โทมนัสสินทริยมูล จบ
น อุเปกขินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 30
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อุเปกขินทริยมูล จบ
น สัทธินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สัทธินทริยมูล จบ
น วิริยินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 31
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น วิริยินทริยมูล จบ
น สตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สตินทริยมูล จบ
น สมาธินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 32
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สมาธินทริยมูล จบ
น ปัญญินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ปัญญินทริยมูล จบ
น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัส-
สามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 33
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล จบ
น อัญญินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อัญญินทริยมูล จบ
น อัญญาตาวินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
หน้า 34
ข้อ 383
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อัญญาตาวินทริยมูล จบ
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 35
ข้อ 384
สุทธอินทริยวาระ อนุโลม
[๓๘๔] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ามนะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 36
ข้อ 384
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสติ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 37
ข้อ 384
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สุทธอินทริยวาระ อนุโลม จบ
หน้า 38
ข้อ 385
สุทธอินทริยวาระ ปัจจนิก
[๓๘๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามนะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 39
ข้อ 385
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 40
ข้อ 385
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่-
ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สุทธอินทริยวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 41
ข้อ 386
สุทธอินทริยมูลจักกวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
[๓๘๖] ธรรมที่ชื่อจักขุ ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรม ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 42
ข้อ 386
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 43
ข้อ 386
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทริยมูล จบ
โสตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสตินทริยมูล จบ
หน้า 44
ข้อ 386
ฆานินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อฆานะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ฆานินทริยมูล จบ
ชิวหินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชิวหินทริยมูล จบ
หน้า 45
ข้อ 386
กายินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
กายินทริยมูล จบ
มนินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
มนินทริยมูล จบ
หน้า 46
ข้อ 386
อิตถินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
อิตถินทริยมูล จบ
ปุริสินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 47
ข้อ 386
ชีวิตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิต, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชีวิตินทริยมูล จบ
สุขินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สุขินทริยมูล จบ
หน้า 48
ข้อ 386
ทุกขินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทุกขินทริยมูล จบ
โสมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 49
ข้อ 386
โทมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
โทมนัสสินทริยมูล จบ
อุเปกขินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 50
ข้อ 386
สัทธินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สัทธินทริยมูล จบ
วิริยินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
วิริยินทริยมูล จบ
หน้า 51
ข้อ 386
สตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสติ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สตินทริยมูล จบ
สมาธินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
สมาธินทริยมูล จบ
หน้า 52
ข้อ 386
ปัญญินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปัญญินทริยมูล จบ
อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล จบ
หน้า 53
ข้อ 386
อัญญินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญินทริยมูล จบ
อัญญาตาวินทริยมูล
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทริยมูล จบ
สุทธอินทริยมูลจักกาวาระ อนุโลม จบ
หน้า 54
ข้อ 387
สุทธอินทริยมูลจักกวาระ ปัจจนิก
น จักขุนทริยมูล
[๓๘๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 55
ข้อ 387
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 56
ข้อ 387
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น จักขุนทริยมูล จบ
น โสตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมทีไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น โสตินทริยมูล จบ
หน้า 57
ข้อ 387
น ฆานินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ฆานินทริยมูล จบ
น ชิวหินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ชิวหินทริยมูล จบ
หน้า 58
ข้อ 387
น กายินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น กายินทริยมูล จบ
น มนินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น มนินทริยมูล จบ
หน้า 59
ข้อ 387
น อิตถินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อิตถินทริยมูล จบ
น ปุริสินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 60
ข้อ 387
น ชีวิตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ชีวิตินทริยมูล จบ
น สุขินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สุขินทริยมูล จบ
หน้า 61
ข้อ 387
น ทุกขินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ทุกขินทริยมูล จบ
น โสมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 62
ข้อ 387
น โทมนัสสินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น โทมนัสสินทริยมูล จบ
น อุเปกขินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 63
ข้อ 387
น สัทธินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สัทธินทริยมูล จบ
น วิริยินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น วิริยินทริยมูล จบ
หน้า 64
ข้อ 387
น สตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สตินทริยมูล จบ
น สมาธินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น สมาธินทริยมูล จบ
หน้า 65
ข้อ 387
น ปัญญินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น ปัญญินทริยมูล จบ
น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล จบ
หน้า 66
ข้อ 387
น อัญญินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อัญญินทริยมูล จบ
น อัญญาตาวินทริยมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
น อัญญาตาวินทริยมูล จบ
สุทธอินทริยมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ
ปัณณัตติวารุทเทส จบ
หน้า 67
ข้อ 388
ปัณณัตติวารนิเทศ
ปทโสธนวาระ อนุโลม
[๓๘๘] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่า จักขุ ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ๑ ชื่อว่า โสตะ แต่ไม่ชื่อว่า โสติน-
ทรีย์, โสตินทรีย์ ชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าโสตินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ชื่อว่า โสตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าฆานินทรีย์ ชื่อว่า ฆานะ ใช่ไหม ?
ใช่.
๑. ตัณหาโสตะ-กระแสตัณหา
หน้า 68
ข้อ 389
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหินทรีย์ ชื่อว่า ชิวหา ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นกายินทรีย์เสีย ธรรมที่เหลือ ชื่อว่ากาย แต่ไม่ชื่อว่า
กายินทรีย์ กายินทรีย์ ชื่อว่ากายด้วย ชื่อว่ากายินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่ากายินทรีย์ ชื่อว่า กายะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่ามโน ชื่อว่ามนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่ามนินทรีย์ ชื่อว่า มโน ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๘๙] ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อิตถี ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 69
ข้อ 390
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสินทรีย์, ชื่อว่า ปุริสะ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตินทรีย์. ชื่อว่า ชีวิตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๙๐] ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าสุขินทรีย์, ชื่อว่า สุขะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขินทรีย์, ชื่อว่า ทุกขะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ชื่อว่า โสมมันสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์ ชื่อว่า โสมนัสสะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 70
ข้อ 391
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นอุเปกขินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขาที่เหลือ ชื่อว่า
อุเปกขา แต่ไม่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์, อุเปกขินทรีย์ ชื่อว่าอุเปกขาด้วย
ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ ชื่อว่า อุเปกขา ใช่ไหม ?
[๓๙๑] ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่มีชื่อว่าสัทธินทรีย์, ชื่อว่า สัทธา ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยินทรีย์, ชื่อว่า วิริยะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าสติ, ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 71
ข้อ 392
ธรรมที่ชื่อว่าสตินทรีย์, ชื่อว่า สติ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธินทรีย์, ชื่อว่า สมาธิ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา, ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญินทรีย์, ชื่อว่า ปัญญา ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๙๒] ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ชื่อว่า อนัญญา
ตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ชื่อว่า อนัญญา
ตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่ออัญญินทรีย์, ชื่อว่า อัญญะ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 72
ข้อ 392
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวี ใช่ไหม ?
ใช่.
ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ
หน้า 73
ข้อ 393
ปทโสธนวาระ ปัจจนิก
[๓๙๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์ แต่ชื่อว่าจักขุ
เว้นจักขุและจักขุนทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุ และไม่
ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ แต่ชื่อว่า โสตะ,
เว้นโสตะและโสตินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า โสตะ และ
ไม่ชื่อว่าโสตินทรีย์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ฆานะ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 74
ข้อ 394
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหา ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายะ, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายินทรีย์, ไม่ชื่อว่า กายะ ใช่ไหม ?
เว้นกายินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่ากายินทรีย์ แต่
ชื่อว่า กายะ เว้นกายะและกายินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
กายะและไม่ชื่อว่ากายินทรีย์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามนินทรีย์, ไม่ชื่อว่า มโน ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๙๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถินทรีย์ ไม่ชื่อว่าอิตถี แต่ชื่อว่าอิตถินทรีย์,
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอิตถีและอิตถินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อิตถีและไม่ชื่อว่าอิตถินทรีย์.
หน้า 75
ข้อ 395
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อิตถี ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี ไม่ชื่อว่าอิตถินทรีย์ แต่ชื่อว่าอิตถี, เว้น
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถีและธรรมที่ชื่อว่าอิตถินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ
ไม่ชื่อว่าอิตถีและไม่ชื่อว่าอิตถินทรีย์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ปุริสะ แต่ชื่อว่าปุริสินทรีย์
เว้นธรรมที่ชื่อว่าปุริสะและปุริสินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่
ชื่อว่าปุริสะและไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปุริสะ ใช่ไหม ?
ธรรมชื่อว่าปุริสะ ไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์ แต่ชื่อว่าปุริสะ, เว้น
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะและธรรมที่ชื่อว่าปุริสินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ
ไม่ชื่อว่าปุริสะและไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชีวิตะใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๙๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 76
ข้อ 395
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สุขะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ทุกขะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อุเปกขา ใช่ไหม ?
เว้นอุเปกขินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์
หน้า 77
ข้อ 396
แต่ชื่อว่าอุเปกขา, เว้นอุเปกขาและอุเปกขินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ
ไม่ชื่อว่าอุเปกขาเเละไม่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์.
[๓๙๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา, ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สัทธา ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยินทรีย์, ไม่ชื่อว่า วิริยะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ, ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สติ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สมาธิ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา, ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 78
ข้อ 397
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปัญญา ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๙๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อนัญ-
ญาตัญญัสสามีติ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวี ใช่ไหม ?
ใช่.
ปทโสธนวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 79
ข้อ 398
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูล โสตินทริยมูลี :-
[๓๙๘] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโสตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่า อินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูล โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
หน้า 80
ข้อ 398
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ฆานินทรีย์ ชื่อว่าฆานินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชิวหินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชิวหินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าชิวหินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าชิวอินทรีย์.
จบ จักขุนทรีย์มูละ ชิวหินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ กายินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 81
ข้อ 398
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์. ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
กายินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่ากายยินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่ากายินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ กายินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
มนินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่ามนินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่ามนินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี
หน้า 82
ข้อ 399
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี :-
[๓๙๙] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
อิตถินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอิตถินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอิตถินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุริสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าปุริสินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 83
ข้อ 400
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชีวิตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าชีวิตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าชีวิตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สุขินทริยมูลี :-
[๔๐๐] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
สุขินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสุขินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสุขินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สุขินทริยมูลี
หน้า 84
ข้อ 400
จักขุนทริยมูละ ทุกขินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทุกขินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าทุกขินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าทุกขินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ทุกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสมนัสสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 85
ข้อ 400
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
โทมนัสสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมุละ อุเปกขินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
อุเปกขินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 86
ข้อ 401
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี :-
[๔๐๑] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
สัทธินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสัทธินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสัทธินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ วิริยินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
วิริยินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าวิริยินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าวิริยินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ วิริยินทริยมูลี
หน้า 87
ข้อ 401
จักขุนทริยมูละ สตินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
สตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สมาธินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
สมาธินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสมาธิด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสมาธินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สมาธินทริยมูลี
หน้า 88
ข้อ 402
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปัญญินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าปัญญินทรีย์, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าปัญญินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี :-
[๔๐๒] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ใช่ไหม ?
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่า อนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ด้วย อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่
ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
หน้า 89
ข้อ 402
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาอินทรีย์มูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์,
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์. ชื่อว่า อัญญาตาอินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 90
ข้อ 403
โสตินทริยมูล
โสตินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๐๓] ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ชื่อว่าโสตะ แต่ไม่ชื่อว่าโสตินทรีย์,
โสตินทรีย์ ชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าโสตินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
โสตินทริยมูละ อัญญาตวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ชื่อว่าโสตะ แต่ไม่ชื่อว่าโสตินทรีย์,
โสตินทรีย์ ชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าโสตินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่า อินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ โสตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โสตินทริยมูล จบ
หน้า 91
ข้อ 404
ฆานินทริย มูล
ฆานินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๐๔] ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
ฆานินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อฆานะ, ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์
จบ ฆานินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 92
ข้อ 405
ชิวหินทริย มูล
ชิวหินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๐๕] ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
ชิวหินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ ชิวหินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ชิวหินทริยมูล จบ
หน้า 93
ข้อ 406
กายินทริยมูล
กายินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
[๔๐๖] ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นกายินทรีย์เสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่ากายะ แต่ไม่
ชื่อว่ากายินทรีย์. กายินทรีย์ชื่อว่ากายะด้วย ชื่อว่ากายินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
กายินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นกายินทรีย์เสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่ากายะ แต่ไม่
ชื่อว่ายินทรีย์, กายินทรีย์ ชื่อว่ากายะด้วย ชื่อว่ากายินทรีย์ด้วย,
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ กายินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
กายินทริยมูล จบ
หน้า 94
ข้อ 407
มนินทริยมูล
มนินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๐๗] ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนอินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
มนินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ มนินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
มนินทริยมูล จบ
หน้า 95
ข้อ 408
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๐๘] ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
อิตถินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วยชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ อิตถินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อิตถินทริยมูลี จบ
หน้า 96
ข้อ 409
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๐๙] ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
ปุริสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ ปุริสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 97
ข้อ 410
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๑๐] ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
ชีวิตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า ชิวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 98
ข้อ 411
สุขินทริยมูล
สุขินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๑๑] ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่าสุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
โทมนัสสินทริยมูล จบ
๑. บาลีท่าน ฯลฯ - เปยยาละข้อความตามลำดับมูละ มูลี.
หน้า 99
ข้อ 411
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา, ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นอุเปกขินทรีย์เสียแล้ว อุเปกขาที่เหลือ ชื่อว่าอุเปกขา แต่ไม่
ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ ชื่อว่าอุเปกขาด้วย ชื่อว่าอุเปก
ขินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย ชื่อว่า จักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
อุเปกขินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่า อุเปกขา ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์, ใช่ไหม ?
เว้นอุเปกขินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ชื่อว่า อุเปกขา
ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์, อุเปกขินทรีย์ ชื่อว่า อุเปกขาด้วย ชื่อว่า
อุเปกขินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์
ด้วย, อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่า อินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์.
จบ อุเปกขินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 100
ข้อ 412
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๑๒] ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าสติ ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ปัญญินทริยมูล จบ
๑. บาลีท่าน ฯลฯ - เปยยาละข้อความตามลำดับมูละ มูลี.
หน้า 101
ข้อ 413
อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล
อนัญญตัญญัสสามีตินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๑๓] ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ ชื่อว่า อนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
อัญญินทริยมูล จบ
๑. บาลีท่าน ฯ ล ฯ - เปยยาละข้อความตามลำดับมูละ มูลี.
หน้า 102
ข้อ 413
อัญญาตาวินทริยมูล
อัญญาตาวินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย ชื่อว่า จักขุนทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่า อินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ๑
อัญญาตาวินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญินทรีย์ ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย ชื่อว่า อัญญินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่า อินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญินทรีย์.
จบ อัญญาตาวินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อัญญาตาวินทริยมูล จบ
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ
๑. บาลีท่าน ฯ ล ฯ - เปยยาละข้อความตามลำดับมูละ มูลี.
หน้า 103
ข้อ 414
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก
น จักขุนทริยมูล
น จักขุนทริยมูละ น โสตินทริยมูลี:-
[๔๑๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น โสตินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น ฆานินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น ฆานินทริยมูลี
หน้า 104
ข้อ 414
น จักขุนทริยมูละ น ชิวหินทริยมูล :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น ชิวหินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น กายินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น กายินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น มนินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 105
ข้อ 415
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น มนินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น อิตถินทริยมูลี :-
[๔๑๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น อิตถินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น ปุริสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น ปุริสินทริยมูลี
หน้า 106
ข้อ 416
น จักขุนทริยมูละ น ชีวิตินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ชีวินตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น ชีวิตินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น สุขุนทริยมูลี :-
[๔๑๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น สุขินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น ทุกขินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 107
ข้อ 416
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น ทุกขินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น โสมนัสสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น โสมนัสสินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น โทมนัสสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น โทมนัสสินทริยมูลี
หน้า 108
ข้อ 417
น จักขุนทริยมูละ น อุเปกขินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น อุเปกขินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น สัทธินทริยมูลี :-
[๔๑๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น สัทธินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น วิริยินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 109
ข้อ 417
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น วิริยินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น สตินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น สตินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ สมาธินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น สมาธินทริยมูลี
หน้า 110
ข้อ 418
น จักขุนทริยมูละ น ปัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
จบ น จักขุนทริยมูละ น ปัญญินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี :-
[๔๑๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ , ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น อัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 111
ข้อ 418
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
จบ น จักขุนทริยมูละ น อัญญินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูลี จบ
หน้า 112
ข้อ 419
น โสตินทริยมูล
น โสตินทริยมูล น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๑๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น โสตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น โสตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น โสตินทริยมูล จบ
หน้า 113
ข้อ 420
น ฆานินทริยมูล
น ฆานินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๐] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น ฆานินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ฆานินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 114
ข้อ 421
น ชิวหินทริยมูล
น ชิวหินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น ชิวหินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ชิวหินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ชิวหินทริยมูล จบ
หน้า 115
ข้อ 422
น กายินทริยมูล
น กายินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายะ, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ๑
น กายินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายะ, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น กวยินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น กายินทริยมูล จบ
๑. บาลีท่าน ฯ ล ฯ - เปยยาละข้อความตามลำดับมูละ มูลี.
หน้า 116
ข้อ 423
น มนินทริยมูล
น มนินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น มนินทริยมูล น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น มนินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น มนินทริยมูลี จบ
หน้า 117
ข้อ 424
น อิตถินทริยมูล
น อิตถินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
อิตถินทรีย์ ไม่ชื่อว่าอิตถี แต่ชื่อว่าอิตถินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่า
อิตถีและอิตถินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ชื่อว่าอิตถีด้วย ไม่ชื่อว่า
อิตถินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น อิตถินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
อิตถินทรีย์ ไม่ชื่อว่าอิตถี แต่ชื่อว่าอิตถินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่า
อิตถีและอิตถินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอิตถีด้วย ไม่ชื่อว่า
อิตถินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
จบ น อิตถินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 118
ข้อ 425
ปุริสินทริยมูล
น ปุริสินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุริสินทรีย์ ไม่ชื่อว่าปุริสะ เเต่ชื่อว่าปุริสินทรีย์, เว้นธรรมที่
ชื่อว่าปุริสะและปุริสินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ชื่อว่าปุริสะด้วย
ไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น ปุริสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุริสินทรีย์ ไม่ชื่อว่าปุริสะ แต่ชื่อว่าปุริสินทรีย์, เว้นธรรมที่
ชื่อว่าปุริสะ และปุริสินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ชื่อว่าปุริสะด้วย
ไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
จบ น ปุริสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 119
ข้อ 426
น ชีวิตินทริยมูล
น ชีวิตินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ, ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น ชีวิตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ, ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ชีวิตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 120
ข้อ 427
น สุขินทริยมูล
น สุขินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น สุขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สุขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น สุขินทริยมูล จบ
หน้า 121
ข้อ 428
น ทุกขินทริยมูล
น ทุกขินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น ทุกขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ทุกขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ทุกขินทริยมูล จบ
หน้า 122
ข้อ 429
น โสมนัสสินทริยมูล
น โสมนัสสินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๒๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสิน-
ทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น โสมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น โสมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 123
ข้อ 430
น โทมนัสสินทริยมูล
น โทมนัสสินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๐] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสิน-
ทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น โทมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทรีย์ :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น โทมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 124
ข้อ 431
น อุเปกขินทริยมูล
น อุเปกขินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์
ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น อุเปกขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อุเปกขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 125
ข้อ 432
น สัทธินทริยมูล
น สัทธินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา, ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น สัทธินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา, ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สัทธินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 126
ข้อ 433
น วิริยินทริยมูล
น วิริยินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
น วิริยินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น วิริยินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น วิริยินทริยมูล จบ
หน้า 127
ข้อ 434
น สตินทริยมูล
น สตินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ, ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น สตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ, ไม่ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น สตินทริยมูล จบ
หน้า 128
ข้อ 435
น สมาธินทริยมูล
น สมาธินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ, ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่
ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น สมาธินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สมาธินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น สมาธินทริยมูล จบ
หน้า 129
ข้อ 436
น ปัญญินทริยมูล
น ปัญญินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่
ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น ปัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา, ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ปัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ปัญญินทริยมูล จบ
หน้า 130
ข้อ 437
อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล
น อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญ-
ญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล จบ
หน้า 131
ข้อ 438
น อัญญินทริยมูล
น อัญญินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่
ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น อัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อัญญินทริยมูล จบ
หน้า 132
ข้อ 439
น อัญญาตาวินทริยมูล
น อัญญาตาวินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี :-
[๔๓๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวิน-
ทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น อัญญาตาวินทริยมูละ น อัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อัญญาตาวินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อัญญาตาวินทริยมูล จบ
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 133
ข้อ 440
สุทธอินทริยวาระ อนุโลม
[๔๔๐] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่าโสตะนั้น
ชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย๑, ธรรมที่เหลือ ชื่อว่าโสตะ แต่ไม่
ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโสตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าโสตินทรีย์.
๑. โสตะที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย
หน้า 134
ข้อ 440
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ฆานินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าฆานินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าฆานินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชิวหินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าชิวหินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าชิวหินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ากายะใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่ากายะนั้น
ชื่อว่ากายะด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ธรรมที่เหลือชื่อว่ากายะ แต่ไม่
ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
กายินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่ากายินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่ากายินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 135
ข้อ 441
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
มนินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่ามนินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่ามนินทรีย์.
[๔๔๑] ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
อิตถินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอิตถินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอิตถินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุริสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าปุริสินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าปุริสินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชีวิตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าชีวินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าชีวิตินทรีย์.
หน้า 136
ข้อ 442
[๔๔๒] ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
สุขินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสุขินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสุขินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทุกขินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าทุกขินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าทุกขินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสมนัสสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 137
ข้อ 443
โทมนัสสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขาใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา
นั้น ชื่อว่าอุเปกขาด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ธรรมที่เหลือชื่อว่าอุเปกขา
แต่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
อุเปกขินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์.
[๔๔๓] ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
สัทธินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสัทธินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสัทธินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 138
ข้อ 443
วิริยินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าวิริยินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าวิริยินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าสติ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
สตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสตินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
สมาธินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสมาธินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปัญญินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าปัญญินทรีย์ด้วย, อินนทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าปัญญินทรีย์.
หน้า 139
ข้อ 444
[๔๔๔] ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ชื่อว่า อินทรีย์
ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ใช่ไหม ?
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย ชื่อว่า
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่า อินทรีย์
แต่ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญินทรีย์ ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย ชื่อว่า อัญญินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่า อินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์
ด้วย. อินทรีย์ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่า อินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า อัญญาตา-
วินทรีย์.
สุทธอินทริยวาระ อนุโลม จบ
หน้า 140
ข้อ 445
สุทธอินทริยวาระ ปัจจนิก
[๔๔๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสตะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า โสตะ
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสตะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า โสตะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าฆานะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ฆานะ
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าฆานะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่า ฆานะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
หน้า 141
ข้อ 445
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าชิวหาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ชิวหา
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าชิวหาและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่า ชิวหาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่ามโนเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า มโน
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่ามโนและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า มโนด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 142
ข้อ 446
[๔๔๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอิตถีเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อิตถี
แต่ชื่อว่า อินทรีย์. เว้นธรรมที่ชื่อว่าอิตถีและอินทรีย์เสียและ ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่า อิตถีด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าปุริสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ปุริสะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าปุริสะและอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ปุริสะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ชีวิตะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะและอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ชีวิตะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 143
ข้อ 447
[๔๔๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสุขะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า สุขะ
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าสุขะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า สุขะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าทุกขะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ทุกขะ
แต่ชื่อว่า อินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าทุกขะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ทุกขะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
โสมนัสสะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะและอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า โสมนัสสะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์
ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 144
ข้อ 448
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
โทมนัสสะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะและ
อินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า โทมนัสสะด้วย ไม่ชื่อว่า
อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อุเปกขา แต่ชื่อว่า อินทรีย์. เว้นธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขาและอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อุเปกขาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์. ไม่ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
[๔๔๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสัทธาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า สัทธา
แต่ชื่อว่าอินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าสัทธาและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่า สัทธาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 145
ข้อ 448
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าวิริยะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า วิริยะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าวิริยะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่า วิริยะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสติเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า สติ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าสติและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่า สติด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสมาธิเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า สมาธิ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าสมาธิและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่า สมาธิด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 146
ข้อ 449
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าปัญญาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ปัญญา แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าปัญญาและอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ปัญญาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
[๔๔๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า
อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ
ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติ แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นอนัญญาตัญญัส-
สามีติและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ
ด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
หน้า 147
ข้อ 449
อัญญะ แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญะและอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อัญญะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวีเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อัญญาตาวี แต่ชื่อว่าอินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวีและอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวีด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์
ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
สุทธอินทริยวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 148
ข้อ 450
สุทธอินทริยมูลจักกวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี :-
[๔๕๐] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโสตินทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ๒๑ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ฆานินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าฆานินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
หน้า 149
ข้อ 450
จักขุนทริยมูละ ชิวหินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชิวหินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าชิวหินทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ชิวหินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ กายินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
กายินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่ากายินทรีย์ อินทรีย์ที่
เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ กายินทริยมูลี
หน้า 150
ข้อ 451
จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
มนินทรีย์ ชึ่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่ามนินทรีย์ด้วย, อินทรีย์ที่
เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี :-
[๔๕๑] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
อิตถินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอิตถินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 151
ข้อ 451
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุริสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าปุริสินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ชีวิตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าชีวิตินทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 152
ข้อ 452
จักขุนทริยมูละ สุขินทริยมูลี :-
[๔๕๒] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
สุขินทรีย์ชื่อว่าอินทรีย์ ด้วยชื่อว่าสุขินทรีย์ด้วย, อินทรีย์ที่
เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า สุขินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สุขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ทุกขินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ทุกขินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ชื่อว่าทุกขินทรีย์, อินทรีย์ที่
เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าทุกขินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ทุกขินทริยมูลี
หน้า 153
ข้อ 452
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
โสมนัสสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล โทมนัสสินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
โทมนัสสินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
หน้า 154
ข้อ 453
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
อุเปกขินทรีย์ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี :-
[๔๕๓] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
สัทธินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสัทธินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสัทธินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 155
ข้อ 453
จักขุนทริยมูละ วิริยินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
วิริยินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าวิริยินทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าวิริยินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ วิริยินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สตินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สตินทรีย์ใช่ไหม ?
สตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์ที่
เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สตินทริยมูลี
หน้า 156
ข้อ 453
จักขุนทริยมูละ สมาธินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
สมาธินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าสมาธินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าสมาธินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ สมาธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปัญญินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ชื่อว่าปัญญินทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าปัญญินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 157
ข้อ 454
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี :-
[๔๕๔] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ใช่ไหม ?
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ด้วย, อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุนทรีย์, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
หน้า 158
ข้อ 454
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 159
ข้อ 455
โสตินทริยมูล
โสตินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๕๕] ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่าโสตะนั้น
ชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ธรรมที่เหลือ ชื่อว่าโสตะ แต่ไม่ชื่อ
ว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
โสตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่าโสตะนั้น
ชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ธรรมที่เหลือ ชื่อว่าโสตะ แต่ไม่
ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์
ด้วย อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ โสตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โสตินทริยมูล จบ
หน้า 160
ข้อ 456
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๕๖] ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์ที่
เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
ฆานินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ และไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ ฆานินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 161
ข้อ 457
ชิวหินทริยมูล
ชิวหินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๕๗] ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์.
ฯ ล ฯ
ชิวหินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ ชิวหินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ชิวหินทริยมูล จบ
หน้า 162
ข้อ 458
กายินทริยมูล
กายินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี :-
[๔๕๘] ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่ากายะใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่ากายะนั้น
ชื่อว่ากายะด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, กายะที่เหลือ ชื่อว่ากายะ แต่ไม่
ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ฯ ล ฯ
ฯ ล ฯ
กายินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี :-
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่ากายะใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่ากายะนั้น
ชื่อว่ากายะด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, กายะที่เหลือ ชื่อว่ากายะ แต่ไม่
ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์
ด้วย, อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ กายินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
กายินทริยมูล จบ
หน้า 163
ข้อ 459
มนินทริยมูล
มนินทริยมูละ จักขุนทริยมูล:-
[๔๕๙] ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์ที่
เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
มนินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ มนินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
มนินทริยมูล จบ
หน้า 164
ข้อ 460
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
[๔๖๐] ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี, ชื่อว่าอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
อิตถินทริยมูล อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถิน, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ อิตถินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 165
ข้อ 461
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
[๔๖๑] ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
ปุริสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์. ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์
ด้วย, อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ ปุริสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 166
ข้อ 462
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
[๔๖๒] ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
ชีวิตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 167
ข้อ 463
สุขินทริยมูล
สุขินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
[๔๖๓] ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
สุขินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ สุขินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี
สุขินทริยมูล จบ
หน้า 168
ข้อ 463
ทุกขินทริยมูล
ทุกขินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
โสมนัสสินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
โทมนัสสินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
ปัญญินทริยมูล จบ
หน้า 169
ข้อ 463
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
อุเปกขาใด ชื่อว่าอินทรีย์ อุเปกขานั้น ชื่อว่าอุเปกขาด้วย
ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, ธรรมที่เหลือ ชื่อว่าอุเปกขา แต่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์. ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ก็ใช่ ชื่อว่าจักขุนทรีย์ก็ใช่, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
อุเปกขินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขาใด ชื่อว่าอินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา
นั้น ชื่อว่าอุเปกขาด้วย ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย, อุเปกขาที่เหลือ ชื่อว่า
อุเปกขา แต่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
จบ อุเปกขินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 170
ข้อ 464
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ฯลฯ ปัญญินทริยมูลี:-
[๔๖๔] ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
ธรรมที่ชื่อว่าสติ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ฯลฯ ปัญญินทริยมูลี
สุขินทริยมูล จบ
หน้า 171
ข้อ 465
อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๔๖๕] ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ ชื่อว่า อินทรีย์
ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
อัญญินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
อัญญินทริยมูละ อัญญาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ด้วย,
อินทรีย์ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์.
หน้า 172
ข้อ 465
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จักขุนทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าจักขุนทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์.
ฯลฯ
อัญญาตาวินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
อัญญินทรีย์ ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ชื่อว่าอัญญินทรีย์ด้วย, อินทรีย์
ที่เหลือ ชื่อว่าอินทรีย์ แต่ไม่ชื่อว่าอัญญินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูละ ฯลฯ อัญญินทริยมูลี
สุทธอินทริยมูลจักกวาระ อนุโลม จบ
หน้า 173
ข้อ 466
สุทธอินทริยมูลจักกวาระ ปัจจนิก
น จักขุนทริยมูล
น จักขุนทริยมูละ น โสตินทริยมูลี:-
[๔๖๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยมูละ น โสตินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูละ น ฆานินทริยมูลี:-
ธรรมทีไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
หน้า 174
ข้อ 466
น จักขุนทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าจักขุและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าจักขุด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น จักขุนทริยามูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 175
ข้อ 467
น โสตินทริยมูล
น โสตินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๖๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสตะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าโสตะ
ชื่อว่าอินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสตะและอินทรีย์เสียแล้ว. ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าโสตะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น โสตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสตะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าโสตะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสตะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าโสตะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรียด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น โสตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น โสตินทริยมูล จบ
หน้า 176
ข้อ 468
น ฆานินทริยมูล
น ฆานินทริยมูละ น จักขุนทรินมูลี:-
[๔๖๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าฆานะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าฆานะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าฆานะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าฆานะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อใช่อินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น ฆานินิทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าฆานะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ฆานะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าฆานะและอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าฆานะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ฆานินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 177
ข้อ 469
น ชิวหินทริยมูล
น ชิวหินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๖๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อ อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าชิวหาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ชิวหา แต่ชื่อว่า อินทรีย์. เว้นธรรมที่ชื่อว่าชิวหาและอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ชิวหาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น ชิวหินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าชิวหาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ชิวหา
แต่ชื่อว่า อินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่าชิวหาและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ชิวหาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ชิวหินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ชิวหินทริยมูล จบ
หน้า 178
ข้อ 470
น กายินทริยมูล
น กายินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๐] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไห ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น กายินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น กาวยินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น กายินทริยมูล จบ
หน้า 179
ข้อ 471
น มนินทริยมูล
น มนินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่ามโนเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า มโน
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่ามโนและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า มโนด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น มนินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่ามโนเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า มโน
แต่ชื่อว่า อินทรีย์ เว้นธรรมที่ชื่อว่ามโนและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า มโนด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์. ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น มนินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น มนินทริยมูล จบ
หน้า 180
ข้อ 472
น อิตถินทริยมูล
น อิตถินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอิตถีเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อิตถี
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าอิตถีกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อิตถีด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น อิตถินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอิตถี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอิตถีเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อิตถี
แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าอิตถีกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อิตถีด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อิตถินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 181
ข้อ 473
ปุริสินทริยมูล
น ปุริสินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าปุริสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ปุริสะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าปุริสะกับอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ปุริสะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น ปุริสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปุริสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าปุริสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ปุริสะ
แต่ชื่อว่า อินทรีย์ และเว้นธรรมที่ชื่อว่าปุริสะกับอินทรีย์เสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ปุริสะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ปุริสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 182
ข้อ 474
น ชีวินทริยมูล
น ชีวิตินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าชีวิตะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าชีวิตะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น ชีวิตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชีวิตะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าชีวิตะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์ และเว้นธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าชีวิตะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ชีวิตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 183
ข้อ 475
น สุขินทริยมูล
สุขินทริยมูละ จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสุขะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสุขะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าสุขะกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสุขะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น สุขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสุขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ว่าสุขะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสุขะ แต่
ชื่อว่าอินทรีย์เว้นธรรมที่ชื่อว่าสุขะและอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ
ไม่ชื่อว่าสุขะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สุขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น สุขินทริยมูล จบ
หน้า 184
ข้อ 476
น ทุกขินทริยมูล
น ทุกขินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าทุกขะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าทุกขะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าทุกขะกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าทุกข์ด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนอินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น ทุกขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าทุกขะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ว่าทุกขะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าทุกข์
แต่ชื่อว่าอินทรีย์ และเว้นธรรมที่ชื่อว่าทุกขะกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าทุกขะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ทุกขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ทุกขินทริยมูล จบ
หน้า 185
ข้อ 477
น โสมนัสสินทริยมูล
น โสมนัสสินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์
ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
โสมนัสสะ แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะกับ
อินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะด้วย ไม่ชื่อว่า
อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น โสมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
โสมนัสสะ แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะกับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าโสมนัสสะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น โสมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 186
ข้อ 478
น โทมนัสสินทริยมูล
น โสมนัสสินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์
ใช่ไหม ?
ใช่.
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
โทมนัสสะ ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะกับ
อินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะด้วย ไม่ชื่อว่า
อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
น โทมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
โทมนัสสะ แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะกับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือที่ไม่ชื่อว่าโทมนัสสะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ชื่อไม่ว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น โทมนัสสินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 187
ข้อ 479
น อุเปกขินทริยมูล
น อุเปกขินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๗๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อุเปกขา แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขากับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอุเปกขาด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น อุเปกขาอินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ไม่ชื่อว่าอุเปกขาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อุเปกขา แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขากับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอุเปกขาด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อุเปกขินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมุลี
น อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 188
ข้อ 480
น สัทธินทริยมูล
น สัทธินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๘๐] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสัทธาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสัทธา
แต่ชื่อว่าอินทรีย์ และเว้นธรรมที่ชื่อว่าสัทธากับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสัทธาด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น สัทธินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัทธา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสัทธาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสัทธา
แต่ชื่อว่าอินทรีย์. และเว้นธรรมที่ชื่อว่าสัทธากับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสัทธาด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สัทธินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 189
ข้อ 481
น วิริยินทริยมูล
น วิริยินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๘๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าวิริยะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าวิริยะ
ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าวิริยะกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือไม่ชื่อว่าวิริยะด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น วิริยินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิริยะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าวิริยินเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าวิริยะ
แต่ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าวิริยะกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรม
ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมทีไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น วิริยินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น วิริยินทริยมูล จบ
หน้า 190
ข้อ 482
น สตินทริยมูล
น สตินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๘๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่า, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสติเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสติ เเต่
ชื่อว่าอินทรีย์ และเว้นธรรมที่ชื่อว่าสติกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือ ไม่ชื่อว่าสติด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น สตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสติ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสติเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่าสติ แต่
ชื่อว่าอินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าสติกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่
เหลือไม่ชื่อว่าสติด้วย ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น สตินทริยมูล จบ
หน้า 191
ข้อ 483
สมาธินทริยมูล
น สมาธินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๘๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสมาธิเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
สมาธิ แต่ชื่อว่า อินทรีย์ และเว้นธรรมที่ชื่อว่าสมาธิกับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า สมาธิด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น สมาธินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสมาธิ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าสมาธิเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
สมาธิ แต่ชื่อว่า อินทรีย์ และเว้นธรรมที่ชื่อว่าสมาธิกับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า สมาธิด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น สมาธินทริยมูละ น อัญญตาวินทริยมูลี
น สมาธินทริยมูล จบ
หน้า 192
ข้อ 484
น ปัญญินทริยมูล
น ปัญญินทริยมูละ น จันขุนทริยมูลี:-
[๔๘๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าปัญญาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ปัญญา แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าปัญญากับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า ปัญญาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น ปัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าปัญญา, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าปัญญาเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
ปัญญา แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าปัญญากับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่าปัญญาด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น ปัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น ปัญญินทริยมูล จบ
หน้า 193
ข้อ 485
น อันญาตัญญัสสามิตินทริยมูล
น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๘๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ ไม่ชื่อว่า
อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ
ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรม
ที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติกับอินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่
ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์
ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ
ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่า
อนัญญาตัญญัสสามีติกับอินทรีย์เสียแล้ว ไม่ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติ
ด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อนัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อนัญญาตัญญัสสามิตินทริยมูล จบ
หน้า 194
ข้อ 486
น อัญญินทริยมูล
น อัญญินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๘๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อัญญะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญะกับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อัญญะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น อัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญะ, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญะเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อัญญะ แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญะกับอินทรีย์
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อัญญะด้วย ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อัญญินทริยมูละ น อัญญาตาวินทริยมูลี
น อัญญินทริยมูล จบ
หน้า 195
ข้อ 487
น อัญญาตาวินทริยมูละ น จักขุนทริยมูลี:-
[๔๘๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวีเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อัญญาตาวี แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวีกับ
อินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวีด้วย ไม่ชื่อว่า
อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯลฯ
น อัญญาตาวินทริยมูละ น อัญญินทริยมูลี:-
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอัญญาตาวี, ไม่ชื่อว่า อินทรีย์ ใช่ไหม ?
เว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวีเสียแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ ไม่ชื่อว่า
อัญญาตาวี แต่ชื่อว่า อินทรีย์, และเว้นธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวีกับ
อินทรีย์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ชื่อว่า อัญญาตาวีด้วย ไม่ชื่อว่า
อินทรีย์ด้วย.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ น อัญญาตาวินทริยมูละ น อัญญินทริยมูลี
น อัญญาตาวินทริยมูล จบ
ปัณณัตติวารนิทเทศ จบ
หน้า 196
ข้อ 488
ปวัตติวาระ
ปัจจุปันน ปุคคลวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๔๘๘] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด. โสตินทรีย์ ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่โสตะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่๑ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และมีโสตะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิด และโสตินทรีย์ ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าโสตินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
๑. เป็น "อนาทรกิริยาพากยางค์" แปลว่า-เมื่อบุคคลผู้มีจักขุสามารถจะเกิดได้
แต่โสตะไม่สามารถจะเกิดได้นั้น กำลังเกิดอยู่. จักขุนทรีย์กำลังเกิด แต่โส-
ตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด. คือจักขุเกิด แต่โสตะเกิดอยู่, ทุกข้อพึงทราบโดย
อนุวัตรตามนัยนี้แล.
หน้า 197
ข้อ 489
บุคคลที่มีโสตะเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่, โสติน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลที่มีโสตะเกิดได้และมีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่, โสติน-
ทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๔๘๙] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด ฆานินทรีย์ ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และฆานะเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด ก็บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าฆานินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด. จักขุนทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
หน้า 198
ข้อ 490
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น. บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และมีจักขุเกิดได้ กำลังเกิด
อยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๔๙๐] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และมีอิตถีภาวะเกิดได้ กำลัง
เกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่าอิตถินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
หน้า 199
ข้อ 491
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และมีจักขุเกิดได้ กำลังเกิด
อยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๔๙๑] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้และมีปุริสภาวะเกิดได้ กำลัง
เกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ ปุริ-
สินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
หน้า 200
ข้อ 492
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และมีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๔๙๒] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 201
ข้อ 493, 494
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๔๙๓] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด โสมนัสสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่เว้นโสตะ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น. บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ มีโสมนัสสะเกิดได้ กำลังเกิดอยู่
จักขุนทรีย์กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๔๙๔] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด อุเปกขินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 202
ข้อ 495
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขา กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด. จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ และมีจักขุเกิดได้ กำลังเกิด
อยู่ อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๔๙๕] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 203
ข้อ 496
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกบุคคล กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้ และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด
แก่สัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่า สัทธินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่ก็บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นสเหตุกะ แต่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ สัทธิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลที่เป็นสเหตุกะ และมีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่
สัทธินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๔๙๖] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
หน้า 204
ข้อ 497
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังเกิดอยู่
จักขุนทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุต ที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุต ที่มีจักขุเกิดได้ กำลัง
เกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด ก็บุคคลเหล่า
นั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๔๙๗] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 205
ข้อ 497
บุคคลที่มีจิต๑เกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น. บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์กำลังเกิด และ
จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล๒ จบ
๑. จิต-มโน.
๒. จักขุนทริยมูลมี ๑๐ มูลี ตามพระบาลี.
หน้า 206
ข้อ 498
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๔๙๘] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฐานะเกิดได้ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และอิตถีภาวะเกิดได้ กำลัง
เกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่าอิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และมีฆานะเกิดได้, อิตถิน-
ทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 207
ข้อ 499
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๔๙๙] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และปุริสภาวะเกิดได้ กำลัง
เกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่าปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
ก็บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่,
ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และมีฆานะเกิดได้,
ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 208
ข้อ 500, 501
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๐๐] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าชีวิตินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ กำกำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ กําลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๐๑] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 209
ข้อ 502
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
นั้น. บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และมีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสมนัสสะ แต่ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลมีโสมนัสสะ และมีฆานะเกิดได้ กำลังเกิดอยู่
โทมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๐๒] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 210
ข้อ 503
บุคคลมีฆานะเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขา กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลมีฆานะเกิดได้ มีอุเปกขา กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม.
บุคคลมีอุเปกขา แต่ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลมีอุเปกขา และมีฆานะเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กําลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๐๓] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด สัทธินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่, ฆานิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
หน้า 211
ข้อ 504
เหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และเป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, สเหตุกบุคคล และมีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่, สัทธินทรีย์กำลัง
เกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๐๔] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังเกิดอยู่ ฆานิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
หน้า 212
ข้อ 505
เหล่านั้น. บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และเป็นญาณวิปปยุตกำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ติเหตุกบุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ติเหตุบุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลังเกิดและ
ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๐๕] ฆานินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 213
ข้อ 505
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่, มนินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่, มนินทรีย์กำลังเกิด และฆานิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 214
ข้อ 506, 507
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๕๐๖] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๐๗] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด ? อิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่. ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มี
หน้า 215
ข้อ 508
อิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิด๑อยู่, ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทรีย์ก็
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๐๘] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และมีโสมนัสสะ กำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีโสมนัสสะ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น. บุคคลมีโสมนัสสะ และมีอิตถีภาวะเกิดได้
๑. เมื่อบุคคลที่เป็นหญิง กำลังเกิดอยู่, เพราะกิริยาเป็นอิตถีลิงค์ และสัพพนาม
ในบทหลังก็เป็นอิตถีลิงค์, แต่ที่แปลไว้ก็อนุวัตรตามวาระ คือ ปุคคลวาระ
เท่านั้น.
หน้า 216
ข้อ 509
กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๐๙] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะและมีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขา แต่อิตถีภาวะเกิด ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขิน
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลที่มีอุเปกขาและมีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 217
ข้อ 510
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๑๐] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ เเต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และเป็นสเหตุกบุคคลกำลัง
เกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลใด อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่, สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, สเหตุกบุคคลและมีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์กำลัง
เกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 218
ข้อ 511
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๑๑] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่เป็นทวิเหตุกบุคคล๑กำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และเป็นติเหตุกบุคคล
กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ติเหตุกบุคคล แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, ติเหตุกบุคคล และมีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์
กำลังเกิด และอินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
๑. บาลีว่า - ฌานวิปฺปยุตฺตานํ - ไม่ประกอบด้วยปัญญา แต่แปลว่า ทวิเหตุกบุคคล
เพราะประสงค์จะให้คู่กับ ฌาณสมฺปยุตฺตานํ - ประกอบด้วยปัญญา อันหมายถึง
ติเหตุกบุคคล.
หน้า 219
ข้อ 512
อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๑๒] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ มนิน-
ทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถินทรีย์เกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์กำลังเกิด
และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 220
ข้อ 513
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๑๓] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และปุริสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 221
ข้อ 514
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๑๔] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด. โสมนัสสนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และมีโสมนัสสะกำลังเกิด
อยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสมนัสสะ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีโสมนัสสะ และมีปุริสภาวะเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 222
ข้อ 515
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๑๕] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใด อุเปกขินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มี่ปุริสภาวะเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และมีอุเปกขากำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขา แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขิน-
ทรีย์กำลังเกิดอยู่บุคคล เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น. บุคคลที่มีอุเปกขาและมีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขิน-
ทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 223
ข้อ 516
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๑๖] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และเป็นสเหตุกบุคคลกำลัง
เกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ สัทธิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น. สเหตุกบุคคล และมีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 224
ข้อ 517
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๑๗] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และเป็นญาณสัมปยุตกำลัง
เกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ติเหตุกบุคคล แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น. ติเหตุกบุคคลและมีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลัง
เกิดเเละปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 225
ข้อ 518
ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๑๘] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ มนิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 226
ข้อ 519
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๑๙] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเว้นโสมนัสสะเสียแล้ว กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ที่เป็นโสมนัสสวิปปยุต ในปวัติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
บุคคลมีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นโสมนัสส-
สัมปยุตก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 227
ข้อ 520
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๒๐] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเว้นอุเปกขาเสียแล้วกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตที่เป็นอุเปกขาวิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลมี
อุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตใน
ปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 228
ข้อ 521
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๒๑] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธา-
วิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, สเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 229
ข้อ 522
ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๒๒] ชิวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่
เป็นญาณวิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัม-
ปยุตกำลังเกิดอยู่ก็ดีในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นญาณสัมปยุตในปวัตติ-
กาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 230
ข้อ 523
ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๒๓] ชีวิตินทรีย์กําลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่, ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจิต
เกิดได้กําลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ จบ
หน้า 231
ข้อ 524, 525
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๒๔] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็กําลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรอว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๒๕] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 232
ข้อ 525
บุคคลที่มีโสมนัสสะ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตและเป็นสัทธาวิปปยุตในปวัต-
ติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลมีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตและที่เป็นสัทธาสัมปยุตใน
ปวัตติกาลก็ดี, โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล เว้นโสมนัสสะเสียแล้วกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุตและที่เป็นโสมนัสสวิปยุตในปวัตติกาล
ก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ที่เป็นสัทธาสัมปยุตและโสมนัสสัมปยุตในปวัตติ-
กาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 233
ข้อ 526
โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๒๖] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสมนัสสะ แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งจิตเป็นโสมนัสสสัมปยุตและที่เป็นญาณวิปปยุตใน
ปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีโสมนัสสะ และเป็น
ญาณสัมปยุตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นโสมนัสสสัม-
ปยุตและเป็นญาณสัมปยุตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด
และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต แต่เว้นโสมนัสสะเสียแล้วกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นญาณสัมปยุตแต่โสมนัสสวิปป-
ยุตก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุต และมีโสมนัสสะ
หน้า 234
ข้อ 527
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นญาณสัมปยุตและที่เป็น
โสมนัสสสัมปยุตในปวัตติกาลก็ดี, ปัญญินทรีย์กำลังเกิดและโสมนัส-
สินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๒๗] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่พอดี ในอุป-
ปาทขณะแห่งจิตที่เป็นโสมนัสสวิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปาทขณะแห่งจิตที่เป็น
หน้า 235
ข้อ 527
โสมนัสสสัมปยุตในปวัตติกาล มนินทรีย์กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็
กำลังเกิด แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 236
ข้อ 528
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๒๘] อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็กําลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขา แต่เป็นอเหตุกบุคคล กำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต แต่เป็นสัทธาวิปปยุตใน
ปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอุเปกขาและเป็นสเหตุก
บุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต และ
ที่เป็นสัทธาสัมปยุตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และ
สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุต และที่เป็นอุเปกขาวิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี
หน้า 237
ข้อ 529
สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, สเหตุกบุคคล และมีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุตและอุเปกขาสัมปยุตในปวัตติกาล
ก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริมูลี:-
[๕๒๙] อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด ปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อุเปกขา แต่เป็นญาณวิปปยุต กำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต แต่เป็นญาณวิปปยุตในปวัตติ-
กาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลมีอุเปกขาและเป็นญาณสัมปยุต
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตและญาณ-
สัมปยุตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 238
ข้อ 530
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุต แต่เว้นอุเปกขา กำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นญาณสัมปยุต แต่เป็นอุเปกขาวิปปยุตในปวัตติ-
กาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตและที่เป็นอุเปกขา
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นญาณสัมปยุตและที่เป็น
อุเปกขาสัมปยุตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิด แต่อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๓๐] อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็
กําลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 239
ข้อ 530
ก็หรือว่า มนินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตที่เป็นอุเปกขาวิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นอุเปกขา-
สัมปยุตก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 240
ข้อ 531
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๓๑] สัทธินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล แต่เป็นญาณวิปปยุต กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุป-
ปาทขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุต และที่เป็นญาณวิปปยุตในปวัตติกาล
ก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, สเหตุกบุคคล ที่เป็นญาณสัมปยุต กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุต และที่เป็นญาณสัมปยุต
ในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 241
ข้อ 532
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๓๒] สัทธินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็
กําลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกะ กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุป-
ปาทขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาวิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
สเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุต
ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 242
ข้อ 533
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๓๓] ปัญญินทรีย์ กำลัง เกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุต กำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นญาณวิปปยุตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลัง
เกิดแก่ก็บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็น
ญาณในสัมปยุตในปวัตติกาล มนินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันน ปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 243
ข้อ 534, 535
ปัจจุปันน โอกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตตินทริยมูลี:-
[๕๓๔] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, โสตินทรีย์ ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๕๓๕] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
หน้า 244
ข้อ 536, 537
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๕๓๖] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๓๗] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 245
ข้อ 538
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดในภูมิ
นั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ ชีวิ-
ตินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๓๘] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 246
ข้อ 539, 540
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๓๙] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และ
จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขิทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๕๔๐] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 247
ข้อ 540
ก็หรือว่า มนินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ มนินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น. ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์กำลังเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 248
ข้อ 541, 542
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๕๔๑] จักขุนทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมิ, ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๔๒] ฆานินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 249
ข้อ 543, 544
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
ในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ
ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๔๓] ฆานินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์กำลัง
เกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๔๔ ] ฆานินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 250
ข้อ 545
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด
ในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ
อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๕๔๕] ฆานินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิดในภูมิ
นั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ มนิน-
ทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูล
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 251
ข้อ 546
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๕๔๖] อิตถินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่. ฯลฯ
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 252
ข้อ 547, 548
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๔๗] ปุริสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
ในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ
ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๔๘] ปุริสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 253
ข้อ 549
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์
กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กําลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๔๙] ปุริสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด
ในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ
อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 254
ข้อ 550
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๕๕๐] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็กำลังเกดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิดในภูมิ
นั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์
กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 255
ข้อ 551, 552
ชีวิตนทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๕๑] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๕๕๒] ชีวิตินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 256
ข้อ 552
ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ กำลังเกิดในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 257
ข้อ 553
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสันทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๕๕๓] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย
ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 258
ข้อ 554
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๕๕๔] อุเปกขินทรีย์ กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์ก็กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 259
ข้อ 555, 556
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๕๕] สัทธินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๕๖] สัทธินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, มนินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 260
ข้อ 556
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 261
ข้อ 557
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๕๗] สัทธินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, มนินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันน โอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 262
ข้อ 558
ปัจจุปันน ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ สตินทริยมูลี:-
[๕๕๘] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่โสตะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลมีจักขุเกิดได้ และมีโสตะเกิดได้ กำลัง
เกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่าโสตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสตะเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
โสตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีโสตะเกิดได้ และมี
หน้า 263
ข้อ 559
จักขุเกิดได้ กำลังเกิด โสตินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๕๕๙] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังเกดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น และฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และที่มีฆานะเกิดได้
กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่จักขุนทรีย์เกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และที่มี
หน้า 264
ข้อ 560
จักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๕๖๐] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และที่มีอิตถีภาวะ
เกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีวาระเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และ
หน้า 265
ข้อ 561
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๕๖๑] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และที่มีปุริสภาวะเกิด
ได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
หน้า 266
ข้อ 562
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และที่มีจักขุ
เกิดได้กำลังเกิด ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๖๒] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น. บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และ
จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 267
ข้อ 563, 564
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๖๓] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลจะที่มีจักขุเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และมีโสมนัสสะ
กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๖๔] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 268
ข้อ 565
บุคคลที่มีจักชุเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และมีอุเปกขากำลัง
เกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขา แต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีอุเปกขา และมีจักขุเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๖๕] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 269
ข้อ 566
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และเป็นสเหตุก-
บุคคลกำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล แต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, สเหตุกบุคคล และมีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธิน
ทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๖๖] จักขุนทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 270
ข้อ 567
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ และเป็น
ญาณสัมปยุตกำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กําลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตจิต แต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุต และมี
จักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๖๗] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 271
ข้อ 567
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 272
ข้อ 568
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๕๖๘] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และอิตถี
ภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และมีฆานะ
เกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 273
ข้อ 569
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๕๖๙] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และ
ปุริสภาวะก็เกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และ
มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 274
ข้อ 570, 571
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๗๐] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่, ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๗๑] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 275
ข้อ 572
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ฆานิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และมี
โสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้
และมีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และฆานิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๗๒] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 276
ข้อ 573
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ ฆานิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และมีอุเปกขา
เกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีอุเปกขาเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลมีอุเปกขาเกิดได้และมีฆานะ
เกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๗๓] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 277
ข้อ 574
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ ฆา-
นินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้และเป็นสเหตุก
บุคคลกำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, สเหตุกบุคคล และมีฆานะเกิดได้กำลังเกิด
อยู่ สัทธินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัมธิทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๗๔] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 278
ข้อ 575
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ และ
เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และปัญญิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต และ
มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๗๕] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 279
ข้อ 575
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 280
ข้อ 576, 577
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๕๗๖] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๗๗] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 281
ข้อ 578
ก็หรือว่าชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
กําลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๕๗๘] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ อิต-
ถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และ
มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็กำลังเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 282
ข้อ 579
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสมนัสสะ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลมีโสมนัสสะ และมีอิตถีภาวะ
เกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๗๙] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และมี
อุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่, อิตถินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 283
ข้อ 580
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ และ
อิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๘๐] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และ
เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 284
ข้อ 581
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นสเหตุกะ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็นสเหตุกะ และมีอิตถี-
ภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์กำลังเกิด และอิตถีภาวะก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๘๑] อิตถินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ และ
เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 285
ข้อ 582
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต และ
มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๘๒] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ มนิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
หน้า 286
ข้อ 582
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีจิตเกิดได้ และมีอิตถีภาวะเกิดได้
กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 287
ข้อ 583, 584
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๕๘๓] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กําลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริย์มูลี:-
[๕๘๔] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 288
ข้อ 585
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และมี
โสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิดและโสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้
และมีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๘๕] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 289
ข้อ 586
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และมี
อุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ และ
ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๘๖] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 290
ข้อ 587
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และ
เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, สเหตุกบุคคล และมีปุริสภาวะเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ สัทธินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๘๗] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแล่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 291
ข้อ 588
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้ และ
เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิตและ
ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๘๘] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 292
ข้อ 588
ใช่.
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ แต่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ มนิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
มนินทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 293
ข้อ 589
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[ ๕๘๙] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะเสียแล้วก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสส-
วิปปยุตจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสส-
สัมปยุตจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 294
ข้อ 590, 591
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๙๐] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเว้นอุเปกขาเสียแล้วกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลมีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขา
สัมปยุตจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมนั้น.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในะภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๙๑] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 295
ข้อ 592
อเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุต-
จิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, สเหตุกบุคคล
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิตในปวัตติกาลก็ดี
ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๙๒] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกําลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งญาณวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
หน้า 296
ข้อ 593
นั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
ญาณสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๙๓] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น
หน้า 297
ข้อ 593
ก็หรือว่ามนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูลจบ
หน้า 298
ข้อ 594, 595
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๕๙๔] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่าอุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๙๕] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิต แต่เป็นสัทธาวิปปยุต
จิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
หน้า 299
ข้อ 596
แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. บุคคลมี
โสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตจิต
และสัทธาสัมปยุตจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดและ
สัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคลเว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาสัมปยุตจิต แต่เป็นโสมนัสสวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิต และโสมนัสสสัมปยุตจิต ใน
ปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๙๖] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 300
ข้อ 596
บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิต แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลแหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
โสมนัสสะเกิดได้ และเป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตตจิต และเป็นญาณสัมปยุตตจิต ในปวัตติ-
กาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตแต่เป็นโสมนัสสวิปยุตตจิต ใน
ปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่
เป็นญาณสัมปยุตตจิต และมีโสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุป-
ปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตและโสมนัสสสัมปยุตตจิต ในปวัตติกาล
ก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 301
ข้อ 597
โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๕๙๗] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น. ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งโสมนัสสัมปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด และ
โสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 302
ข้อ 598
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๕๙๘] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิต และสัทธาวิปปยุตตจิต ใน
ปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอุเปก-
ขาและสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะเเห่งอุเปกขาสัมป-
ยุตตจิต และสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทริย์กำลังเกิด
และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคลเว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาสัมปยุตตจิต และอุเปกขาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, สเหตุกบุคคลที่อุเปกขาเกิดได้กำลัง
หน้า 303
ข้อ 599
เกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิต และอุเปกขาสัมป-
ยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๕๙๙] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิต และญาณวิปปยุตตจิต ใน
ปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
อุเปกขาและเป็นญาณสัมปยุตตจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แต่อุเปกขาสัมปยุตตจิตและญาณสัมปยุตตจิต อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด
และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 304
ข้อ 600
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิตเว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิต และอุเปกขาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล
ก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตต
จิตและอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตต-
จิตและอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๐๐] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 305
ข้อ 600
บุคคลที่มีจิตเกิดได้เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาสัมปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 306
ข้อ 601
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๐๑] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิต และญาณวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี
สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น สเหตุกบุคคลที่เป็นญาณสัมป-
ยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิต และญาณ
สัมปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์กำลังเกิด แก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 307
ข้อ 602
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๐๒] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ และอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น สเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาสัมปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด และสัทธิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 308
ข้อ 603
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๐๓] ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจิตเกิดได้ ที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิต ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด
และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันน ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 309
ข้อ 604
ปัจจุปันน ปุคคลวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๖๐๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีโสตะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุและโสตะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่โสตะเกิดไม่ได้ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสตินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
หน้า 310
ข้อ 605
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่โสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๖๐๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุและฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
หน้า 311
ข้อ 606
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๖๐๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุและอิตถีภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 312
ข้อ 607
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะและจักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๐๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุและปุริสภาวะเกิด
ไม่ได้กําลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 313
ข้อ 608
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะและจักขุเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๐๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมด
กำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 314
ข้อ 609
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๐๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้เว้นโสมนัสสะ
กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 315
ข้อ 610
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๑๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
เว้นอุเปกขากําลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น. บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้เว้นอุเปกขา
กำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 316
ข้อ 611
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๑๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ และเป็น
อเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นอเหตุกะ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็นอเหตุกะ และจักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 317
ข้อ 612
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมุลี:-
[๖๑๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
คนที่มีจักขุเกิดไม่ได้ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
และเป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต
และจักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 318
ข้อ 613
จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๑๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 319
ข้อ 614
ฆานินทริยมูล
ฆานินทรยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๖๑๔] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด อิตถินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
และอิตถีภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้
และฆานะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 320
ข้อ 615
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูล:-
[๖๑๕] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด ปุริสินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
และปุริสภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริ-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
และฆานะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 321
ข้อ 616, 617
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๑๖] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
ทั้งหมดกำลังตาย ฆานินทริย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๑๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 322
ข้อ 618
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ และ
เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิด และ
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ
และฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๑๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 323
ข้อ 618
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ และ
เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้นอุเปกขา และฆานะ
เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 324
ข้อ 619
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๑๙] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ ฆา-
นินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคล แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี อเหตุกบุคคล และฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 325
ข้อ 620
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๒๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีฆานะเกิดไม่ได้ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
และเป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลัดเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็นญาณวิป-
ปยุตตจิต และที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 326
ข้อ 621
ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๒๑] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
จบ ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 327
ข้อ 622
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๒๒] อิตถินทรีย์ไม่ไช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดเเก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลทั้ง
หมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ และไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่
ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลทั้ง
หมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีปุริสภาวะ และไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิด
อยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 328
ข้อ 623, 624
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๒๓] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้ง
หมดกำลังตาย อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๒๔] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 329
ข้อ 625
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ แต่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ เว้น
โสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ และไม่มี
อิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๒๕] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 330
ข้อ 626
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ แต่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ สละเว้นอุเปกขา
กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้นอุเปกขา และไม่มีอิตถี -
ภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๒๖] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 331
ข้อ 627
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ อิต-
ถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ
และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคล แต่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี อเหตุกบุคคลและไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่
ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๒๗] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 332
ข้อ 628
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ และ
เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต
และไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๒๘] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 333
ข้อ 628
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
จบ อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 334
ข้อ 629
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๒๙] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
ทั้งหมดกำลังตาย ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 335
ข้อ 630
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๓๐] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่โสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะ
เกิดไม่ได้ และเว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โส-
มนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ
และปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 336
ข้อ 631
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๓๑] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่อุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริ-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
และเว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้นอุเปกขา และ
ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 337
ข้อ 632
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๓๒] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิด
ไม่ได้ และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคล แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี อเหตุกบุคคลและปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 338
ข้อ 633
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๓๓] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ได้กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิด
ไม่ได้ และเป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลได, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็นญาณวิปป-
ยุตตจิต และไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปัญญินทรีรย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
หน้า 339
ข้อ 634
ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๓๔] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 340
ข้อ 635
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๓๕] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่
ปราศจากโสมนัสสะในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้ง
หมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่กําลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 341
ข้อ 636, 637
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๓๖] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่
ปราศจากอุเปกขาในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมด
กำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด เเละชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๓๗] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 342
ข้อ 638
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุต-
จิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๓๘] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 343
ข้อ 639
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งญาณวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้ง
หมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
ชีวิติทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๓๙] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ไม่มีจิตกำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลัง
หน้า 344
ข้อ 639
ตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 345
ข้อ 640
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๔๐] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังค-
ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปป-
ยุตตจิตและอุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
อสัญญสัตตบุคคลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ใน
ภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปป-
หน้า 346
ข้อ 641
ยุตตจิตและโสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
อสัญญสัตตบุคคลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๔๑] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิตและสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติ-
กาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตตจิตและสัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี
บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 347
ข้อ 642
ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตตจิตและโสมนัสสสัมปยุตตจิต
ในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคล
ทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตตจิตและโสมนัสสวิปป-
ยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๔๒] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตตจิตและญาณสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคล
ทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิตและญาณวิปปยุตต-
หน้า 348
ข้อ 643
จิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีโสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตและโสมนัสสสัมปยุตตจิตก็ดี
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุป-
ปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตและโสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้า
นิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๔๓] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 349
ข้อ 643
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
อสัญญสัตตบุคคลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 350
ข้อ 644
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๔๔] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิตและสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาล
ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิตและสัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคล
ที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคล แต่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งสัทธาวิปปยุตตจิตและอุเปกขาสัมปยุตตจิตก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธา
หน้า 351
ข้อ 645
วิปปยุตตจิตและอุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
อสัญญสัตตบุคคลก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขาก็ไม่ใช่
กำลังเกิดบุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๔๕] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิต และญาณสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญ-
ญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคล
ทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตและญาณวิปปยุตตจิต
ก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 352
ข้อ 646
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตและอุเปกขาสัมปยุตตจิตก็ดี ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตและอุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธ-
สมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๔๖] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
หน้า 353
ข้อ 646
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
อสัญญสัตตบุคคลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 354
ข้อ 647
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๔๗] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตและสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติ-
กาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตและสัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่
เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญสัตตบุคคลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 355
ข้อ 648
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๔๘] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคล แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งสัทธาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะ
แห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี อสัญญ-
สัตตบุคคลก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูลจบ
หน้า 356
ข้อ 649
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๔๙] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
อสัญญสัตตบุคคลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันน ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 357
ข้อ 650, 651
ปัจจุปันน โอกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๖๕๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสตินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดขึ้นภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๖๕๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 358
ข้อ 652
ใช่.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กําลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๕๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 359
ข้อ 653
ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่กําลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๕๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังเกิด.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 360
ข้อ 654, 655
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๕๔] จักขุนทรัย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิ จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๕๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดในภูนินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
หน้า 361
ข้อ 656
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๖๕๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
กำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 362
ข้อ 657, 658
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๕๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๕๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังเกิด.
หน้า 363
ข้อ 659
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๕๙] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 364
ข้อ 660, 661
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๖๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิ-
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๖๖๑] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดใน
หน้า 365
ข้อ 661
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 366
ข้อ 662
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๖๒] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 367
ข้อ 663, 664
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทรยมูละ ชีวิตินทรยมูลี:-
[๖๖๓] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังเกิด.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๖๔] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่โสม-
นัสสินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ปุริสิน-
หน้า 368
ข้อ 665
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น .
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๖๕] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิ
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้นในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 369
ข้อ 666
ปุริสินทริยมูล
ปุรสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๖๖๖] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดใน
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 370
ข้อ 667, 668
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๖๗] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๖๘] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดขึ้นภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 371
ข้อ 668
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
กำลังเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 372
ข้อ 669, 670
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๖๙] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดขึ้นภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๖๗๐] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 373
ข้อ 670
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 374
ข้อ 671
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๖๗๑] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 375
ข้อ 672
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๖๗๒] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดขึ้นภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 376
ข้อ 673
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๗๓] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, มนินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันน โอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 377
ข้อ 674
ปัจจุปันน ปุคคลโลกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๖๗๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีโสตะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้ และโสตะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่โสตะเกิดไม่ได้ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสตินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่โสตะ
หน้า 378
ข้อ 675
เกิดไม่ได้ และจักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๖๗๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้ และฆานะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
หน้า 379
ข้อ 676
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะ
เกิดไม่ได้ และจักขุก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๖๗๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้ และไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
หน้า 380
ข้อ 677
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถี-
ภาวะ และจักขุก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๗๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ และ
ไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ไม่มีปุริสภาวะ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่. ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
หน้า 381
ข้อ 678
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มี
ปุริสภาวะ และจักขุก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบจักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๗๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตาย จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 382
ข้อ 679
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๗๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตะ
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
เว้นโสมนัสสะ และจักขุก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 383
ข้อ 680
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๘๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
จักขุเกิดไม่ได้ และเว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้น
อุเปกขา และจักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 384
ข้อ 681
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๘๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ จักขุน
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
จักขุเกิดไม่ได้ และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กําลังเกิด สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี อเหตุกบุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 385
ข้อ 682
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๘๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
จักขุนทรียไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่จักขุเกิดไม่ได้ และเป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลัง.
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
เป็นญาณวิปปยุตตจิต และจักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 386
ข้อ 683
จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๘๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 387
ข้อ 684
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทรยมูลี:-
[๖๘๔] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่ฆานะเกิดไม่ได้และไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ไม่มีอิตถีภาวะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถี
ภาวะและฆานะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 388
ข้อ 685
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๘๕] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแต่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะ
เกิดไม่ได้ และไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ไม่มีปุริสาวะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทริย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ไม่มี
ปุริสภาวะและฆานะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดีปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 389
ข้อ 686, 687
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๘๖] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตาย ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๘๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 390
ข้อ 688
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้แต่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะ
เกิดไม่ได้และเว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
เว้นโสมนัสสะและที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๘๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 391
ข้อ 689
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆา-
นินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่ฆานะเกิดไม่ได้และเว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เว้น
อุเปกขา และมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๘๙] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 392
ข้อ 690
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ ฆา-
นินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
ฆานะเกิดไม่ได้ และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทริย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นอเหตุกะ แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็นอเหตุกะ
และฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:
[๖๙๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 393
ข้อ 690
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่ฆานะเกิดไม่ได้ และเป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุต แต่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
เป็นญาณวิปปยุตตจิต และที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ปัญญินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 394
ข้อ 691
ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๙๑] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ แต่จิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 395
ข้อ 692
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๖๙๒] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้
และปุริสภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทริย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น. บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็มี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
และอิตถีภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 396
ข้อ 693, 694
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๙๓] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตาย อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๖๙๔] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
มนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 397
ข้อ 694
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ อิต-
ถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ และเว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูนิใด,
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โส-
มนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่เว้นโสมนัสสะ และอิตถีภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 398
ข้อ 695
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๖๙๕] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ อิต-
ถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่อิตถีภาวะก็เกิดไม่ได้ และเว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
เว้นอุเปกขา และอิตถีภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 399
ข้อ 696
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๖๙๖] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นอเหตุกะ แต่มีอิตถีภาวะเกิดไ่ด้กำลังเกิดอยู่ สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็น
อเหตุกะและอิตถีภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 400
ข้อ 697
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๖๙๗] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิด
อยู่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ และเป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตมีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
เป็นญาณวิปปยุตตจิต และอิตถินภาวะก็เกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปัญญิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และเกิดถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 401
ข้อ 698
อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๖๙๘] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 402
ข้อ 699, 700
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๖๙๙] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตาย ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๐๐] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
มนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 403
ข้อ 700
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ ปุริ-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ และเว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดีปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โส-
มนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่เว้นโสมนัสสะ และปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 404
ข้อ 701
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๐๑] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่
ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ และเว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่เว้นอุเปกขา และปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 405
ข้อ 702
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๗๐๒] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ และเป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคล แต่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่เป็น
อเหตุกะ และปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 406
ข้อ 703
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๗๐๓] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ และเป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคล
ที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต และปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 407
ข้อ 704
B>ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๐๔ ] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 408
ข้อ 705
ชีวินตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๐๕] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 409
ข้อ 706, 707
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๐๖] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขากำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๗๐๗] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 410
ข้อ 708
ใช่.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปป-
ยุตตจิตในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลทั้งหมด
กำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๗๐๘] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 411
ข้อ 709
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งญาณวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
ชีวิตินทรยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๐๙] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
หน้า 412
ข้อ 709
ภูมินั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 413
ข้อ 710
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๑๐] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีอุเปกขาเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิต และอุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
โสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะ
หน้า 414
ข้อ 711
แห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิต และโสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๗๑๑] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิต และสัทธาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิต
ของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิต และ
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น
หน้า 415
ข้อ 712
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตตจิต และโสมนัสสสัมปยุตตจิต
ในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะ
ของจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตตจิต และ
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๗๑๒] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิต และญาณสัมปยุตตจิตใน
หน้า 416
ข้อ 712
ปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่ง
จิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิต และ
ญาณวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
โสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตมีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิต และโสมนัสสสัมปยุตตจิตก็ดี ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคล
ทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิต และโสมนัสสวิปป-
ยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 417
ข้อ 713
โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๑๓] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นโสมนัสสะ แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 418
ข้อ 714
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๗๑๔] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิต และสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาล
ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของ
บุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิต และสัทธา
วิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคลที่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิต และอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด
หน้า 419
ข้อ 715
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตตจิต และอุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๗๑๕] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิต และญาณสัมปยุตตจิตในปวัตติ-
กาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิต
ของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิต และ
ญาณวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
หน้า 420
ข้อ 716
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิต และอุเปกขาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่ง
จิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิต และ
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๑๖] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 421
ข้อ 716
บุคคลที่เว้นอุเปกขา แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอุปกขาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 422
ข้อ 717
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๗๑๗] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่เป็นเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิต และสัทธาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิต
ของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิต และสัทธา
วิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 423
ข้อ 718
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๑๘] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
อเหตุกบุคคล แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งสัทธาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 424
ข้อ 719
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๑๙] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิต แต่มีจิตเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันน ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 425
ข้อ 720
อตีต ปุคคลวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทรยมูลี:-
[๗๒๐] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น, ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
หน้า 426
ข้อ 721, 722
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๗๒๑] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๗๒๒] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 427
ข้อ 723, 724
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๒๓] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๒๔] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 428
ข้อ 725, 726
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๒๕] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๒๖] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 429
ข้อ 727
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๒๗] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 430
ข้อ 728
ฆานินทริยมูลาทิ
ฆานินทริย ฯลฯ อิตถินทริย ปุริสินทริย ชีวิตินทริย โสมนัสสิน-
ทริย อุเปกขินทริย สัทธินทริย ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๒๘] ฆานินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์
โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ เคยเกิดแก่
บุคคลใด, มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม
ใช่.
จบ ฆานินทริย ฯลฯ อิตถินทริย ปุริสินทริย ชีวิตินทริย โสมนัสสินทริย
อุเปกขินทริย สัทธินทริย ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูลาทิ จบ
อตีต ปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 431
ข้อ 729, 730
อตีต โอกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๗๒๙] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, โสตินทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๗๓๐] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 432
ข้อ 731
ในรูปาวจรภูมิจักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็
เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๓๑] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิจักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็
เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 433
ข้อ 732, 733
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๓๒] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่
จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์เคย
เกิด และจักขุนทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๓๓] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 434
ข้อ 734, 735
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๓๔] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิอุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิอุเปกขินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดในภูมินั้น,
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๓๕] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 435
ข้อ 735
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิมนินทรีย์เคยเกิดขึ้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิมนินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 436
ข้อ 736, 737
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๓๖] ฆานินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๓๗] ฆานินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น, ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 437
ข้อ 738
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์เคยเกิด
และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๓๘] ฆานินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิโสมนัสสินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิโสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 438
ข้อ 739, 740
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๓๙] ฆานินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิอุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิอุเปกขินทรีย์เคย
เกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๗๔๐] ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นภูมิใด, สัทธินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 439
ข้อ 741
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิสัทธินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิสัทธินทรีย์เคยเกิด
และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๗๔๑] ฆานินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิมนินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์เคยเกิด
และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 440
ข้อ 742
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๔๒] อิตถินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 441
ข้อ 743, 744
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๔๓] ปุริสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์เคยเกิด
และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๔๔] ปุริสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 442
ข้อ 745
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิโสมนัสสินทรีย์เคยเกิด
และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสนิทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๗๔๕] ปุริสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิมนินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดขึ้นในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์เคยเกิด
และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 443
ข้อ 746, 747
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๔๖] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์
เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนิสสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๗๔๗] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 444
ข้อ 747
ในอสัญญสัตตภูมิชีวิตินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดขึ้นในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์เคย
เกิด และมนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 445
ข้อ 748, 749
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๔๘] โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็เคย
เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดขึ้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๔๙] โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 446
ข้อ 750
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๕๐] อุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 447
ข้อ 751
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๗๕๑] สัทธินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนิทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 448
ข้อ 752
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๕๒] ปัญญินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, มนินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ก็เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีต โอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 449
ข้อ 753, 754
อตีต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๗๕๓] จักขุนทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๗๕๔] จักขุนทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แก่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
หน้า 450
ข้อ 755
บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๕๕] จักขุนทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ฯลฯ ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 451
ข้อ 756, 757
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๕๖] จักขุนทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ
ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ ชีวิ-
ตินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๕๗] จักขุนทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 452
ข้อ 758
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๕๘] จักขุนทรีย์ เคยเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 453
ข้อ 759
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๕๙] จักขุนทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 454
ข้อ 760, 761
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๗๖๐] ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๖๑] ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 455
ข้อ 762, 763
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๖๒] ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ
ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผูเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิติน-
ทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๖๓] ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 456
ข้อ 764
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคล เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๖๔] ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจร-
ภูมิ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจร-
ภูมิ อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 457
ข้อ 765, 766
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๗๖๕] ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ
สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ สัทธิน-
ทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๗๖๖] ฆานินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 458
ข้อ 766
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจร-
ภูมิ มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
มนินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 459
ข้อ 767
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๖๗] อิตถินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 460
ข้อ 768, 769
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๖๘] ปุริสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ
ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิ-
ตินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๖๙] ปุริสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 461
ข้อ 770
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด
เเละปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๗๗๐] ปุริสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 462
ข้อ 770
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจร-
ภูมิ มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
มนินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 463
ข้อ 771
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูล โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๗๑] ชีวิตินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคล
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกนี้ คือบุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ และบุคคลผู้เกิด
อยู่ในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 464
ข้อ 772, 773
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๗๒] ชีวิตินทรีย์ เคยเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโว-
การภูมิ ชีวิตตินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริยมูลี:-
[๗๗๓] ชีวิตินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 465
ข้อ 774
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโว-
การภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด ปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๗๔] ชีวิตินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการ-
ภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
หน้า 466
ข้อ 774
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 467
ข้อ 775
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๗๕] โสมนัสสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขิน-
ทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ คือบุคคลที่เกิดอยู่ใน
จตุโวการภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์เคย
เกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 468
ข้อ 776
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริย-
มูลี:-
[๗๗๖] โสมนัสสินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ คือบุคคลที่เกิดอยู่ในจตุ-
โวการภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์เคยเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 469
ข้อ 777
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๗๗] อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 470
ข้อ 778
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๗๗๘] สัทธินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 471
ข้อ 779
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๗๙] ปัญญินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 472
ข้อ 780, 781
อตีต ปุคคลวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๗๘๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๗๘๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 473
ข้อ 782, 783
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๘๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๘๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 474
ข้อ 784, 785
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๘๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๘๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 475
ข้อ 786
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๘๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ มนินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 476
ข้อ 787
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริย ชีวิตินทริย
โสมนัสสินทริย อุเปกขินทริย สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๗๘๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี ฯลฯ
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริย ชีวิตินทริย
โสมนัสสินทริย อุเปกขินทริย สัทธินทริย ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 477
ข้อ 788
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๗๘๘] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีต ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 478
ข้อ 789, 790
อตีต โอกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๗๘๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, โสตินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๗๙๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 479
ข้อ 791, 792
ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น แต่จักขุน-
ทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๙๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น แต่จักขุน-
ทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๙๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 480
ข้อ 793, 794
เคยเกิด.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๙๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๙๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 481
ข้อ 795
ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๗๙๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 482
ข้อ 796, 797
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๗๙๖] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๗๙๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
หน้า 483
ข้อ 798
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๗๙๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 484
ข้อ 799, 800
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๗๙๙] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดใน
ภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๐๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดใน
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
หน้า 485
ข้อ 800
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 486
ข้อ 801
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ. ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๐๑] อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯลฯ.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 487
ข้อ 802, 803
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูล ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๐๒] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๐๓] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
หน้า 488
ข้อ 804
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๐๔] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิ
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่
ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 489
ข้อ 805
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๐๕] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดใน
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 490
ข้อ 806, 807
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๐๖] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๘๐๗] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 491
ข้อ 807
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 492
ข้อ 808, 809
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๐๘] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริย-
มูลี:-
[๘๐๙] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
หน้า 493
ข้อ 809
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 494
ข้อ 810
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๑๐] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 495
ข้อ 811
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๘๑๑] สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดขึ้นภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 496
ข้อ 812
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๘๑๒] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดขึ้นภูมิใด, มนินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีต โอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 497
ข้อ 813, 814
อตีต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๘๑๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๘๑๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 498
ข้อ 815
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และจักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๑๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่
ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
หน้า 499
ข้อ 816
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และจักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๑๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 500
ข้อ 817, 818
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๑๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
มนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๑๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 501
ข้อ 819
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๑๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 502
ข้อ 820, 821
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๘๒๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๒๑] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 503
ข้อ 822
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๒๒] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ
ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 504
ข้อ 823, 824
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๒๓] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
มนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-
ภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
โสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๒๔] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาว-
จรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
หน้า 505
ข้อ 825
อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่
ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๒๕] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจร-
ภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 506
ข้อ 825
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 507
ข้อ 826
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๒๖] อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 508
ข้อ 827, 828
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมุละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๒๗] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจร-
ภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิติน-
ทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาส
ภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๒๘] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
มนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 509
ข้อ 829
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และโสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๒๙] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจร-
ภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขิน-
ทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 510
ข้อ 830
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๓๐] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปาวจร-
ภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 511
ข้อ 831
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๓๑] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น,ในอุปปาทขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 512
ข้อ 832
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๘๓๒] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, ในอุปปาทขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
มนินทรียไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 513
ข้อ 833
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๘๓๓] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปอยู่แก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้กำลังเกิดอยู่ในสุทธาวาส-
ภูมิ และบุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 514
ข้อ 834
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๓๔] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินหริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 515
ข้อ 835
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๘๓๕] สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่
ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 516
ข้อ 836
ปัญณินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๘๓๖] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 517
ข้อ 837, 838
อนาคต ปุคคลวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๘๓๗] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๘๓๘] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 518
ข้อ 839
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน จัก-
ขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๘๓๙] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์จักเกิด อิตถิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 519
ข้อ 840
หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น. ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๔๐] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ เเล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์จักเกิด ปุริ-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 520
ข้อ 841, 842
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๔๑] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๔๒] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขา เกิดแล้ว จักปรินิพพาน
จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
หน้า 521
ข้อ 843
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๔๓] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ มีโสมนัสสะ เกิดแล้ว จักปรินิพพาน
จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
หน้า 522
ข้อ 844
นั้น, บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์จักเกิด จักขุนทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๔๔] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน มนินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 523
ข้อ 845, 846
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๘๔๕] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิด แก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๔๖] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 524
ข้อ 847
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์
จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๔๗] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี แล้ว
จักปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์
หน้า 525
ข้อ 848
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๔๘] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้ มีอุเปกขา เกิดแล้วจักปรินิพพาน
ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน โสมนัส-
สินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 526
ข้อ 849, 850
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๔๙] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้ มีโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน
ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี แล้ว
จักปรินิพพาน อุเปกขินทริย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๕๐] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 527
ข้อ 850
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 528
ข้อ 851, 852
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๕๑] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์
จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๕๒] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
หน้า 529
ข้อ 853
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพ-
พานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้
ชีวิตินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๕๓] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้อิตถิน-
ทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 530
ข้อ 854
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล อิตถินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้โสมนัสสินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๕๔] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้อิตถินทรีย์
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปริ-
หน้า 531
ข้อ 855
นิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล
นอกนี้อุเปกขินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๕๕] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพ-
พานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน มนินทรีย์จักเกิด แต่อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 532
ข้อ 856
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๕๖] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปริ-
นิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็
โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้
ชีวิตินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 533
ข้อ 857
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๕๗] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ปุริสินทรีย์จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้
โสมนัสสินทรีย์จักเกิด ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 534
ข้อ 858
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๕๘] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสม-
นัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ปุริสินทรีย์จักเกิด อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น. ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพ-
พานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้อุเปกขินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 535
ข้อ 859
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๕๙] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปริ-
นิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ปุริสินสิทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้
มนินทรีย์จักเกิด ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 536
ข้อ 860, 861
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๖๐] ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ชีวิ-
ตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้ชีวิตินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๖๑] ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 537
ข้อ 862
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ชีวิ-
ตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ชีวิตินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวตินทรยมุละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๖๒] ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 538
ข้อ 863
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๖๓] โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และอุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด อุเปก-
ขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้อุเปกขินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 539
ข้อ 864
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๖๔] โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น บุคคลนอกนี้มนินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 540
ข้อ 865
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๖๕] อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้มนินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริบมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 541
ข้อ 866
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๘๖๖] สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 542
ข้อ 867
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๘๖๗] ปัญญินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
มนินทริยมูล จบ
อนาคต ปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 543
ข้อ 868, 869
อนาคต โอกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๘๖๘] จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมิใด, โสตินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๘๖๙] จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็
จักเกิดในภูมินั้น.
หน้า 544
ข้อ 870
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๗๐] จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริ-
สินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็
จักเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 545
ข้อ 871, 872
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๗๑] จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น
แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๗๒] จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 546
ข้อ 873, 874
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๗๓] จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิอุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิอุเปกขินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์
จักเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๗๔] จักขุนทรีย์จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 547
ข้อ 874
ในอรูปภูมิมนินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
ในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิมนินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 548
ข้อ 875, 876
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๗๕] ฆานินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๗๖] ฆานินทรีย์จักเกิดในภูมิได, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 549
ข้อ 877
ในรูปาวจรภูมิก็ดีในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น
แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๗๗] ฆานินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 550
ข้อ 878, 879
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๗๘] ฆานินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิ
นั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ อุเปกขิน-
ทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๗๙] ฆานินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญ-
ญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิดในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 551
ข้อ 879
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น
แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 552
ข้อ 880, 881
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๘๐] อิตถินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๘๑] อิตถินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิดในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 553
ข้อ 882
ในรูปาวจรภูมิก็ดีในอรูปาวจรภูมิก็ดีชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น
แต้อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมินั้น ชีวิตินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๘๒] อิตถินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 554
ข้อ 883, 884
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๘๓] อิตถินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จัดเกิดขึ้นภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิ
นั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ อุเปกขิน-
ทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๘๔] อิตถินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญ-
ญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 555
ข้อ 884
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น
แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์จักเกิด
แต่อิตถินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 556
ข้อ 885, 886
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๘๕] ปุริสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้น
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดีในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น
แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์จัก
เกิด ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๘๖] ปุริสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 557
ข้อ 887
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๘๗] ปุริสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิ
นั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ อุเปกขิน-
ทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 558
ข้อ 888
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๘๘] ปุริสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญ-
ญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น
แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์จักเกิด
และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 559
ข้อ 889, 890
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๘๘๙] ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
ชีวิตินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๘๙๐] ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 560
ข้อ 890
ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี ชีวิ-
ตินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 561
ข้อ 891
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๘๙๑] โสมนัสสินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 562
ข้อ 892
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๘๙๒] อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 563
ข้อ 893
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทรินมูลี:-
[๘๙๓] สัทธินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ก็จักเกิดในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 564
ข้อ 894
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๘๙๔] ปัญญินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, มนินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ก็จักเกิดใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อนาคต โอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 565
ข้อ 895, 896
อนาคต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๘๙๕] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตินทรีย์
จักเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็จักเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๘๙๖] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 566
ข้อ 897
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๘๙๗] จักขุนทรีย์จักเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี จัก-
ขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
จักขุนทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 567
ข้อ 898
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็จักเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๘๙๘] จักขุนทรีย์จักเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี จัก-
ขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสภาวะไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
จักขุนทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 568
ข้อ 899, 900
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๘๙๙] จักขุนทรีย์จักเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๐๐] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจักปริ-
นิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสิน-
หน้า 569
ข้อ 901
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๐๑] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้พร้อมด้วยโสมนัสสะ เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่
ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 570
ข้อ 902
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๐๒] จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูนิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จัดเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 571
ข้อ 903, 904
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๙๐๓] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้น,
บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์จักเกิด และอิตถิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๐๔] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 572
ข้อ 905
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์จักเกิด และปุริสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็จักเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๐๕] ฆานินทรีย์จักเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
หน้า 573
ข้อ 906
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูละ:-
[๙๐๖] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่
ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 574
ข้อ 907
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๐๗] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้พร้อมด้วยโสมนัสสะ เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่
ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดีในอรูปาวจรภูมิก็ดีอุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 575
ข้อ 908
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๐๘] ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 576
ข้อ 909
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๐๙] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 577
ข้อ 910, 911
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๑๐] อิตถินทรีย์จักเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็น
ปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปริ-
นิพพานก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามา-
วจรภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๑๑] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 578
ข้อ 912
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ พร้อม
ด้วยอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถิน-
ทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นและ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๑๒] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 579
ข้อ 913
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสม-
นัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์จักเกิด
และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นนั่น
แหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
นอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ิอิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๑๓] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 580
ข้อ 913
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่เป็นปุริสภาวะไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพาน มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ใน
กามาวจรภูมิ มนินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคล เหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 581
ข้อ 914
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๑๔] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ใน
กามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 582
ข้อ 915
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๑๕] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์จักเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิด
อยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 583
ข้อ 916
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๑๖] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสม-
นัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกิขนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่
เป็นอิตถีภาวะไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้
เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริย อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 584
ข้อ 917
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๑๗] ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริ-
สินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่
ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 585
ข้อ 918
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๑๘] ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขา จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์
จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 586
ข้อ 919, 920
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๑๙] ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะ จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ. ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๒๐] ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 587
ข้อ 920
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนิทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์จัก
เกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 588
ข้อ 921
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๒๑] โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะ จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโว-
การภูมิ ในปัญจโวการภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด อุเปก-
ขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการ-
ภูมิ ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 589
ข้อ 922
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริย-
มูลี:-
[๙๒๒] โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใดภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ใน
ปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 590
ข้อ 923
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๒๓] อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะ จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ
ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 591
ข้อ 924
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๙๒๔] สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 592
ข้อ 925
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๙๒๕] ปัญญินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อนาคต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 593
ข้อ 926, 927
อนาคต ปุคคลวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๙๒๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๙๒๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 594
ข้อ 928
ใช่.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ฆา-
นินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๙๒๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่น
หน้า 595
ข้อ 929
แหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคล
เหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๒๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่น
แหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคล
เหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 596
ข้อ 930, 931
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๓๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๓๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดเเก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 597
ข้อ 932
บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลนั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดใน
อรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด, จักขุนทรีย์ก็
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๓๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น. ปัจฉิมภวิก
บุคคล จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ พร้อมด้วยโสมนัสสะ เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์
หน้า 598
ข้อ 933
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคล อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และจักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๓๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 599
ข้อ 934
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๙๓๔] ฆานินทรียไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพ-
พานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 600
ข้อ 935, 936
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๓๕] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพ-
พานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๓๖] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 601
ข้อ 937
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพาน ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๓๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 602
ข้อ 938
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้ พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจัก
เกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๓๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพาน ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสม-
นัสสะจักเกิดในรูปาวจรภูมิก็ดี แล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 603
ข้อ 939
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้ พร้อมด้วยโสมนัสสะ เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสม-
นัสสะจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญยินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๓๙ ] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพาน ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 604
ข้อ 939
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 605
ข้อ 940
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๔๐] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน
ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
หน้า 606
ข้อ 941
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพ-
พานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๔๑] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิก
บุคคล อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 607
ข้อ 942
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๔๒] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะก็โดยภาวะ
นั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคล
เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ปัจฉิมภวิก-
บุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขาก็โดยภาวะนั้น
นั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และโสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดบุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิก-
บุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขาก็โดย
หน้า 608
ข้อ 943
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๔๓] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ
มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพ
ไร ๆ มีโสมนัสสะก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิต-
ถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสม-
นัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์
หน้า 609
ข้อ 944
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพ
ไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๔๔] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ
ก็โดยภาวะนั้นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น เเต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ปัจฉิมภวิก-
บุคคล อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
หน้า 610
ข้อ 944
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 611
ข้อ 945
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๔๕] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิก
บุคคล ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 612
ข้อ 946
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๔๖] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดย
ภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิก
บุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใด, เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขาก็โดยภาวะนั้น
นั้นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และโสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ปัจฉิมภวิก
บุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้น
หน้า 613
ข้อ 947
นั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๔๗] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ
มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิ
ในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะนั้นแหละ แล้วจักปรินิพพาน
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 614
ข้อ 948
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มโสม-
นัสสะ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ
มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๔๘] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ
ก็โดยภาวะนั้นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิก
บุคคล ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
หน้า 615
ข้อ 948
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 616
ข้อ 949, 950
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๔๙] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแต่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๕๐] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 617
ข้อ 951
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด อุ-
เปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๕๑] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 618
ข้อ 952
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๕๒] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด อุ-
เปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 619
ข้อ 953
โสมนัสส้นทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๕๓] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด เเละมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 620
ข้อ 954
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๕๔] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด อุ-
เปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 621
ข้อ 955
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๙๕๕] สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 622
ข้อ 956
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๙๕๖] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อนาคต ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 623
ข้อ 957, 958
อนาคต โอกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๙๕๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, โสตินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๙๕๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ไช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 624
ข้อ 959
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์
จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๕๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์
จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 625
ข้อ 960, 961
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๖๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๖๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 626
ข้อ 962, 963
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๖๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๖๓] จักขุนทริย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น แต่มนินทรีย์
จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
หน้า 627
ข้อ 963
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 628
ข้อ 964, 965
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๖๔] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๖๕] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 629
ข้อ 966, 967
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๖๖] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๖๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดใน
ภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
หน้า 630
ข้อ 968
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๖๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดใน
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดขึ้นภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 631
ข้อ 969
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๖๙] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 632
ข้อ 970, 971
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๗๐] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ไช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๗๑] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
หน้า 633
ข้อ 972
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฆานินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๗๒] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดขึ้นภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดใน
ภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 634
ข้อ 973
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๗๓] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดขึ้นภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดขึ้นภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดใน
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 635
ข้อ 974, 975
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๗๔] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๙๗๕] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 636
ข้อ 975
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดขึ้นภูมิใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 637
ข้อ 976
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๙๗๖] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 638
ข้อ 977
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๗๗] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 639
ข้อ 978
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๙๗๘] สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 640
ข้อ 979
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๙๗๙] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, มนินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อนาคต โอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 641
ข้อ 980, 981
อนาคต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๙๘๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๙๘๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 642
ข้อ 982
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๙๘๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิต-
หน้า 643
ข้อ 983
ถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิในอรูปภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๘๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโว-
การภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 644
ข้อ 984, 985
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๘๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๘๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
หน้า 645
ข้อ 986
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจักปริ-
นิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่
ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๘๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 646
ข้อ 987
บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้พร้อมด้วยโสมนัสสะ เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่จักขุนทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๘๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี ผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 647
ข้อ 987
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 648
ข้อ 988
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๙๘๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 649
ข้อ 989, 990
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๘๙ ] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๙๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 650
ข้อ 991
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๙๑] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 651
ข้อ 992
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้
เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ
ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในฦูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานิทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๙๒] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-
ภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 652
ข้อ 993
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้พร้อมโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปริ-
นิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๙๓] ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตก็ดี
ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
หน้า 653
ข้อ 993
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 654
ข้อ 994
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๙๙๔] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
หน้า 655
ข้อ 995
ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิ ในอรูปวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๙๕] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจะ
ปรินิพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคล อิต-
ถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 656
ข้อ 996
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๙๙๖] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม.
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคล
เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ
ก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็
โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจะปรินิพพานโสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไป
หน้า 657
ข้อ 997
ปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นแหละ แล้วจักปรินิพ-
พานก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๙๙๗] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจราภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิก
บุคคลก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็น
ปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 658
ข้อ 998
บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๙๘] อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่โนอสัญญสัตตภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และมนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น.
หน้า 659
ข้อ 998
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 660
ข้อ 999
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๙๙๙] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคล ปริ-
สินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 661
ข้อ 1000
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๐๐] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ
ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคล
เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิ
ก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น. ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิ
หน้า 662
ข้อ 1001
ในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นนั้นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๐๑] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูนินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร มีอุเปกขา ก็โดยภาวะ นั้นนั่น-
แหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิม
ภวิกบุคคลก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็น
อิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 663
ข้อ 1002
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสม-
นัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสมนัสสะ ก็
โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๐๒] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
หน้า 664
ข้อ 1002
มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 665
ข้อ 1003, 1004
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๐๓] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขา จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๐๔] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
หน้า 666
ข้อ 1005
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะ จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๐๕] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 667
ข้อ 1005
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 668
ข้อ 1006
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๐๖] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด, อุ-
เปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 669
ข้อ 1007
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริย-
มูลี:-
[๑๐๐๗] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจ-
ฉิมจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 670
ข้อ 1008, 1009
อุเปกขิทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๐๐๘] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด อุ-
เปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจ-
ฉิมจิตก็ดี บุคคลผู้นั้นเกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๐๙] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 671
ข้อ 1009
ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด อุ-
เปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจ-
ฉิมจิตก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริย จบ
หน้า 672
ข้อ 1010
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๑๐] สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุลคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 673
ข้อ 1011
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๑๑] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อนาคต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 674
ข้อ 1012
ปัจจุปันนาตีต ปุคคลวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๐๑๒] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี โสตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสตินทรีย์
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
หน้า 675
ข้อ 1013, 1014
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๐๑๓] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กําลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๑๔] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 676
ข้อ 1015
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๑๕] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 677
ข้อ 1016, 1017
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูล:-
[๑๐๑๖] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขิน-
ทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๑๗] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 678
ข้อ 1017
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 679
ข้อ 1018, 1019
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๑๘] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ ฯลฯ
ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๑๙] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด ชีวิตินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 680
ข้อ 1020
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่ฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๒๐] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเห่ล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 681
ข้อ 1021
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๒๑] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
เคยเกิด และฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 682
ข้อ 1022, 1023
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๒๒] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลผู้ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิด
อยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๒๓] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 683
ข้อ 1024
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมือบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลผู้ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิด
อยู่ก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริย สัทธินทริย
ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๒๔] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลผู้ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิด
อยู่ก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
หน้า 684
ข้อ 1024
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์เคย
เกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริย สัทธินทริย
ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 685
ข้อ 1025, 1026
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๒๕] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลผู้ไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิด
อยู่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริย สัทธินทริย
ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๒๖] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 686
ข้อ 1026
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลผู้ไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิด
อยู่ก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้มีปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์เคยเกิด
และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริย สัทธินทริย
ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 687
ข้อ 1027, 1028
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๒๗] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๑๐๒๘] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ
สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 688
ข้อ 1028
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 689
ข้อ 1029
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๒๙] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีโสมนัสสะ
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาล
ก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 690
ข้อ 1030
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๓๐] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีโสมนัสสะกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี
มนินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 691
ข้อ 1031, 1032
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๐๓๑] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอุเปกขากำลังเกิด
อยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธิน-
ทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัมธินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๓๒] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ฯลฯ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 692
ข้อ 1032
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์
เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 693
ข้อ 1033, 1034
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๑๐๓๓] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, สเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์เคย
เกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๓๔] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 694
ข้อ 1034
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, สเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์เคย
เกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 695
ข้อ 1035
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๓๕] ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
ญาณวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ญาณสัมปยุตตบุคคลกำลังเกิด
อยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์
เคยเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันนาตีต ปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 696
ข้อ 1036
ปัจจุปันนาตีต โอกาสวาระ อนุโลม
[๑๐๓๖] จักขุนทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด, ฯลฯ
ปัจจุปันนาตีต โอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 697
ข้อ 1037
ปัจจุปันนาตีต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๐๓๗] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และ
โสตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์-
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี โสตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสตินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
หน้า 698
ข้อ 1038, 1039
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๐๓๘] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์
กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์เคยเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูล
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๓๙] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 699
ข้อ 1040
เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์
กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์เคยเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๔๐] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
หน้า 700
ข้อ 1041
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิด และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๔๑] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 701
ข้อ 1042
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และ
จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๔๒ ] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์
กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 702
ข้อ 1043
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี อุเปก-
ขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่
อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๐๔๓] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้กําลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิด และสัทธินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี สัทธินทรีย์
หน้า 703
ข้อ 1044
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๔๔] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิด และมนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี มนินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
หน้า 704
ข้อ 1044
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 705
ข้อ 1045, 1046
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๐๔๕] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคล
ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๔๖] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 706
ข้อ 1047
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่มีมานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๔๗] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคย เกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานิน-
หน้า 707
ข้อ 1048
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้
กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๔๘] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี โสมนัสสิน-
ทรีย์เคยเกิด แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นบุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัส-
สินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 708
ข้อ 1049, 1050
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๔๙] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทริย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
ก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๕๐] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 709
ข้อ 1050
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
ก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแกบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด
อยู่ มนินทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 710
ข้อ 1051, 1052
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๕๑] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถี
ภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์เคยเกิด และอิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๕๒] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 711
ข้อ 1053
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถี
ภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปา-
วจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะ
กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๕๓] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถี
ภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
หน้า 712
ข้อ 1054
โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิด
อยู่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๕๔] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถี
ภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปา-
วจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่กําลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะ
กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 713
ข้อ 1055
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๕๕] อิตถิทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีอิตถี
ภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปา-
วจรภูมิก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลัง
เกิดอยู่ มนินทรีย์เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 714
ข้อ 1056, 1057
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๕๖] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีปุริส
ภาวะกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่รูปาวจรภูมิ อรูปา-
วจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. บุคคลที่มีปุริสภาวะ
กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๕๗] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
หน้า 715
ข้อ 1058
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิได, ปุริสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีปุริส
ภาวะกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะกำลังเกิด
อยู่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์กิกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๕๘] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 716
ข้อ 1059
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีปุริส
ภาวะกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
ปุริสภาวะกำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๕๙] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ไม่มีปุริส
ภาวะกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปารจรภูมิ อรู-
ปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะ
หน้า 717
ข้อ 1059
กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทรียมูละ สัทธิทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 718
ข้อ 1060
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๖๐] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาส-
ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโว-
การภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิก็ดี ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดเเก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 719
ข้อ 1061
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๖๑] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอก
นี้กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และชีวิติน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 720
ข้อ 1062
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๖๒] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้
กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 721
ข้อ 1063
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๖๓] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปยุตตจิตก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
บุคคลที่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมป-
ยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 722
ข้อ 1064
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๖๔] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
สินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่
มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 723
ข้อ 1065
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๐๖๕] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด
และสัทธินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
อุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 724
ข้อ 1066
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๑๐๖๖] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด
แต่ปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
อุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 725
ข้อ 1067
อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๖๗] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูนินั้น, บุคคลนอกนี้มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด
และมนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
อุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 726
ข้อ 1068
สัทธิทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๑๐๖๘] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรียไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด
และปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, สเหตุกบุคคล
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี
ปัญญินทรีย์เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใ่น
ภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 727
ข้อ 1069
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๖๙] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น
ในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ที่เป็นสเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และ
มนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น สเหตุกบุคคล
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี
มนินทรีย์เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 728
ข้อ 1070
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๗๐] ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ ปัญญินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ที่เป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิด
และมนินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
ญาณวิปปยุตคจิตก็ดี มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ญาณสัมปยุตต
หน้า 729
ข้อ 1070
บุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตจิตในปวัตติกาล
ก็ดี มนินทรีย์เคยเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันนาตีต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 730
ข้อ 1071, 1072
ปัจจุปันนาตีต ปุคคลวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๐๗๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด โสตินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๐๗๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
หน้า 731
ข้อ 1073, 1074
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๗๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ฯลฯ ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๗๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
หน้า 732
ข้อ 1075, 1076
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไ่ม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๗๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๗๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
หน้า 733
ข้อ 1076
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี ฯลฯ
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
หน้า 734
ข้อ 1076
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
(๑๐๗๖) ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันนาตีต ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 735
ข้อ 1076
ปัจจุปันนาตีต โอกาสวาระ ปัจจนิก๑
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
ในภูมินั้น ใช่ไหม่ ? ฯลฯ
ปัจจุปันนาตีต โอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
๑. เพิ่มเติมตามฉบับพม่า เพื่อให้สมบูรณ์
หน้า 736
ข้อ 1076
ปัจจุปันนาตีต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก๑
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
ปุจฉา จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิสัชนา เมื่อบุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่
จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น. เมื่อบุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ โสตินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
๑. เพิ่มเติมตามฉบับพม่า เพื่อให้สมบูรณ์
หน้า 737
ข้อ 1076
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี โสตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
ปุ. จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไ่หม ?
วิ. เมื่อบุคคลกำลังเกิดในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
หน้า 738
ข้อ 1076
ในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังตายในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
ปุ. จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ฯลฯ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่
ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่ลบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่กำลังตาย
ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิ ดยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ไม่ใช่เกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. บุคคลที่กำลังเกิดในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
หน้า 739
ข้อ 1076
ในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังตายในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
ปุ. จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่กำลังปริ-
นิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
หน้า 740
ข้อ 1076
นั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
ปุ. จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไมุใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อ
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ
ใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
หน้า 741
ข้อ 1076
เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
ปุ. จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่
จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพ-
พานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 742
ข้อ 1076
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ ์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธา-
วาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
ปุ. จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่
จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพาน
ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
หน้า 743
ข้อ 1076
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กําลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธา-
วาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 744
ข้อ 1076
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูล อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี:-
ปุจฉา ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิสัชนา เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และในอรูปาวจรภูมิ
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริย ฯลฯ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 745
ข้อ 1076
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
ปุ. ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เมื่อบุคคลเหล่านั้น
เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
ปุ. ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 746
ข้อ 1076
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่
ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ
ใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
ปุ. ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 747
ข้อ 1076
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เมื่อบุคคล
เหล่านั้นเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กําลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
จบ ฆานินทริยมูล
หน้า 748
ข้อ 1076
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
ปุ. อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิ
ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 749
ข้อ 1076
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
ปุ. อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
ปุ. อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 750
ข้อ 1076
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่
ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอรูปภูมิดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ
ใด, อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
ปุ. อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 751
ข้อ 1076
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ไม่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล
เหล่านั้นเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 752
ข้อ 1076
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
ปุ. ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล
เหล่านั้นเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 753
ข้อ 1076
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
ปุ. ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่
ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอรูปภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ไช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ
ใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 754
ข้อ 1076
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
ปุ. ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
ไม่มีปุริสภาวะกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล
เหล่านั้นเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
ปุริสินทรีย์ไม่ไช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 755
ข้อ 1076
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
ปุจฉา ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิสัชนา เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในจตุโวการภูมิ ปัญจ-
โวการภูมิก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิด
อยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ
ใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธา-
วาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ใน
หน้า 756
ข้อ 1076
สุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
ปุ. ชีวิตินทรีย่ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 757
ข้อ 1076
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 758
ข้อ 1076
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
ปุ. โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะ
อห่งโสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
โสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 759
ข้อ 1076
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
ปุ. อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธิน-
ทรีย์ก็ไม่ไช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิด
อยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์
หน้า 760
ข้อ 1076
ไม่ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธิมทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
ปุ. อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งอุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่
หน้า 761
ข้อ 1076
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิด
อยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ อุเปกขินหริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 762
ข้อ 1076
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
ปุ. สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งสัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี 1ัทธินทรึย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิด
อยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์
หน้า 763
ข้อ 1076
ไม่ใช่เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 764
ข้อ 1076
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
ปุ. ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งญาณวิปปยุตตจิตก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่มนินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ปุ. ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
วิ. เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลที่เกิด
หน้า 765
ข้อ 1076
อยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันนาตีต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 766
ข้อ 1077
ปัจจุปันนานาคต ปุคคลวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๐๗๗] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคล กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิคแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จัก-
ขุนทรีย์กำลังเกิด และโสตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมด กำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิด
อยู่ก็ดี โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ โสตินทรีย์
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
หน้า 767
ข้อ 1078
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๐๗๘] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคล กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจะปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุ
เกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมด กำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
หน้า 768
ข้อ 1079
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๐๗๙] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคล กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจะปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกจากนี้ที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี, บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 769
ข้อ 1080
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๘๐] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคล กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดจักเกิดในรูปภูมิ อรูปภูมิแล้วปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่
เป็นอิตถีภาวะไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วจะปริ-
นิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอก
นี้ที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมด กำลังตายก็ดี, บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กําลัง
เกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ ปุริสิน-
ทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 770
ข้อ 1081, 1082
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๘๑] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคล กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมด กำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิด
อยู่ก็ดี, ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๘๒] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 771
ข้อ 1083
ปัจฉิมภวิกบุคคล กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี, บุคคล
เหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี, จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุ
เกิดได้ กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมด กำลังตายก็ดี, บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลังเกิด
อยู่ก็ดี, โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๘๓] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคล กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี, บุคคล
เหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้ มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
หน้า 772
ข้อ 1084
เหล่านั้นำลังเกิดอยู่ก็ดี, จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกจากนี้ที่มีจักขุ
เกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมด กำลังตายก็ดี, บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด, บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้ กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๐๘๔] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
หน้า 773
ข้อ 1084
บุคคลนอกนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี, บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
มนินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ มนินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 774
ข้อ 1085
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๐๘๕] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวฉะนั้นนั่นแหละ
แล้วจะปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี, ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
บุคคลนอกนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 775
ข้อ 1086
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๘๖] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี, บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี, ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 776
ข้อ 1087
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๘๗] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และ
ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 777
ข้อ 1088
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๘๘] ฆานินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิคแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีฆานะเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี, ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด. ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทริย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสิน-
ทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 778
ข้อ 1089
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๘๙] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี, บุคคลเหล่าใด
มีฆานะเกิดได้ มีโสมนัสเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกําลัง
เกิดอยู่ก็ดี, ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด
อยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด เเละอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี
อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 779
ข้อ 1090
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๐๙๐] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดอยู่แก่บุคคลเหล่านั้น สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และ
สัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 780
ข้อ 1091
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๙๑] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จัดเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ไช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานินทรีย์เกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จบ ฆานินทริยมูล
หน้า 781
ข้อ 1092
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๐๙๒] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุลคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่อิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี, บุคคลเหล่าใดที่
มีอิตถีภาวะจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี,
บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่น
แหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่มิใช่อิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่
ก็ดี, ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 782
ข้อ 1093, 1094
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๙๓] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และชีวตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่มิใช่อิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๙๔] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 783
ข้อ 1095
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี, บุคคลเหล่าใดที่
มีอิตถีภาวะมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
อยู่ก็ดี, อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่มิใช่อิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ก็ดี,
โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะกำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์จัก
เกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๐๙๕] อิตถินทรuย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 784
ข้อ 1096
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ มีโสมนัส เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีอิต-
ถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย:-
[๑๐๙๖] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 785
ข้อ 1097
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถึภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด
และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด อิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัท-
ธินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๐๙๗] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
หน้า 786
ข้อ 1097
บุคคลนอกนิ้ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด
และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จบ อิตถินทริยมูล
หน้า 787
ข้อ 1098
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๐๙๘] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลัง
เกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ชีวิตินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 788
ข้อ 1099
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๐๙๙] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีปุริสภาวะเกิด
ได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ?
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 789
ข้อ 1100
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๐๐] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี, ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีปุริส-
ภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
อุเปกขินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 790
ข้อ 1101
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๐๑] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลนอกนี้ที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลัง
เกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธิน-
ทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 791
ข้อ 1102
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๐๒] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด
และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็ถ้ากำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ไช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีปุริสภาวะได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์จักเกิด
และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 792
ข้อ 1103
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๐๓] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต
จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี ชีวิตินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกนี้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 793
ข้อ 1104
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๐๔] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสส-
สัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น, ชีวิติน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกนี้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น และอุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 794
ข้อ 1105
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๐๕] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์
กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นแต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 795
ข้อ 1106
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๐๖] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดเเก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี ปัจฉิม-
จิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาขณะ
แห่งจิตนั้นก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้มีโสมนัสะกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี
โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด โสมนัสสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลมีโสมนัสสะ
หน้า 796
ข้อ 1107
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาล
ก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริย
มูลี:-
[๑๑๐๗] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุต โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกนี้มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งโสมนัสสะสัมปยุตตจิดในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด
และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิด
หน้า 797
ข้อ 1107
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีโสมนัสสะกำลังเกิด
อยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี มนิน-
ทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 798
ข้อ 1108
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๐๘] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต อุเปกขินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลนอกนี้มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาสัมปยุตตจิตก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่
หน้า 799
ข้อ 1109
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมุละ สัทธินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๐๙] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต อุเปกจขิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขิน-
หน้า 800
ข้อ 1109
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตดิกาลก็ดี มนินทรีย์
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 801
ข้อ 1110
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๑๐] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใ่ด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจาก
นี้ที่เป็นสเหตุกะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุดคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตาภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เป็นสเหตุกะกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์จักเกิด
และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 802
ข้อ 1111
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๑๑] ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้
ที่เป็นญาณสัมปยุตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
ญาณวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ตี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปัญญิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต
หน้า 803
ข้อ 1111
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี
มนินทรีย์จักเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันนานาคต ปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 804
ข้อ 1112
ปัจจุปันนานาคต โอกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ ฯลฯ
[๑๑๑๒] จักขุนทรีย์กำลังเกิดในภูมิใด ฯลฯ
จบ จักขุนทริยมูละ ฯลฯ
ปัจจุปันนานาคต โอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 805
ข้อ 1113
ปัจจุปันนานาคต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๑๑๓] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิด และโสตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสตินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
หน้า 806
ข้อ 1114
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๑๑๔] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
นอกจากนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิด และฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุ
เกิดได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
หน้า 807
ข้อ 1115
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๑๑๕] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลผู้กำลัง
เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปปฏิสนธิ
ในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
จักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์จักเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 808
ข้อ 1116
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๑๑๖] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปปฏิสนธิ
ในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้
ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
จักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์จักเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 809
ข้อ 1117
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๑๗] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุน-
ทรีย์กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ชีวิตินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 810
ข้อ 1118
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๑๘] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอก
จากนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 811
ข้อ 1119
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๑๙] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีจักขุเกิดไม่มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มี
จักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จักขุนทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลกำลังเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี อุเปก-
ขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปก-
ขินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 812
ข้อ 1120
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๒๐] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมิน ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่
จักขุนทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี สัท-
ธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กําลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัท-
ธินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 813
ข้อ 1121
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๒๑] จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิคแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ จัก-
ขุนทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี
มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนิน-
ทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 814
ข้อ 1122
ฆานนิยทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๑๒๒] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีปุริสภาวะเกิดได้ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านี้
ในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์
กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 815
ข้อ 1123
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๑๒๓] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่เหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด
และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทริยจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคล
ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 816
ข้อ 1124
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๒๔] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆา-
นินทรีย์กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ชีวิตินทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 817
ข้อ 1125
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๒๕] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีฆานะเกิดได้มีอุเปกขา เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มี
ฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี โสมนัสสนทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสินทรีย์
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 818
ข้อ 1126
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๒๖] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีฆานะเกิดได้ โสมนัสสินเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกําลัง
เกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้
ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆานินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็าลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 819
ข้อ 1127
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๒๗] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูนินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆา-
นินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี สัท-
ธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัท-
ธินทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 820
ข้อ 1128
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๒๘] ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ฆา-
นินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
มนินทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 821
ข้อ 1129
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๑๒๙] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล ในภูมิใด ปุริสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถิน-
ทรีย์กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่
ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ไช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 822
ข้อ 1130
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๓๐] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิด
อยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ชีวิตินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 823
ข้อ 1131
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๓๑] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอก
จากนี้ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และโสม-
นัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสิน-
ทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 824
ข้อ 1132
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๓๒] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้
ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถินทรีย์เกิดไม่
ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 825
ข้อ 1133
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๓๓] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิด
อยู่ อิตถินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถินภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี สัทธิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์จัก
เกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 826
ข้อ 1134
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๓๔] อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูนินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ อิตถินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
อิตถินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภมิก็ดี มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนิน-
ทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 827
ข้อ 1135
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๓๕] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใชไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ชีวตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้ที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลัง
เกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 828
ข้อ 1136
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๓๖] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
นอกจากนี้มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และ
โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็กําลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ โสมนัสสิน-
ทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 829
ข้อ 1137
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๓๗] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้มีโสมัสัสเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคล
นอกจากนี้ที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ อุเปกขิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
อุเปกขินทรีย์จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 830
ข้อ 1138
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๓๘] ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
ปุริสินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามารจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่
มนินทรีย์จักเกิด, และปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 831
ข้อ 1139
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๓๙] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ป็นอุเปกขาสัมปยุต
จักเกิดในลำลับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ที่กำลังเกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิก็ดี ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่กำลังเกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 832
ข้อ 1140
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมุลี:-
[๑๑๔๐] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัม-
ปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่
กำลังเกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลนอกจากนี้ที่กำลังเกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
เมื่อบุคคลกำลังเกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 833
ข้อ 1141
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๔๑] ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่
กำลังเกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิก็ดี ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์จักเกิกแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อ
บุคคลกำลังเกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 834
ข้อ 1142
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๔๒] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปทานขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี ปัจฉิม-
จิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตนั้นก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้
มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะโสมนัสสสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อ
บุคคลมีโสมนัสกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตต-
หน้า 835
ข้อ 1143
จิตในปวัตติกาลก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๔๓] โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสัมปยุต โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิดแก่ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี โสมนัส-
สินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
หน้า 836
ข้อ 1143
แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เมื่อบุคคล
มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 837
ข้อ 1144
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๔๔] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต อุเปกขิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตก็ดี อุเปกขินทรีย์กำลังเกิด และ
สัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลมี
อุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 838
ข้อ 1145
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๔๕] อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต อุเปกขิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้มีอุเปกขากำลังเกิด อยู่ก็ดีใน
อุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์กำลัง
เกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. เมื่อบุคคล
มีอุเปกขากำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 839
ข้อ 1146
สัทธินทริยมุล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๑๑๔๖] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิจ สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่เป็นสเหตุกะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และ
ปัญญินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี, ปัญญินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล
ที่เป็นสเหตุกะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 840
ข้อ 1147
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๔๗] สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่เป็นสเหตุกะกำลังเกิดอยู่ ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาสัมปยุตตจิตในปวัตติกาล สัทธินทรีย์กำลังเกิด และมนินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เป็น
สเหตุกะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตตจิตในปวัติต-
กาลก็ดี มนินทรีย์จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 841
ข้อ 1148
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๔๘] ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด มนิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่เป็นญาณสัมปยุตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
ญาณวิปปยุตตจิตก็ดี มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เมื่อบุคคลที่เป็น
ญาณสัมปยุตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี มนินทรีย์จักเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันนานาคต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 842
ข้อ 1149
ปัจจุปันนานาคต ปุคคลวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๑๔๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตินทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่ปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจัก
ปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี
โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิม
ภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพ-
หน้า 843
ข้อ 1150
พาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๑๕๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ไช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่ปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิม
ภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ใน
อรูปาวจร แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุน
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
หน้า 844
ข้อ 1151
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังตายก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๑๕๑] จักขุ่นทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะ
เกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน
บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 845
ข้อ 1152
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้จักไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่น
แหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล
เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปา-
วจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้
ไปเกิดในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังตายก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๑๕๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิคแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 846
ข้อ 1152
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะ
เกิดไดไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน
บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
บุคคลเหล่าใดมีอิตถีภาวะเกิดได้จักไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่น
แหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น เมื่อบุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิก
บุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปา-
วจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ไป
หน้า 847
ข้อ 1153
เกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังตายก็ดี ปุนิวสินทรีย์ไม่ไช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีววิตินทริยมูลี:-
[๑๑๕๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิม
ภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิกแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
หน้า 848
ข้อ 1154
อรูปภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๕๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กําลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิกไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจัก
ปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นได้กำลัง
หน้า 849
ข้อ 1155
เกิดก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการ
ภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้ว
จักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดีโสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๕๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสมนัสเกิดแล้วจักปริ-
นิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 850
ข้อ 1156
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่จักขุเกิดได้ มีโสมนัสเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์
กําลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการ-
ภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสมนัสเกิดแล้ว
จักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๕๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 851
ข้อ 1157
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี สัทธินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในอรูปภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๕๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 852
ข้อ 1157
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
อรูปภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 853
ข้อ 1158
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๑๕๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจัก
เกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่น-
แหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์
หน้า 854
ข้อ 1159
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจร-
ภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
ปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปริสินทริยมุลี:-
[๑๑๕๙] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจัก
เกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
หน้า 855
ข้อ 1159
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี
บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่น
แหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจร-
ภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
อิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 856
ข้อ 1160
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๖๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปภูมิ ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
รูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 857
ข้อ 1161
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๖๑] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในกามารจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีฆานะเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ
ก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
หน้า 858
ข้อ 1162
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๖๒] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
มีโสมนัสเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ฆา-
นินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีฆานะเกิดได้ มีโสมนัสเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
หน้า 859
ข้อ 1163
เกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ
ก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีโสมนัสเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๖๓] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 860
ข้อ 1163
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
รูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูละ ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 861
ข้อ 1164
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๑๖๔] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้
เกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด อิตถินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่อิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่อิตถีภาวะเกิดได้จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ
หน้า 862
ข้อ 1165
ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
จักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๖๕] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 863
ข้อ 1166
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่อิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภิมูก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๖๖] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามา-
วจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
หน้า 864
ข้อ 1167
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ มีอุเปกขา เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานใน
กามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
ตายก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๖๗] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 865
ข้อ 1167
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิเกิด
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
มีโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อิต-
ถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่อิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ มีโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถิน-
ทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจร-
ภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 866
ข้อ 1168
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๖๘] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 867
ข้อ 1169
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๖๙] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิคแก่บุคคลเหล่า
นั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ปุริสินทริย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 868
ข้อ 1170
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๗๐] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเล่านั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามา-
วจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่ปุริสภาวะเกิดได้ มีอุเปกขา เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปา-
วจรภูมิก็ดี บุคลลเหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่า
หน้า 869
ข้อ 1171
นั้นกำลังตายก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๗๑] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไ หม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ
ก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 870
ข้อ 1172
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ มีโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานใน
กามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลเหล่าใดมีโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
ตายก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทริย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๗๒] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้กำลัง
เกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
หน้า 871
ข้อ 1172
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่
ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปา-
วจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 872
ข้อ 1173
ชีวิตทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๗๓] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็น
อุเปกขาสัมปยุต จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
ก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต
จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตจักเกิด
ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 873
ข้อ 1174
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๗๔] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็น
โสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี
ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตเป็นโสมนัสสัม-
ปยุตตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสส-
สัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 874
ข้อ 1175
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๑๗๕] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 875
ข้อ 1176
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๗๖] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่
เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจ-
ฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่
เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับ
แห่งจิตในภังคขณะแห่งจิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรึย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉินจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี ปัจฉิม-
จิตที่เป็นโสมนัสสัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตนั้น อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสม-
หน้า 876
ข้อ 1177
นัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต
ก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังค-
ขณะแห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๗๗] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัท-
ธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจ-
ฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่
เป็นอุเปกขาก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 877
ข้อ 1178
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุต สัทธินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคล
ที่พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๗๘] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
โสมนัสสวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติ อยู่ก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจ-
ฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่
เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 878
ข้อ 1178
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ไช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่ก่าลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุต มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคล
ที่พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 879
ข้อ 1179
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๗๙] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจ-
ฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่เป็น
โสมนัสสสัมปยุตก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต สัทธินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตตก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 880
ข้อ 1180
อุเปกขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๘๐] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
อุเปกขาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดเเก่บุคคลเหล่า
นั้น เเต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นโสม-
นัสสสัมปยุตก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตตก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 881
ข้อ 1181
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๑๑๘๑] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่ปัญญินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิตปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 882
ข้อ 1182
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๘๒] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะ แห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สัท-
ธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็ไม่
ใชํกำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 883
ข้อ 1183
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๘๓] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
ญาณวิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูละ จบ
ปัจจุปันนานาคต ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 884
ข้อ 1184
ปัจจุปันนานาคต โอกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ ฯลฯ
[๑๑๘๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฯลฯ
จักขุนทริยมูล จบ
ปัจจุปันนานาคต โอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 885
ข้อ 1185
ปัจจุปันนานาคต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๘๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ โสตินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี โส-
หน้า 886
ข้อ 1186
ตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๑๘๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายใน
รูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 887
ข้อ 1187
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่
กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในรูปาวจรภูมิ
ก็ดี บุคคลที่เกิดขึ้นอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี
ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๑๘๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กําลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายใน
รูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
หน้า 888
ข้อ 1187
อรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดใน
ภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
หน้า 889
ข้อ 1188
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๑๘๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น, ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายใน
รูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดใน
ภพไร ๆ ก็โดยภาวะนันนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
หน้า 890
ข้อ 1189
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ปุริสินทริย์ไม่ใช่จักเกิด
เเละจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๘๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 891
ข้อ 1190
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นนในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมุละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๙๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
จักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตาย
ก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 892
ข้อ 1191
ก็หรือว่าโสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในปัญจโวถารภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิด
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๙๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์
หน้า 893
ข้อ 1191
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีจักเกิดได้ มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน
บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีจักขุเกิดได้มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้ มีโสมนัสสะ
เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 894
ข้อ 1192
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๙๒] จักขุนทรีย์ไม่ไช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขุน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 895
ข้อ 1193
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๑๙๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จัก-
ขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 896
ข้อ 1194
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๑๙๔] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ
โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
ปุริสภาวะเกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี
หน้า 897
ข้อ 1195
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ
โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินททริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๑๙๕] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจวภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น, บุคคลที่
กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิ
ก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ โดยภาวะนั้น
นั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ฆานินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
หน้า 898
ข้อ 1196
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
อิตถีภาวะเกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจัก
ปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ใปเกิดในภพไร ๆ
โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๑๙๖] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังเกิดอยู่
ก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์
หน้า 899
ข้อ 1197
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามา-
วจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
รูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๑๙๗] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
มนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ฆา-
หน้า 900
ข้อ 1197
นินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามา-
วจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขา
เกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
อุเปกขาเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี โสม-
นัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจร-
ภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขา
เกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี โสมนัสสิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 901
ข้อ 1198
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๑๙๘] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคล
ที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปา-
วจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
บุคคลเหล่าใดมีโสมนัสเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
ตายก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น. ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลใดในภูมิใด,
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
ฆานะเกิดได้มีโสมนัสเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านี้กำลังเกิด
อยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมี
หน้า 902
ข้อ 1199
โสมนัสเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๑๙๙] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแถ่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามา-
วจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิ
ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 903
ข้อ 1200
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิก
บุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๐๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานินทรีย็ไม่ใช่
กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 904
ข้อ 1200
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิดอยู่, มนินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิม
ภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 905
ข้อ 1201
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๒๐๑] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กําลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิก็ดีในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้ไปเกิดในภพ
ไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
ตายก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูนินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่อิตถีภาวะเกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีอิตถีภาวะ
หน้า 906
ข้อ 1202
เกิดได้ไปเกิดในภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน
บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๐๒] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิด
ไม่ได้กําลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉินภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจร
ภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่
หน้า 907
ข้อ 1203
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๐๓] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานอยู่ใน
กามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดมี
อุเปกขาเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
หน้า 908
ข้อ 1204
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้มีอุเปกขาเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปริ-
นิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
มีอุเปกขาเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี โสม
นัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๐๔] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
หน้า 909
ข้อ 1204
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่
กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ
ก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีโสมนัสเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่มีอิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีอิตถีภาวะเกิดได้มีโสมนัสเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่กำลังปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ
ก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีโสมนัสเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกําลังตายก็ดี
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 910
ข้อ 1205
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๐๕] อิตถินทรีย์ไม่ใช่กําลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปริ-
นิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่อิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 911
ข้อ 1206
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๐๖] อิดถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่อิตถีภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น เเต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลัง
ปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูนิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่อิตถีภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 912
ข้อ 1207
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๐๗] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในถามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปา-
วจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่ปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 913
ข้อ 1208
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๐๘] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานใน
กามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริส-
ภาวะเกิดได้มีอุเปกขาเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตาย
ก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินขทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้มีอุเปกขาเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ บุคคล
หน้า 914
ข้อ 1209
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้มีอุเปกขาเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังตายก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๐๙] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มี
ปุริสภาวะเกิดได้มีโสมนัสเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังตายก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 915
ข้อ 1210
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่ปุริสภาวะเกิดได้มีโสมนัสสะเกิด แล้วจักปรินิพพาน บุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
ที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่มีปุริสภาวะเกิดได้มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังตายก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๑๐] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิด
ไม่ได้กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลัง
หน้า 916
ข้อ 1211
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ สัทธินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๑๑] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ปุริสภาวะเกิดไม่ได้
กำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
หน้า 917
ข้อ 1211
อรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูป-
วจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลัง
เกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่ปุริสภาวะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิก็ดี
ปัจฉินภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 918
ข้อ 1212
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๑๒] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต
จักเกิดในลำดับแห่งจิตใจ ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลังตาย
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต
จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตจักเกิดใน
ลำดับแห่งจิตใจ ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลังตายใน
หน้า 919
ข้อ 1213
อสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๑๓] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี ในภังค-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตจักเกิดใน
ลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมป-
ยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลัง
หน้า 920
ข้อ 1214
เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับ
แห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตต-
ภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๑๔] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี ในภังค-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิ-
ตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
หน้า 921
ข้อ 1215
ก็หรือว่า สัทธินทรึย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูนิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจ-
ฉิมจิตก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๑๕] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี ในภังค-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
หน้า 922
ข้อ 1215
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
ชีวิตินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจ-
ฉิมจิตก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 923
ข้อ 1216
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๑๖] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ที่เป็นโสมนัสสวิปปยุตก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วย
ปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจัก
เกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสิทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแลบุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสัมปยุจก็ดี ปัจฉิม-
จิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตนั้นก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิตที่เป็น
หน้า 924
ข้อ 1217
อุเปกขาสัมปยุตก็ดี ปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตจักเกิดในลำดับแห่ง
จิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๒๑๗] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด
สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น
ในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตที่เป็นโสมนัสสวิปปยุตก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อม
ด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 925
ข้อ 1217
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสัมปยุตก็ดี มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อม
ด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 926
ข้อ 1218
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๑๘] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ที่เป็นอุเปกขาวิปปยุตก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วย ปัจฉิม-
จิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปก-
ขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปบาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต สัทธินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมป-
ยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคล
ที่เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 927
ข้อ 1219
อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๑๙] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ที่เป็นอุเปกขาวิปปยุตก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิต
ที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขิน-
ทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมปยุต มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่เป็นอุเปกขาสัมป-
ยุตก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปัจฉิมจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอุเปกขินทรีย์
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 928
ข้อ 1220
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี:-
[๑๒๒๐] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญ-
ญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี
หน้า 929
ข้อ 1221
สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๒๑] สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
สัทธาวิปปยุตตจิตก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัม-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 930
ข้อ 1222
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๒๒] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง
ญาณวิปปยุตตจิตก็ดี ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปัญญินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ไช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปันนานาคต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 931
ข้อ 1223, 1224
อตีตานาคต ปุคคลวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๒๒๓] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์
เคยเกิด และโสตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๒๒๔] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 932
ข้อ 1225
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล
นอกนี้ จักขุนทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๒๒๕] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์เคยเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 933
ข้อ 1226
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๒๒๖] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์เคยเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
หน้า 934
ข้อ 1227, 1228
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๒๗] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ่
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ จักขุนทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๒๘] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขา
เกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุน-
ทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 935
ข้อ 1229
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๒๙] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสม-
นัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์
เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 936
ข้อ 1230
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๒๓๐] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ จักขุนทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 937
ข้อ 1231, 1232
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๒๓๑] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่
เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์เคยเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๒๓๒] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 938
ข้อ 1233
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจราภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่
เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์เคยเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๓๓] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ ฆานินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
หน้า 939
ข้อ 1234, 1235
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๓๔] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขา
เกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ฆานิน-
ทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๓๕] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 940
ข้อ 1236
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสม-
นัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ฆานิน-
ทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๒๓๖] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ ฆานินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์ก็เคยเกิด
หน้า 941
ข้อ 1236
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 942
ข้อ 1237, 1238
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๒๓๗] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี บุคคลเหล่าใดที่
เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้ว
จักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์เคยเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๓๘] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 943
ข้อ 1239
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ อิตถินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๓๙] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขา
เกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ อิตถิน-
ทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 944
ข้อ 1240, 1241
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๔๐] อิตถินทรีย์เคยเกิดเเก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสม-
นัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ อิตถิน-
ทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๒๔๑] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล
หน้า 945
ข้อ 1241
นอกนี้ อิตถินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อิตถินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 946
ข้อ 1242, 1243
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๔๒] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ ปุริสินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๔๓] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีอุเปกขา
เกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกนี้ ปุริสิน-
หน้า 947
ข้อ 1244
ทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๔๔] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดมีโสม-
นัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกนี้ ปุริสิน
ทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 948
ข้อ 1245, 1246
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๔๕] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ ปุริสินทรีย์เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๔๖] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ ปุริสินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หน้า 949
ข้อ 1246
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 950
ข้อ 1247, 1248
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๔๗] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ประ-
กอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๔๘] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?
หน้า 951
ข้อ 1249
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ประ-
กอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล
นอกนี้ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และอุเปกิขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๔๙] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 952
ข้อ 1250
ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๕๐] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทริย ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ชีวินตินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 953
ข้อ 1251, 1252
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๕๑] โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลนั้น, ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ประ-
กอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริย-
มูลี:-
[๑๒๕๒] โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
หน้า 954
ข้อ 1252
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 955
ข้อ 1253
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทรย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๒๕๓] อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ ฯลฯ
ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดเเก่บุคคลนั้น ใช่ไ่หม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, อุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 956
ข้อ 1254
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๕๔] สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ ฯลฯ
มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
นอกนี้ สัทธินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ สัทธินทริยมูละ ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูละ จบ
หน้า 957
ข้อ 1255
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๕๕] ปัญญินทริย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล
นอกนี้ ปัญญินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีตานาคต ปุคคลวาระ อนุโลม จบ
หน้า 958
ข้อ 1256
อตีตานาคต โอกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ ฯลฯ
[๑๒๕๖] จักขุนทรีย์เคยเกิดในภูมิใด ฯลฯ
จักขุนทริยมูล จบ
อตีตานาคต โอกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 959
ข้อ 1257, 1258
อตีตานาคต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๒๕๗] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุน-
ทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จัก-
ขุนทรีย์เคยเกิด และโสตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูละ:-
[๑๒๕๘] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 960
ข้อ 1259
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
นอกนี้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์เคยเกิด และฆานินทรีย์ก็จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูละ:-
[๑๒๕๙] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิ
ในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
หน้า 961
ข้อ 1260
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์
เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๒๖๐] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิ
ในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี จักขุนทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จัก-
ขุนทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 962
ข้อ 1261
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๖๑] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุน-
ทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จัก-
ขุนทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 963
ข้อ 1262, 1263
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๖๒] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี
จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในปัญจโว-
การภูมิ จักขุนทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๖๓] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 964
ข้อ 1264
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้พร้อมโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี จัก-
ขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขุนทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และ
จักขุนทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๖๔] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 965
ข้อ 1265
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จัก-
ขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขุนทรีย์เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๖๕] จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ จัก-
ขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
หน้า 966
ข้อ 1265
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขุนทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุนทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลผู้เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 967
ข้อ 1266, 1267
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๒๖๖] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้
ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์เคยเกิด และอิตถินทรีย์ก็จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่,
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริขมูลี:-
[๑๒๖๗] ฆานินทรึย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 968
ข้อ 1268
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิใด, บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้
เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๖๘] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์
เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 969
ข้อ 1269
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๖๙] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้พร้อมด้วยอุเปกขา เกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี
ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามา-
วจรภูมิ ฆานินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
หน้า 970
ข้อ 1270
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๗๐] ฆานินทรีย์เคยเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้พร้อมด้วยโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน
ก็ดี ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
ฆานินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
หน้า 971
ข้อ 1271
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปก-
ขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขิน-
ทรีย์จักเกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๗๑] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์
เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 972
ข้อ 1272
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ สัทธินทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ สัทธินทรีย์จักเกิด
และฆานินทรีย์เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๗๒] ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามารจรภูมิ ฆานินทรีย์
เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
หน้า 973
ข้อ 1272
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 974
ข้อ 1273, 1274
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๒๗๓] อิตถินทริย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้
เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์เคยเกิด และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๗๔] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 975
ข้อ 1275
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิต-
ถินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรียไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูละ:-
[๑๒๗๕] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล-
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
๑. ม. บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ (บาลีว่า - ยา จ อิตฺถิโย)
หน้า 976
ข้อ 1276
ในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์เคยเกิด
และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๗๖] อิตถินทรีย์เคยเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใด๑มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น บุคคลนอกนั้นผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์เคยเกิด
และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
๑. เหมือนเชิงอรรถในหน้า ๙๗๕
หน้า 977
ข้อ 1277
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อุเปก-
ขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขิน-
ทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๗๗] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนั้นผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิต-
ถินทรีย์เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี สัทธิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
หน้า 978
ข้อ 1278
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ สัทธินทรีย์
จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๗๘] อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนั้นผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์
เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์จัก
เกิด และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 979
ข้อ 1279
ปุริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๗๙] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
จักเกิด แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนั้นผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริ-
สินทรีย์เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์
จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวตินทริยมูลี
หน้า 980
ข้อ 1280
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๘๐] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริ-
สินทรีย์เคยเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทรีย์มูละ โสมนัสสนทริยมูลี
หน้า 981
ข้อ 1281, 1282
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๘๑] ปุริสินทรีย์เคยเกิดเเก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสิน-
ทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริ-
สินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์
จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๘๒] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 982
ข้อ 1283
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริ-
สินทรีย์เคยเกิด และสัมธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปภูมิ อรูปภูมิ สัทธินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ สัทธินทรีย์จักเกิด และ
ปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๘๓] ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนั้นผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริ-
หน้า 983
ข้อ 1283
สินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนิน-
ทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์
จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
หน้า 984
ข้อ 1284
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๒๘๔] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ประ-
กอบด้วยอุเปกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่
ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และโสม-
นัสสินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแกบุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
โสมนัสสินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 985
ข้อ 1285
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๘๕] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขิน-
ทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ประ-
กอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้
เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนั้นผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อุเปกขินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 986
ข้อ 1286, 1287
ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๘๖] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตบุคคลก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิด
อยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และ
สัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
สัทธินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๘๗] ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 987
ข้อ 1287
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนั้นผู้เกิด
อยู่ในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิตินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนั้นผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
มนินทรีย์จักเกิด และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ชีวิตินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 988
ข้อ 1288
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๘๘] โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ประ-
กอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น บุคลลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดีในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่า-
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ
ก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 989
ข้อ 1289
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๒๘๙] โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจ-
โวการภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี สัทธินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
หน้า 990
ข้อ 1290
โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๙๐] โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์เคย
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการ-
ภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ใน
ปัญจโวการภูมิก็ดี มนินทรีย์จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 991
ข้อ 1291
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๒๙๑] อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
อุเปกขินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปกขินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
มนินทรีย์จักเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 992
ข้อ 1292
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๙๒] สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
สัทธินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี
มนินทรีย์จักเกิด และสัทธินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 993
ข้อ 1293
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๙๓] ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในจตุโวการภูมิก็ดี
ปัญญินทรีย์เคยเกิด และมนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญินทรีย์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์
จักเกิด และปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีตานาคต ปุคคโลกาสวาระ อนุโลม จบ
หน้า 994
ข้อ 1294, 1295
อตีตานาคต ปุคคลวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๒๙๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสตินทรีย์
ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
ิจักขุนทริยมูละ ฆานินทริย ฯลฯ อิตถินทริย ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๒๙๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานินทรีย์
ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 995
ข้อ 1296, 1297
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริย ฯลฯ อิตถินทริย ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๒๙๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๒๙๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หน้า 996
ข้อ 1298
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็
ไม่ใช่เคยเกิดเเก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริย ฯลฯ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๒๙๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขุนทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 997
ข้อ 1299
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ ฯลฯ อิตถินทริย ปุริสินทริย ชีวิตินทริย โสมนัส-
สินทริย อุเปกขินทริย สัทธินทริย ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๒๙๙] ฆานินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิติน-
ทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลใด, มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ปัญญินทรีย์ก็ไม่
ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ ฆานินทริยมูละ ฯลฯ อิตถินทริย ปุริสินทริย ชีวิตินทริย
โสมนัสสินทริย อุเปกขินทริย สัทธินทริย ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
อตีตานาคต ปุคคลวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 998
ข้อ 1300
อตีตานาคต โอกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
[๑๓๐๐] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด ฯลฯ
จบ จักขุนทริยมูละ ฯลฯ
อตีตานาคต โอกาสวาระ ปัจจนิก จบ
หน้า 999
ข้อ 1301
อตีตานาคต ปุคคโลกาสวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๓๐๑] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ โสติน-
ทรีย์ไม่ใช่จัก เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี โสตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
หน้า 1000
ข้อ 1302, 1303
จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี:-
[๑๓๐๒] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่
เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ฆานินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๓๐๓] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1001
ข้อ 1304
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิ
ในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๓๐๔] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1002
ข้อ 1305
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิ
ในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๓๐๕] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูป
ภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นภูมินั้น แต่ชีวิ-
ตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธา-
วาสภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 1003
ข้อ 1306
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ ชีวิติน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปัจฉิม-
ภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๐๖] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินี้ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า โสมันสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัส-
หน้า 1004
ข้อ 1307
สินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี อสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี และอรูปภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมุลี
จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๓๐๗] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิ
ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดและ
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีจักขุเกิดได้ มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปก-
หน้า 1005
ข้อ 1308
ขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปัจ-
ฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดในแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๓๐๘] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาวภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1006
ข้อ 1309
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปัจฉิม-
ภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๓๐๙] จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1007
ข้อ 1309
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปัจฉิม-
ภวิกบุคคลเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1008
ข้อ 1310, 1311
ฆานินทริยมูล
ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี:-
[๑๓๑๐] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิด
อยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ อิตถินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๓๑๑] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1009
ข้อ 1312
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในกูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
ฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๓๑๒] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชิวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรก็ดี ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
หน้า 1010
ข้อ 1313
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ชีวิติน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในรูปา-
วจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๑๓] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 1011
ข้อ 1314
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้ มีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๓๑๔] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 1012
ข้อ 1315
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีฆานะเกิดได้มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ มนินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๓๑๕] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หน้า 1013
ข้อ 1316
ก็หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆา-
นินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี สัทธิน-
ทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัทธินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๓๑๖] ฆานินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิด เเละมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1014
ข้อ 1316
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปา
วจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ฆานินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
ฆานินทริยมูล จบ
หน้า 1015
ข้อ 1317, 1318
อิตถินทริยมูล
อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี:-
[๑๓๑๗] อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่
ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ปุริสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๓๑๘] อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ-
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1016
ข้อ 1319
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๑๙] อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1017
ข้อ 1320
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และโสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลในภูมิใด,
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีอุเปกขาเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๓๒๐] อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1018
ข้อ 1321
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจร
ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด
และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดมีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และ
อิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๓๒๑] อิตถินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1019
ข้อ 1321
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี อิตถิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี อิตถินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิด อยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และอิต-
ถินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
อิตถินทริยมูล จบ
หน้า 1020
ข้อ 1322
ปริสินทริยมูล
ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี:-
[๑๓๒๒] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิ
ตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคล เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ ชีวิตินทริยมูลี
หน้า 1021
ข้อ 1323
ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๒๓] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และ
โสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพานก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ปัจฉิมภวิก-
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
อรูปาวจรภูมิก็ดี โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
หน้า 1022
ข้อ 1324
ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๓๒๔] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปุริ-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้พร้อมด้วยโสมนัสสะ เกิดแล้วจักปรินิพพาน
ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสิน-
ทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ใน
รูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 1023
ข้อ 1325
ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๓๒๕] ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมิ
นั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
ปุริสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจร-
ภูมิก็ดีในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ปุริสิน-
ทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคุคลใดในภูมิใด, ปุริสิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ใน
อรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปุริสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
ปุริสินทริยมูล จบ
หน้า 1024
ข้อ 1326, 1327
ชีวิตินทริยมูล
ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๒๖] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ท
จักเกิด.
ก็หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
ชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี:-
[๑๓๒๗] ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุ-
เปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
จักเกิด.
หน้า 1025
ข้อ 1327
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ชีวิติน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ ชีวิตินทริยมูละ อุเปกขินทริย ฯลฯ สัทธินทริย ปัญญินทริย
มนินทริยมูลี
ชีวิตินทริยมูล จบ
หน้า 1026
ข้อ 1328
โสมนัสสินทริยมูล
โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี:-
[๑๓๒๘] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
อุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่ในสุทธาวาสภูมิ โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัส-
สินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิด และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด โสม-
นัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตก็ดี ปัจฉิมจิตที่ประ-
กอบด้วยโสมนัสสะจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
หน้า 1027
ข้อ 1329
โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๑๓๒๙] โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,
สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นใน
ภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อจิตดวงที่ ๒ กำลังเป็นไปอยู่ในสุทธาวาสภูมิ โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์
ไม่ใช่เคยเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัส-
สินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่
จักเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี
โสมนัสสินทริยมูลี จบ
หน้า 1028
ข้อ 1330, 1331
อุเปกขินทริยมูล
อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี:-
[๑๓๓๐] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัท-
ธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิด และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
หรือว่า สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิด และอุเปิกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ สัทธินทริยมูลี
อุเปกขินทริขมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๓๓๑] อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
หน้า 1029
ข้อ 1331
เมื่อบุคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อุเปก-
ขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหลานั้นในภูมินั้น.
จบ อุเปกขินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
อุเปกขินทริยมูล จบ
หน้า 1030
ข้อ 1332
สัทธินทริยมูล
สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี:-
[๑๓๓๒] สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญ-
ญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จัก
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัทธินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ สัทธินทริยมูละ ปัญญินทริย ฯลฯ มนินทริยมูลี
สัทธินทริยมูล จบ
หน้า 1031
ข้อ 1333
ปัญญินทริยมูล
ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี:-
[๑๓๓๓] ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ ปัญญินทรีย์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ไม่ใช่เคย
เกิด และมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ปัญญิน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปัญญินทรีย์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ปัญญินทริยมูละ มนินทริยมูลี
ปัญญินทริยมูล จบ
อตีตานาคต ปุคคลโลกาสวาระ ปัจจนิก จบ
ปวัตติวาระ จบ
หน้า 1032
ข้อ 1334, 1335
ปริญญาวาระ
ปัจจุปันนวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี:-
[๑๓๓๔] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
รู้แจ้งโสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังรู้แจ้งโสตินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลังรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๓๕] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลัง
ละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
หน้า 1033
ข้อ 1336, 1337
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
รู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๓๖] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๓๗] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1034
ข้อ 1338
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
รู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๓๘] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล
นั้นก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูลี จบ
หน้า 1035
ข้อ 1339, 1340
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๓๙] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๔๐] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวกกำลังเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่กำลังจะ
โทมนัสสินทรีย์, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรคกำลังเจริญอัญญิน-
ทรีย์ด้วย กำลังจะโทมนัสสินทรีย์ด้วย.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
หน้า 1036
ข้อ 1341
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๔๑] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1037
ข้อ 1342, 1343
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๔๒] บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๔๓] บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1038
ข้อ 1344
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๔๔] บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ
หน้า 1039
ข้อ 1345
ปัจจุปันนาวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๔๕] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์
แต่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, ยกเว้นบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยมรรค ๒ จำพวก
เสียแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และไม่ใช่กำลัง
ละโทมนัสสินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสิน-
ทรีย์ แต่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ยกเว้นบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยมรรค ๒
จำพวกเสียแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ และไม่ใช่
กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
หน้า 1040
ข้อ 1346, 1347
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๔๖] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ( โสดาปัตติมรรคบุคคล) ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุน-
ทรีย์ แต่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ยกเว้นบุคคลที่ถึง
พร้อมด้วยมรรค ๒ จำพวกเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลัง
รู้แจ้งจักขุนทรีย์ และไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ยกเว้นบุคคลที่ถึงพร้อม
ด้วยมรรค ๒ จำพวกเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๔๗] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1041
ข้อ 1348
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๔๘] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้เเจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลใดกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ แต่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ยกเว้นอรหัต-
มรรคบุคคล และอรหัตผลบุคคลเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่
กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวิน-
ทรีย์.
หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
อรหัตมรรคบุคคลไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้ง แต่ อัญญาตาวินทรีย์
กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ยกเว้นอรหัตมรรคบุคคล และอรหัตผล
หน้า 1042
ข้อ 1348
บุคคลเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญ-
ญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1043
ข้อ 1349, 1350
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญตัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๔๙] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ (โสดาปัตติมรรคบุคคล) ไม่ใช่กำลังละโทมนัส-
สินทรีย์ แต่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามิตินทรีย์, ยกเว้นบุคคลที่ถึง
พร้อมด้วยมรรค ๒ จำพวกเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลัง
ละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, ยกเว้นบุคคลที่พร้อม
ด้วยมรรค ๒ จำพวกเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๕๐] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1044
ข้อ 1351
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่กำลังเจริญ
อัญญินทรีย์, ยกเว้นบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยมรรค ๓ จำพวกเสียแล้ว
บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลัง
เจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม.
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๕๑] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลใดกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังละ
โทมนัสสินทรีย์ แต่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ยกเว้น
อนาคามิมรรคบุคคล และอรหัตผลบุคคลเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอก
นั้นไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1045
ข้อ 1351
อนาคามิมรรคบุคคลไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์
แต่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, ยกเว้นอนาคามิมรรคบุคคล และอรหัต-
ผลบุคคลเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1046
ข้อ 1352
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๕๒] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยมรรค ๓ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, ยกเว้นบุคคลที่ถึงพร้อม
ด้วยมรรค ๔ จำพวกเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ (โสดาปัตติมรรคบุคคล) ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญิน-
ทรีย์ แต่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ยกเว้นบุคคลทั้ง
พร้อมด้วยมรรค ๔ จำพวกเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลัง
เจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
หน้า 1047
ข้อ 1353
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๕๓] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตา-
วินทรีย์, ยกเว้นบุคคลที่ ๘ (โสดาปัตติมรรคบุคคล) และอรหัตผล
บุคคลเสียแล้ว บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัส-
สามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ (โสดาปัตติมรรคบุคคล) ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ แต่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ยกเว้น
บุคคลที่ ๘ (โสดาปัตติมรรคบุคคล) และอรหัตผลบุคคลเสียแล้ว
บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และ
ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1048
ข้อ 1354
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๕๔] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลัง
เจริญอัญญินทรีย์ แต่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, ยกเว้น
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยมรรค ๓ จำพวก และอรหัตผลบุคคลเสียแล้ว
บุคคลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลัง
กระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยมรรค ๓ จำพวก ไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ และกำลังเจริญอัญญินทรีย์, ยกเว้นบุคคลที่ถึงพร้อม
ด้วยมรรค ๓ จำพวก และอรหัตผลบุคคลเสียแล้ว บุคคลที่เหลือ
นอกนั้นไม่ใช่กำลังกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลัง
เจริญอัญญินทรีย์.
จบ อัญญินทรียมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปปันนวาระ จบ
หน้า 1049
ข้อ 1355, 1356
อตีตวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๕๕] บุคคลใดเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่เคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์, อรหัตผลบุคคลเคยละโทมนัสสินทรีย์ และก็เคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๕๖] บุคคลใดเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1050
ข้อ 1357, 1358
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่
ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, อรหัตผลบุคคลเคยเจริญอนัญญาตัญญัส-
สามีตินทรีย์ และก็เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๕๗] บุคคลใดเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๕๘] บุคคลใดเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1051
ข้อ 1358
บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นเคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ แต่ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์. บุคคลใดได้
กระทำให้แจ้งแล้วอรหัตผล บุคคลนั้นเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และ
ก็เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยการทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1052
ข้อ 1359, 1360
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๕๙] บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล
นั้นก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่
ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคล ๓ จำพวก เคยเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็เคยละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๖๐] บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคย
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1053
ข้อ 1361
บุคคล ๒ จำพวก เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่เคยเจริญ
อัญญินทรีย์, อรหัตตผลบุคคลเคยละโทมนัสสินทรีย์ และก็เคยเจริญ
อัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยละ
โททนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๖๑] บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่เคยกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, อรหัตตผลบุคคลเคยละโทมนัสสินทรีย์
และก็เคยกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์.
หน้า 1054
ข้อ 1361
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1055
ข้อ 1362, 1363
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๖๒] บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่
ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, อรหัตตผลบุคคลเคยเจริญอนัญญาตัญญัส-
สามีตินทรีย์ และก็เคยเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๖๓] บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1056
ข้อ 1363
บุคคล ๗ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่
ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, อรหัตผลบุคคลเคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล
นั้นก็เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1057
ข้อ 1364
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๖๔] บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
กระทำให้แจังอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นเคยเจริญ
อัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคลใด
ได้กระทำให้แจ้งแล้วอรหัตผล บุคคลนั้นเคยเจริญอัญญินทรีย์ และ
ก็เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
อตีตาวาระ อนุโลม จบ
หน้า 1058
ข้อ 1365, 1366
อตีตาวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๖๕] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่เคยละโทม-
นัสสินทรีย์, บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่
เคยละโทมนัสสินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๖๖] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1059
ข้อ 1367
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุน-
ทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๖๗] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
หน้า 1060
ข้อ 1368
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๖๘] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นไม่ใช่เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๘
จำพวก ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคย
รู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1061
ข้อ 1369, 1370
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๖๙] บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยละโทมนัส-
สินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๗๐] บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1062
ข้อ 1371
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยละโทม-
นัสสินทรีย์, บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่
เคยละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๗๑] บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์
แต่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1063
ข้อ 1372, 1373
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๗๒] บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญิน-
ทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอันญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๗๓] บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1064
ข้อ 1373
บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์
แต่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญ-
ญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1065
ข้อ 1374
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๗๔] บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลใดกำลังกระทำให้แจ้งอรหัตผล บุคคลนั้นไม่ใช่เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคยเจริญอัญญินทรีย์ บุคคล ๘
จำพวก ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอรหัตตผล และก็ไม่ใช่เคยเจริญ
อัญญินทรีย์.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
อตีตาวาระ จบ
หน้า 1066
ข้อ 1375, 1376
อนาคตวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๗๕] บุคคลใดจักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่ไม่ใช่จักละโทมนัส-
สินทรีย์, บุคคล ๕ จำพวก จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็จักละโทมนัส-
สินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๗๖] บุคคลใดจักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1067
ข้อ 1377, 1378
บุคคล ๖ จำพวก จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่ไม่ใช่จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรคปุถุชนเหล่านั้น
จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีติทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๗๗] บุคคลใดจักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๗๘] บุคคลใดจักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1068
ข้อ 1378
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตตมรรค จักกระทำให้แจ้งอัญญา-
ตาวินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๗ จำพวก จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็จักแจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1069
ข้อ 1379, 1380
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๗๙] บุคคลใดจักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก จักละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรคปุถุชนเหล่านั้น
จักละโทมนัสสินทรีย์ และก็จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๘๐] บุคคลใดจักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1070
ข้อ 1381
บุคคล ๒ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักละโทมนัส-
สินทรีย์, บุคคล ๕ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ และก็จักละโทม-
นัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๘๑] บุคคลใดจักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่
ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ บุคคล ๕ จำพวก จักกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ และก็จักละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1071
ข้อ 1382, 1383
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๘๒] บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์. บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรคปุถุชนเหล่านั้น
จักเจริญอัญญินทรีย์ และก็จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๘๓ ] บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล
นั้นก็จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์. บุคคล
นั้นก็จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1072
ข้อ 1383
บุคคล ๗ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่
ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรค
ปุถุชนเหล่านั้น จักการทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1073
ข้อ 1384
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๘๔] บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค จักกระทำให้แจ้งอัญญา-
ตาวินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคล ๗ จําพวก จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็จักเจริญอัญญินทรีย์.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
อนาคตวาระ อนุโลม จบ
หน้า 1074
ข้อ 1385, 1386
อนาคตวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๘๕] บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลใดไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม.
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์, บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่
จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูล
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๘๖] บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1075
ข้อ 1387
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญ-
ญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๘๗] บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
หน้า 1076
ข้อ 1388
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๘๘] บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์
แต่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จัก
รู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้ง อัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1077
ข้อ 1389, 1390
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๘๙] บุคคลใดไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๔ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
และจักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคล ๕ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูละ:-
[๑๓๙๐] บุคคลใดไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ แต่ก็ไม่ใช่
จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์
และก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์.
หน้า 1078
ข้อ 1391
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๙๑] บุคคลใดไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสิน-
ทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1079
ข้อ 1392, 1393
อนัญญาตัญญัสสมีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๙๒] บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่จักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๙๓] บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จัก
หน้า 1080
ข้อ 1393
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญ-
ญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1081
ข้อ 1394
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๙๔] บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตตมรรค ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์
แต่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จัก
เจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
อนาคตวาระ จบ
หน้า 1082
ข้อ 1395, 1396
ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๓๙๕] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลังรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่กำลังรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตตมรรค เคยละโทมนัสสินทรีย์
และก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๙๖] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
หน้า 1083
ข้อ 1397, 1398
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล
นั้นก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่ใช่
กำลังแจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีติทรีย์ และก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๓๙๗] บุคคลใดกำลังรู้เเจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
รู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๓๙๘] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1084
ข้อ 1398
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1085
ข้อ 1399, 1400
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๓๙๙] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่ใช่
กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสนิทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๐๐] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่ไหม.
หน้า 1086
ข้อ 1401
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลังละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๐๑] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1087
ข้อ 1402, 1403
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๐๒] บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
บุคคลนั้นก็เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๐๓] บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
บุคคลก็เคยกระทำให้รู้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลเคยกระทำให้รู้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทรีย์มูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1088
ข้อ 1404
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๐๔] บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยการทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปปันนาตีวาระ อนุโลม จบ
หน้า 1089
ข้อ 1405, 1406
ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๔๐๕] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่เคยละโทม-
นัสสินทรีย์ บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็
ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
จบ จักขุนทริยมูละ โสมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๐๖] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1090
ข้อ 1407
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุน-
ทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๐๗] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่เคยเจริญอัญญิน-
ทรีย์ บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่เคย
เจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์
หน้า 1091
ข้อ 1408
แต่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์
และก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๐๘] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่เคยกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และ
ก็ไม่ใช่เคยการทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ แต่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1092
ข้อ 1409, 1410
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๐๙] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัส-
สินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๑๐] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่เคยเจริญอัญญิน-
ทรีย์ บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคย
เจริญอัญญินทรีย์.
หน้า 1093
ข้อ 1411
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์
แต่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญิน-
ทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๑๑] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่เคยกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์
และก็ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ แต่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่
เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสิน-
ทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1094
ข้อ 1412, 1413
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๑๒] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่เคย
เจริญอัญญินทรีย์, บุคคล ๗ จําพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัส-
สามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ แต่กำลังเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ และ
ก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๑๓] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่เคย
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญ
หน้า 1095
ข้อ 1413
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตา-
วินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่กำลัง
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่เคยกระทำให้
แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีติน-
ทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1096
ข้อ 1414
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๑๔] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้น
ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์
และก็ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยมรรค ๓ จำพวก ไม่ใช่เคยกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ แต่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่
เคยกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ จบ
หน้า 1097
ข้อ 1415, 1416
ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๔๑๕] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
รู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๑๖] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
หน้า 1098
ข้อ 1417, 1418
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๑๗] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จัก
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลังรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๑๘] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จัก
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก จักการทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่
ไม่ใช่กำลังรู้เเจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค จัก
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1099
ข้อ 1419, 1420
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๑๙] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๒๐] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จัก
เจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1100
ข้อ 1421
บุคคล ๖ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่กำลังละโทม-
นัสสินทรีย์, ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค จักเจริญอัญญินทรีย์
และก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๒๑] บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จัก
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล
นั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่
ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค จัก
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ
หน้า 1101
ข้อ 1422, 1423
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๒๒] บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็กำลัง
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่กำลังเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคลที่ ๘ จักเจริญอัญญินทรีย์ และก็
กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๒๓] บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล
นั้นก็กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1102
ข้อ 1423
บุคคล ๗ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่
ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคลที่ ๘ จักกระทำให้
แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ยังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1103
ข้อ 1424
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๒๔] บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็จัก
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๕ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่
ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยมรรค ๓ จำพวก
จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม จบ
หน้า 1104
ข้อ 1425, 1426
ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๔๒๕] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๕ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่จักละโทม-
นัสสินทรีย์, บุคคล ๔ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่
จักจะโทมนัสสินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์
แต่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๔ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์
และก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๒๖] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1105
ข้อ 1427
ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่กำลังรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ แต่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก
ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามี-
ตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญ-
ญัสสามีตินทรีย์ แต่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่
จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๒๗] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่จักเจริญ
อัญญินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่
จักเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1106
ข้อ 1428
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์
แต่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์
และก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๒๘] บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทําให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่จักกระทำให้
แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์
และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช้กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1107
ข้อ 1429, 1430
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๒๙] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่กำลังละโทม-
นัสสินทรีย์ แต่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก
ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามี-
ตินทรีย์
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยอนาคามิมรรค ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญ-
ญัสสมีตินทรีย์ แต่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่
จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสิน-
ทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๓๐] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1108
ข้อ 1431
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักเจริญ
อัญญินทรีย์, บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ และก็
ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๓๑] บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังละโทมนัส-
สินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1109
ข้อ 1432, 1433
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๓๒] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่จักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ-
ญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๓๓] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสมีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลัง
หน้า 1110
ข้อ 1433
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญ-
ญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1111
ข้อ 1434
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๓๔] บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๕ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ แต่จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่กำลังเจริญอัญ-
ญินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ จบ
หน้า 1112
ข้อ 1435, 1436
อตีตานาคตวาระ อนุโลม
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๔๓๕] บุคคลใดเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๓๖] บุคคลนั้นเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
หน้า 1113
ข้อ 1437, 1438
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๓๗ ] บุคคลใดเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๓๘] บุคคลใดเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1114
ข้อ 1439, 1440
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๓๙ ] บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จัก
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๔๐] บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักเจริญ
อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักเจริญ
อัญญินทรีย์, พระอนาคามีเคยละโทมนัสสินทรีย์ และก็จักเจริญ
อัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยละ
โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1115
ข้อ 1441
บุคคล ๖ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่เคยละโทม-
นัสสินทรีย์ พระอนาคามีจักเจริญอัญญินทรีย์ และก็เคยละโทมนัส-
สินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๔๑] บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย, บุคคลนั้นก็จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก เคยละโทมนัสสินทรีย์ และก็จัก
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่ใช่
เคยละโทมนัสสินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญา-
ตาวินทรีย์ และก็เคยละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1116
ข้อ 1442, 1443
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๔๒] บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่ใช่
จักเจริญอิญญินทรีย์, บุคคล ๕ จำพวก เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามี-
ตินทรีย์ และก็จักเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๕ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์
และก็เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๔๓] บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล
นั้นก็จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่ใช่จัก
กระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล ๖ จำพวก เคยเจริญ
หน้า 1117
ข้อ 1443
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็จักการทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่
ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๖ จำพวก จักกระทำ
ให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสาตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1118
ข้อ 1444
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๔๔] บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดจักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, บุคคล
นั้นก็เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ
หน้า 1119
ข้อ 1445, 1446
อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก
จักขุนทริยมูล
จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี:-
[๑๔๔๕] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคลจำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่จักละโทมนัส-
สินทรีย์ บุคคล ๕ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และไม่ใช่ก็จักละ
โทมนัสสินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ แต่เคยรู้แจ้งจักขุน-
ทรีย์, บุคคล ๔ จำพวก ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคย
รู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ โทมนัสสินทริยมูลี
จักขุนทริยิมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๔๖] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1120
ข้อ 1447
ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุน-
ทรีย์ แต่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่
เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่เคย
รู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัส-
สามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๔๗] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๗ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่จักเจริญอัญ-
ญินทรีย์, บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่
จักเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่
เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1121
ข้อ 1448
พระอรหันต์ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์,
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยรู้แจ้ง
จักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๔๘] บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์, บุลคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ แต่จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้น
ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวิน-
ทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้รู้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่จักกระทำให้รู้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคย
รู้แจ้งจักขุนทรีย์ ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่
จักกระทำให้รู้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์.
จบ จักขุนทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
จักขุนทริยมูล จบ
หน้า 1122
ข้อ 1449, 1450
โทมนัสสินทริยมูล
โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี:-
[๑๔๔๙] บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ปุถุชนเหล่าใดจักได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่เคยละโทมนัส-
สินทรีย์ แต่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, บุคคล ๖ จำพวก
ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามี-
ตินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๓ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๕๐] บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1123
ข้อ 1451
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักเจริญ
อัญญินทรีย์ ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่เคย
ละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยละโทม-
นัสสินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่เจริญ
อัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๕๑] บุคคลใดไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๖ จำพวก ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่า
นั้นไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญ-
ญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1124
ข้อ 1451
พระอรหันต์ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคย
ละโทมนัสสินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่
จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยละโทมนัสสินทรีย์.
จบ โทมนัสสินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
โทมนัสสินทริยมูล จบ
หน้า 1125
ข้อ 1452, 1453
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี:-
[๑๔๕๒] บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่จักเจริญอัญญินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้น
ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักเจริญอัญญิน-
ทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่า
นั้นไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามี-
ตินทรีย์.
จบ อนัญญตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๕๓] บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
หน้า 1126
ข้อ 1453
บุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
แต่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค
ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์,
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคย
เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชน
เหล่านั้นไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์.
จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อนัญญาตัญญัสสามีตินทริยมูล จบ
หน้า 1127
ข้อ 1454
อัญญินทริยมูล
อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี:-
[๑๔๕๔] บุคคลใดไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์, บุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
บุคคล ๘ จำพวก ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ แต่จักกระทำ
ให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชน
เหล่านั้นไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้ง
อัญญาตาวินทรีย์.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
พระอรหันต์ไม่ใช่จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคย
เจริญอัญญินทรีย์, ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่
จักกระทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่เคยเจริญอัญญินทรีย์.
จบ อัญญินทริยมูละ อัญญาตาวินทริยมูลี
อัญญินทริยมูล จบ
อตีตานาคตวาระ จบ
ยมก จบ
หน้า 1128
ข้อ 1454
อรรถกถาอินทริยยมก
บัดนี้เป็นการพรรณนา อันทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงแสดงในลำดับต่างจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลาย
มีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็น
ส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบ
การกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.
ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น
และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธ-
ยมกเป็นต้น พร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลาย
มีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่
ประกอบ ชิวหายตนะ และกายายตนะ กับด้วย จักขวายตนะ และ
จักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระ
เป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและ
กายายตนะเป็นมูล ฉันใด แม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบ
ชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอา
ยมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์ และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น พึงทราบ
เหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วใน
ยมกนั้นนั่นแหละ.
หน้า 1129
ข้อ 1454
ส่วน มนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลาย
มีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็น
มูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด
เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้
(แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.
ท่านประกอบอิตถินทรีย์ กับ จักขุนทรีย์, ปุริสินทรีย์ กับ
จักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์ กับ จักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทม-
นัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.
โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ
เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้น
ก็เหมือนอย่างนั้น อินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา
เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่ง
อินทรีย์เหล่านั้น พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลใน
อินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่นี้พึงทราบการนับยมกในนัย
อันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวง ก็ฉันนั้น พึงทราบ
การกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่ง
ยมกเหล่านั้น อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะ
ปุจฉา.
หน้า 1130
ข้อ 1454
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.
คำว่า สจกฺขุกานํ น อตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถ
แห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถ
แห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม
บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.
คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุรสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถ
แห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.
คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺ-
ปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพ
และในกามธาตุ.
คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วย
สามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วย
อุเบกขา.
คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถ
แห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.
คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่ง
อเหตุกปฏิสนธิ.
คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์
ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.
หน้า 1131
ข้อ 1454
จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญา แน่-
นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.
คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจ
คัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุ-
โก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.
คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ใน
อบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.
คำว่า สจกฺขุกานํ าณวปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอา
สัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.
คำว่า สจกฺขุกานํ าณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูป
พรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.
คำว่า าณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอา
อรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.
ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ
ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.
คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ
ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.
พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิ และ
ปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้ แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์
หน้า 1132
ข้อ 1454
เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตติ
นั้นแหละ แต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การ
ไม่เกิด การดับ และการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิ และปวัตติ แม้ทั้ง ๓
กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.
ใน อนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว๑ ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า
ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั้นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ใน
ลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.
คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ
อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภูมิไร ๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถี-
ภาวะ จักปรินิพพาน เทียว ( หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด
จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)
แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เคยเกิด
ในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ ในอตีตวาระ
ด้วยปัจจุบันวาระ ( ปัจจุปันนาตีตวาระ ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอา
เนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมก แต่
ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการ
วินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.
ก็ใน ปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น
ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่
บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพ-
๑. บาลีใช้ เอเตเนว อรรถกถาใช้ เอเกเนว
หน้า 1133
ข้อ 1454
ยากตะด้วย แม้ที่เหลือ เหตุนั้นท่านจึงแสตงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดง
เหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละ
โดยส่วนเดียว กุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะ
อันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทม-
นัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำ
ให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำ
ให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้นท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำ
ให้เจริญ )
ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อม-
เพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ในบุคคล
ทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถ
ตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละ
โทมนัสสินทรีย์แล้ว.
บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะ
ความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้ บัณฑิตพึง
ทราบเนื้อความในคำวิสัชชนาทั้งปวงโดยนัยนี้.
อรรถกถาอิตทริยยมก จบ
หน้า 1134
ข้อ 1454
นิคมคาถา
ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดา
สัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้ว หญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้ง
มั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของ
พระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่
มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายม เสด็จประทับอยู่ท่ามกลาง
เทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด
ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น
เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.
บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบ-
แผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตราย
มากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลาย จงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์
พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
จงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.
อรรถกถาแห่งยมก จบ
หน้า 1135
ข้อ 1454
พระอภิธรรมปิฎก
เล่มที่ ๖
ยมก ภาคที่ ๒
และ
อรรถกถา
จบ